- ผลกระทบจากสถานการณ์ข้อขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา ถึงล่าสุด (9/12/2025) ยังมีผลกระทบกับกลุ่มค้าปลีกจำกัด
Markets
News Update - พาณิชย์ อัพเดตผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดนไทยกัมพูชา

- ประเด็นแรก จากการสอบถามกลุ่มค้าปลีกที่มีสาขาที่ประเทศกัมพูชา บริษัทที่มียอดขายจากกัมพูชา คิดเป็นเพียง 1-2% ของรายได้ (GLOBAL CPALL CPAXT BJC) ทุกบริษัทยังคงมีการเปิดร้านสำหรับขายสินค้าเป็นปกติ (ยกเว้น BJC ที่มีการปิดสาขาใหญ่ชั่วคราว 1 สาขาที่ปอยเปต) โดยยังมีการจัดหาสินค้าได้ตามปกติและยังไม่มีสินค้าขาดอย่างมีนัยยะ
- ประเด็นที่สอง จากการสอบถามกลุ่มค้าปลีกที่มีร้านค้าอยู่ที่บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา พบว่าปัจจุบันสาขาในฝั่งชายแดนไทยที่ปิดชั่วคราวถึงวันนี้ (9/12/2025) อยู่ในพื้นที่ใกล้ด่านชายแดนที่มีข้อพิพาท ซึ่งกระทบสาขาบางส่วน แต่คิดเป็นสัดส่วนรายได้ของแต่ละบริษัทอย่างไม่มีนัยยะ ประมาณ 1% ของรายได้ เช่น CPALL มีการปิดสาขา CVS ในหลัก10 สาขา CPAXT มีการปิดสาขา Go Fresh ขนาดเล็ก 9 สาขา BJC มีการปิดสาขา Mini BigC ไป 8 สาขาและสาขาใหญ่ 3 สาขา (สาขาใหญ่ที่อุบล 2 สาขา และสาขาที่ปอยเปต 1 สาขา) GLOBAL ปิด 1 สาขา (กันทรลักษณ์) HMPRO ปิด 1 สาขา (อรัญประเทศ) และ CRC ปิด 1 สาขาไทวัสดุ (อรัญประเทศ)
- Top picks ของเราได้แก่ HMPRO GLOBAL (คาดความต้องการฟื้นฟูน้ำท่วมที่ภาคใต้สนับสนุน) CPALL (คาดงบ 4Q25 ที่เติบโต YoY ดีสุดในกลุ่ม)

