Café Invest
Research

กลุ่มพาณิชย์ – SSS กลุ่มพาณิชย์ยังคงอ่อนแอใน 3Q26TD

กลุ่มพาณิชย์ – SSS กลุ่มพาณิชย์ยังคงอ่อนแอใน 3Q26TD

SSS กลุ่มพาณิชย์หดตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ -1.4% YoY ใน 3Q26TD จาก -1.5% YoY ใน 2Q26 เนื่องจาก SSS กลุ่มสินค้าจำเป็นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ +0.4% YoY โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถบริหารผลกระทบจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านกลยุทธ์เฉพาะของแต่ละบริษัท ขณะที่ SSS กลุ่มสินค้าไม่จำเป็นยังคงได้รับแรงกดดันที่ -2.3% YoY จากอุปสงค์วัสดุก่อสร้างที่อ่อนแอและราคาเหล็กที่ปรับลดลง เมื่อมองไปข้างหน้า เราคาดว่ากำไรของกลุ่มพาณิชย์จะลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล แต่จะเติบโตเล็กน้อย YoY ใน 3Q26F โดยคาดว่า CRC จะรายงานกำไรเติบโตโดดเด่นในกลุ่มสินค้าไม่จำเป็นจาก SSS ที่แข็งแกร่งขึ้นและการขยายตัวของมาร์จิ้น ขณะที่ CPALL มีแนวโน้มที่จะรายงานกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มสินค้าจำเป็น โดยได้รับแรงหนุนจาก SSS ของธุรกิจ CVS ที่แข็งแกร่งและมาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ เราเลือก CRC และ CPALL เป็นหุ้นเด่น

SSS กลุ่มพาณิชย์ยังคงหดตัวใน 3Q26TD แต่ในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับ 2Q26 SSS กลุ่มพาณิชย์ปรับดีขึ้นเล็กน้อยเป็น -1.4% YoY ในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. 2026 จาก -1.5% YoY ใน 2Q26 โดยในกลุ่มสินค้าจำเป็น SSS เฉลี่ยปรับดีขึ้นเป็น +0.4% YoY จาก -0.6% YoY เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถบริหารผลกระทบจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านกลยุทธ์เฉพาะของแต่ละบริษัท ได้แก่ แคมเปญแสตมป์และการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดยาวของ CPALL โครงการร้านโดนใจ และช่องทาง O2O ของ BJC รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขาย FIFA World Cup ในเดือนก.ค. และแคมเปญสติกเกอร์ในเดือนส.ค. ของ CRC สำหรับ Tops ในขณะเดียวกัน SSS เฉลี่ยของกลุ่มสินค้าไม่จำเป็นอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ -2.3% YoY จาก -1.5% YoY ใน 2Q26 สะท้อนถึงอุปสงค์วัสดุก่อสร้างที่ยังอ่อนแอ และการชะลอการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคท่ามกลางราคาเหล็กที่ยังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

CRC และ CPALL เป็นผู้นำกลุ่มที่มี SSS เป็นบวกใน 3Q26TD ในกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกที่มี SSS เป็นบวกหรือทรงตัว CRC ทำผลงานได้ดีที่สุดในบรรดาหุ้นที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเรา โดย SSS ปรับดีขึ้นเป็น +1.5% YoY ใน 3Q26TD (จาก +0.7% YoY ใน 2Q26) หนุนจาก SSS ที่เป็นบวกทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดย SSS ของกลุ่มฟู้ดเพิ่มขึ้น 5% YoY จากอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญการแข่งขัน FIFA World Cup และแคมเปญสติกเกอร์ ขณะที่ SSS ของกลุ่มแฟชั่นเพิ่มขึ้น 1% YoY จากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่และยอดขายที่แข็งแกร่งในสาขาที่เน้นนักท่องเที่ยว เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งมากเกินพอชดเชย SSS ที่อ่อนแอลงของกลุ่มฮาร์ดไลน์ที่ -1.5% YoY ในขณะที่ CPALL ตามมาเป็นอันดับถัดไป โดยมี SSS เติบโต +1.2% YoY (จาก +0.8% YoY ใน 2Q26) หนุนจากการใช้จ่ายในช่วงวันหยุดยาวและแคมเปญแสตมป์ ขณะที่ SSS ในธุรกิจ B2B ของ CPAXT ปรับดีขึ้นเป็น +1% YoY (จาก -0.9% YoY ใน 2Q26) โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสินค้าอาหารแห้งที่เพิ่มขึ้นให้กับร้านโชห่วยที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ทั้งนี้ SSS ของ BJC ทรงตัว YoY และปรับดีขึ้นจาก -2.1% YoY ใน 2Q26 เนื่องจากยอดขายจากร้านโดนใจและช่องทาง O2O ที่แข็งแกร่ง(ส่วนหนึ่งเกิดจาก Shopee Express และช่องทาง O2O ของบริษัทเอง) ช่วยชดเชยผลกระทบจากโครงการดังกล่าว ขณะที่ DOHOME (Not Rated) รายงาน SSS เติบโต +5% YoY (จาก +1.8% YoY ใน 2Q26) โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายโครงการภาครัฐที่แข็งแกร่งขึ้น จากฐานต่ำในปีก่อนซึ่งได้รับผลกระทบจากยอดขายเหล็กที่หดตัวเป็นตัวเลขสองหลัก

อุปสงค์ที่อ่อนแอใน 3Q26TD ยังคงกดดันผู้ประกอบการค้าปลีกที่มี SSS ติดลบ ในกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกที่มี SSS ติดลบ ธุรกิจ B2C ของ CPAXT ลดลงมาอยู่ที่ -5% YoY ใน 3Q26TD (จาก -3.9% YoY ใน 2Q26) จากผลกระทบต่อเนื่องของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทั้งนี้ SSS ของ HomePro อ่อนตัวลงเป็น -3% YoY จาก -1% YoY ใน 2Q26 ขณะที่ MegaHome ปรับดีขึ้นเป็น -1% YoY จาก -4.1% YoY โดยยังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์วัสดุก่อสร้างที่อ่อนแอและราคาเหล็กที่ลดลง GLOBAL รายงาน SSS ที่ -5.8% YoY (จาก -4% YoY ใน 2Q26) โดยการปรับลดลงของราคาเหล็กยังคงส่งผลกดดันการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

สรุปผลประกอบการ 2Q26 กำไรปกติของกลุ่มพาณิชย์เติบโต 7% YoY แต่ลดลง 17% QoQ ใน 2Q26 โดยการเติบโต YoY หลักๆ ได้แรงหนุนจากมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการส่วนใหญ่อันเป็นผลจากสัดส่วนสินค้าที่ดีขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และสัดส่วนยอดขายสินค้า private-label ที่สูงขึ้น CRC (+27% YoY), HMPRO (+14% YoY) และ GLOBAL (+84% YoY) เป็นผู้นำด้านการเติบโตของกำไร ขณะที่ CPALL (+6% YoY) ยังคงได้รับประโยชน์จากการบริโภคที่แข็งแกร่งและการปรับตัวดีขึ้นของมาร์จิ้นธุรกิจ CVS ในทางกลับกัน CPAXT (-18% YoY) เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงรายเดียวที่มีผลการดำเนินงานอ่อนแอจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น

แนวโน้มกำไร 3Q26F เราคาดว่ากำไรของกลุ่มพาณิชย์จะเติบโตเล็กน้อย YoY แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล โดย CRC น่าจะรายงานกำไรเติบโตโดดเด่นในกลุ่มสินค้าไม่จำเป็น จาก SSS ที่แข็งแกร่งขึ้นและการขยายตัวของมาร์จิ้น ขณะที่ CPALL มีแนวโน้มที่จะรายงานกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มสินค้าจำเป็น โดยได้รับแรงหนุนจาก SSS ของธุรกิจ CVS ที่แข็งแกร่งและมาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หุ้นเด่น: CRC และ CPALL เราชอบ CRC ในฐานะหุ้นเด่นของกลุ่มสินค้าไม่จำเป็น โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งการฟื้นตัวของ SSS และการขยายตัวของมาร์จิ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กำไรเติบโตแข็งแกร่งใน 3Q26F นอกจากนี้ เรายังชอบ CPALL ในฐานะหุ้นเด่นของกลุ่มสินค้าจำเป็น โดยได้รับแรงหนุนจาก SSS ที่เป็นบวกของธุรกิจ CVS มาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยอดขายที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากการฟื้นตัวของการบริโภคหลังจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส สิ้นสุดลงใน 4Q26F

ความเสี่ยงสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลและกำลังซื้อ ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญคือการจัดการพลังงานและของเสีย, ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (E) และการจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์, แนวปฏิบัติด้านแรงงาน และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (S)

กลุ่มพาณิชย์ – SSS กลุ่มพาณิชย์ยังคงอ่อนแอใน 3Q26TD | Café Invest