CoreWeave กำลังเปลี่ยนตัวเองจากผู้ให้บริการ GPU เฉพาะทางไปสู่แพลตฟอร์ม AI เต็มรูปแบบ โดยเปิดตัว Forge เพื่อครอบคลุมทั้งการพัฒนา ฝึก ทดสอบ และใช้งาน AI Agent พร้อมขยายบริการด้าน CPU, Storage และ Software เพื่อเพิ่มรายได้ต่อหนึ่งลูกค้า ขณะที่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานยังแข็งแรงจากอุปสงค์ Nvidia GPU ที่แทบขายหมด INVX มองว่าทิศทางนี้ช่วยเพิ่มโอกาสด้านอัตรากำไรและลดการพึ่งพารายได้จาก GPU เพียงอย่างเดียวในระยะยาว
CoreWeave ขยับจากผู้ให้เช่า GPU สู่แพลตฟอร์ม AI เต็มรูปแบบ

1. CoreWeave ต้องการลดภาพจำว่าเป็นเพียง “Neocloud”
CoreWeave ระบุว่าคำว่า “Neocloud” ไม่สะท้อนธุรกิจปัจจุบันแล้ว เพราะบริษัทไม่ได้มีรายได้จากการให้เช่า GPU เพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยายไปสู่ซอฟต์แวร์ เครื่องมือพัฒนา AI และบริการสำหรับลูกค้าองค์กร โดยปัจจุบันมีลูกค้านอกกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Caterpillar, Capital One, Nasdaq และ JPMorgan ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่เริ่มมาจากการใช้บริการ AI Cloud และซอฟต์แวร์ที่สร้างบนโครงสร้าง GPU มากกว่าการเช่า GPU โดยตรง
จุดสำคัญคือ 82% ของลูกค้าใช้ผลิตภัณฑ์ CoreWeave ตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป สะท้อนว่าบริษัทเริ่มขายบริการได้หลายชั้นต่อหนึ่งลูกค้า และลดการพึ่งพารายได้จากกำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว
2. เปิดตัว Forge เพื่อย้ายธุรกิจขึ้นไปสู่ชั้นซอฟต์แวร์
ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำคัญคือ CoreWeave Forge ซึ่งรวมขั้นตอนสำคัญของการพัฒนา AI ตั้งแต่การทดลอง ฝึกโมเดล ตรวจสอบผล ปรับปรุง ไปจนถึงการนำโมเดลและ AI Agent ไปใช้งานจริงไว้ในสภาพแวดล้อมเดียว โดยเปิดให้ใช้งานร่วมกับโมเดล เครื่องมือ และคลาวด์จากค่ายอื่นได้ด้วย ปัจจุบัน MasterClass และ Canva เริ่มใช้งานแล้ว
Forge รวมเทคโนโลยีจาก Weights & Biases, OpenPipe และเครื่องมือของ CoreWeave เองเข้าด้วยกัน จุดประสงค์คือแก้ปัญหาที่ทีมพัฒนา AI ต้องใช้เครื่องมือหลายระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้ข้อมูลจากการใช้งานจริงไม่ถูกนำกลับไปปรับโมเดลอย่างมีประสิทธิภาพ
3. กลยุทธ์นี้มีโอกาสช่วยเพิ่มอัตรากำไร
CoreWeave ต้องการเพิ่มรายได้ที่ไม่ผูกกับ GPU โดยตรง เช่น ซอฟต์แวร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล เครือข่าย CPU และบริการบริหารระบบ นักวิเคราะห์มองว่าการขายบริการเหล่านี้เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มรายได้ต่อกำลังไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ และทำให้ลูกค้าอยู่กับระบบนานขึ้น ขณะที่บริษัทเองระบุว่า Forge มีศักยภาพช่วยเพิ่มอัตรากำไร
ปัจจุบันบริการโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่ GPU มีรายได้ประจำต่อปีมากกว่า $400mn และมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนขึ้นในอนาคต หาก CoreWeave สามารถผลักดันให้ลูกค้าใช้บริการหลายประเภทมากขึ้น ก็จะช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจให้เช่ากำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว
4. ยังเดินหน้าจุดแข็งเดิม คือเข้าถึงชิป Nvidia รุ่นใหม่ได้เร็ว
แม้ขยายขึ้นไปสู่ซอฟต์แวร์ CoreWeave ยังรักษาจุดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการกลุ่มแรกที่นำ Nvidia Vera Rubin NVL72 มาใช้งานจริง และ Cognition เป็นลูกค้ารายแรกที่นำระบบดังกล่าวไปใช้ในงานจริง
ผลทดสอบของ Cognition ระบุว่า Vera Rubin NVL72 ช่วยเพิ่มปริมาณการประมวลผลโทเคนสูงสุด 4.8 เท่า เมื่อเทียบกับ GB200 NVL72 สำหรับงาน AI เขียนโค้ด และเพิ่มประสิทธิภาพงานฝึกแบบ Reinforcement Learning ได้ 3.8 เท่า ซึ่งช่วยลดต้นทุนต่อการใช้งานและรองรับผู้ใช้พร้อมกันได้มากขึ้น
CoreWeave ยังเพิ่ม Nvidia Vera CPU สำหรับงาน AI Agent ซึ่งต้องใช้ CPU มากขึ้นในการเรียกเครื่องมือ รันโค้ด จัดการข้อมูล และควบคุมลำดับงาน โดยผลทดสอบของบริษัทพบว่าสามารถเปิดสภาพแวดล้อมสำหรับ AI Agent ได้เร็วกว่า CPU แบบ x86 มากกว่า 3 เท่า
5. อุปสงค์ยังสูง ขณะที่กำลังให้บริการยังตึงตัว
บริษัทระบุว่ากำลังประมวลผลของ Nvidia ในปัจจุบันยัง แทบขายหมดทั้งหมด และ Pipeline โครงการที่ผ่านการคัดกรองมีขนาดมากกว่ากำลังที่บริษัทสามารถรองรับได้มากกว่า 10 เท่า ทำให้ CoreWeave มีอำนาจในการเลือกลูกค้าและสามารถเน้นสัญญาที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้
นอกจากนี้ บริษัทสามารถปรับราคาขึ้นมากกว่า 35% ในช่วงไม่กี่ไตรมาสที่ผ่านมา จากภาวะอุปสงค์มากกว่าอุปทาน และเริ่มเปลี่ยนจากการตั้งราคาตามต้นทุนไปสู่การตั้งราคาตามคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ ซึ่งมีแนวโน้มช่วยหนุนอัตรากำไรเมื่อสัญญาใหม่เริ่มรับรู้รายได้มากขึ้นในปี 2027
6. ความท้าทายคือการพิสูจน์ว่าเป็น Cloud Platform ได้จริง
แม้ทิศทางธุรกิจดีขึ้น แต่ CoreWeave ยังต้องพิสูจน์ว่าการขยายไปสู่ซอฟต์แวร์และลูกค้าองค์กรสามารถสร้างรายได้ในระดับใหญ่ได้จริง เพราะในระยะใกล้ ลูกค้ารายใหญ่เพียงไม่กี่รายยังคงคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของความต้องการโครงสร้าง AI
อีกประเด็นคือ การแข่งขันจะเริ่มเปลี่ยนจากการเข้าถึง GPU ไปสู่การแข่งขันด้านแพลตฟอร์ม เครื่องมือพัฒนา ความปลอดภัย ระบบข้อมูล และความสามารถในการเชื่อมต่อกับคลาวด์อื่น ซึ่ง CoreWeave กำลังเร่งลงทุน โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยสำหรับลูกค้าองค์กร
สรุปประเด็นสำคัญ
ประเด็น | รายละเอียด | ผลต่อ CoreWeave |
|---|---|---|
โมเดลธุรกิจ | จากผู้ให้เช่า GPU ไปสู่ AI Cloud + Software | ลดการพึ่งพารายได้โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว |
การใช้หลายผลิตภัณฑ์ | 82% ของลูกค้าใช้ ≥3 ผลิตภัณฑ์ | เพิ่มรายได้ต่อลูกค้าและความเหนียวแน่น |
Forge | รวมการฝึก ทดสอบ ปรับปรุง และใช้งาน AI | เพิ่มรายได้ซอฟต์แวร์และบริการ |
Non-GPU ARR | มากกว่า $400mn | ช่วยกระจายแหล่งรายได้ |
Vera Rubin NVL72 | ประสิทธิภาพสูงสุด 4.8x เทียบ GB200 ในบางงาน | รักษาจุดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน |
อุปสงค์ | Nvidia capacity แทบขายหมด | หนุนอำนาจต่อรองและราคา |
Pipeline | มากกว่ากำลังรองรับ >10x | สะท้อนดีมานด์ยังสูง |
Pricing | ราคาปรับขึ้นมากกว่า 35% ในช่วงไม่กี่ไตรมาส | มีโอกาสหนุนอัตรากำไร |
ความเสี่ยง | ลูกค้ารายใหญ่ยังกระจุกตัว | ต้องติดตามการกระจายรายได้ |
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ | การเติบโตของ Software/Enterprise | เป็นกุญแจต่อการยกระดับมูลค่าธุรกิจ |
มุมมองของ InnovestX
- INVX มองพัฒนาการนี้เป็น บวกต่อ CoreWeave (CRWV) เพราะบริษัทกำลังเปลี่ยนจากโมเดลที่พึ่งพาการให้เช่า GPU ไปสู่แพลตฟอร์ม AI ที่มีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์ และบริการมูลค่าสูง ซึ่งมีโอกาสช่วยเพิ่มรายได้ต่อลูกค้าและอัตรากำไรในระยะกลาง ขณะเดียวกัน อุปสงค์ GPU ยังแข็งแรงและความสัมพันธ์กับ Nvidia (NVDA) ยังคงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องติดตามคือความสามารถในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ซอฟต์แวร์ การกระจายฐานลูกค้า และการลดการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

