กลยุทธ์ลงทุน (Tactical Call) สำหรับหุ้นที่เกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตรและโลหะ :เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเกษตร (เนื้อสัตว์) โดยเลือก Top Picks คือ CPF และ BTG เนื่องจากคาดกำไรปกติ 1Q68 จะยังเติบโตต่อเนื่อง YoY และ QoQ แรงหนุนจากราคาสุกรในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น และต้นทุนอาหารสัตว์ (ข้าวโพดและกากถั่วเหลือง) ที่ปรับตัวลดลง ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มอย่าง OSP และ CBG มองว่าระยะสั้นราคาหุ้นอาจจะยังถูกกดดันจากความกังวลต้นทุนอลูมิเนียมที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และการแข่งขับที่รุนแรงขึ้นจากตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำรอติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงดังกล่าวก่อน
InnovestX กลยุทธ์การลงทุน – อัพเดตสถานการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์

บทสรุป
สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและโลหะ ก.พ. 68 : ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ปรับลง MoM นำโดยราคาถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีปรับลง จากอุปทานเพิ่มขึ้น หลังภัยแล้งในอเมริกาใต้บรรเทาลง พื้นที่เพาะปลูกในสหรัฐเพิ่มขึ้น และกังวลบางประเทศอาจตอบโต้ภาษีการค้าของสหรัฐด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐได้ ด้านราคาน้ำตาลปรับลงจากคาดผลผลิตน้ำตาลบราซิลเพิ่มขึ้น ส่วนราคายางพาราและน้ำมันปาล์มปรับขึ้น จากอุปทานตึงตัว ด้านราคาหมูในประเทศปรับขึ้นจากอุปทานลดลงเพราะมีเนื้อสุกรที่ลักลอบนำเข้าลดลงและการลดอุปทานตามนโยบายของรัฐบาล อีกทั้งยังมีมาตรการแจกเงินเฟส 2 กระตุ้นอุปสงค์ ส่วนราคาโลหะปรับขึ้นจากกังวลสหรัฐเก็บภาษีนำเข้ากระทบอุปทานชะงักงัน
แนวโน้มสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและโลหะ มี.ค. 68 : ภาพรวมราคาสินค้าเกษตรคาดยังปรับลง MoM โดยราคาถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโพด และน้ำตาลคาดปรับลง MoM จากอุปทานที่เพิ่มขึ้นและกังวลสินค้าเกษตรจะถูกนำมาเป็นเครื่องมือตอบโต้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ ส่วนราคายางพาราคาดทรงตัวหรือปรับขึ้นเล็กน้อย MoM โดยแม้อุปทานจะตึงตัวจากเข้าสู่ฤดูปิดกรีดยาง แต่มีปัจจัยกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอลงตามเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้านราคาสุกรในประเทศคาดปรับขึ้น MoM จากการจัดการด้านอุปทานที่ดีขึ้น ส่วนราคาอลูมิเนียมคาดปรับขึ้น MoM จากอุปทานตึงตัว หลัง EU แบนการนำเข้าอะลูมิเนียมรัสเซียและการเก็บภาษีนำเข้า 25% ของสหรัฐ ที่มีผลบังคับใช้ 4 มี.ค. นี้
