กำไรปกติ 4Q67 อยู่ที่ 5.9 พันลบ. ฟื้นตัวจากขาดทุนปกติ 8 พันลบ. ใน 4Q66 แต่ -11% QoQ สูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4-4.5 พันลบ. จากอัตรากำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่แข็งแกร่ง ด้วยราคาสุกรในประเทศไทยและประเทศเวียดนามที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง YTD ท่ามกลางราคาสุกรในประเทศจีนที่ลดลงเล็กน้อย QoQ และต้นทุนอาหารสัตว์ระดับต่ำ เราจึงคาดว่ากำไรปกติ 1Q68 จะปรับตัวดีขึ้น YoY และอย่างน้อยจะอยู่ในระดับทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น QoQ ทั้งนี้เพื่อสะท้อนมาร์จิ้นที่กว้างขึ้น เราจึงปรับประมาณการกำไรปี 2568 เพิ่มขึ้น 20% เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ CPF โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็นราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 อ้างอิงวิธี SOTP ที่ 30 บาท (จาก 28 บาท): 7.5 บาท สำหรับธุรกิจของ CPF เอง (PE 9-13 เท่าสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจอาหาร) และ 22.5 บาท สำหรับการถือหุ้นใน CPALL และ CPAXT
CPF - 4Q67: กำไรปกติสูงกว่าคาด

กำไรสุทธิ 4Q67 เป็นไปตามคาดที่ 4.2 พันลบ. เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากกำไรสุทธิ 121 ลบ. ใน 4Q66 แต่ -42% QoQ เมื่อหักค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจำนวน 1.7 พันลบ. (ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์) ออก พบว่ากำไรปกติ 4Q67 อยู่ที่ 5.9 พันลบ. ฟื้นตัวจากขาดทุนปกติ 8 พันลบ. ใน 4Q67 แต่ -11% QoQ โดยกำไรปกติสูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4-4.5 พันลบ. ค่อนข้างมากจากอัตรากำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่แข็งแกร่ง กำไรที่ปรับตัวดีขึ้น YoY ได้รับการสนับสนุนจาก: 1) อัตรากำไรขั้นต้นที่กว้างขึ้น โดยได้แรงหนุนจากราคาผลิตภัณฑ์สัตว์บกในประเทศไทยและประเทศเวียดนามที่สูงขึ้นและต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง; 2) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.9 พันลบ. (เทียบกับ 643 ลบ. ใน 4Q66) จาก CTI (พลิกกลับมามีกำไร เทียบกับขาดทุนใน 4Q66 จากราคาสุกรในประเทศจีนที่สูงขึ้นและการขายฟาร์มสุกรที่สร้างผลขาดทุนในประเทศจีนออกไปบางส่วนใน 4Q66) และ CPALL & CPAXT (ยอดขายและมาร์จิ้นแข็งแกร่ง); 3) อัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายที่ลดลงหลังจากขายฟาร์มไก่ที่สร้างผลขาดทุนออกไปบางส่วนใน 4Q66; 4) ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง (-12% YoY) จากการชำระหนี้บางส่วนล่วงหน้าและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทั้งนี้หลังจากจ่ายเงินปันผลงวด 1H68 ไปแล้ว 0.45 บาท/หุ้น เงินปันผลงวด 2H68 อยู่ที่ 0.55 บาท/หุ้น (XD วันที่ 9 พ.ค.)
ประเด็นสำคัญจากการประชุม นโยบายของทรัมป์ CPF มีมุมมองเชิงบวกหากรัฐบาลไทยเปิดให้มีการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำจากสหรัฐฯ เช่น ข้าวโพด เพื่อทดแทนอุปทานที่ขาดแคลนในช่วงนอกฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวโพดในประเทศไทยตั้งแต่เดือนก.พ. ถึงเดือนส.ค. ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ผลิตของไทยมักจะนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านตามโควตาที่กำหนดและโครงสร้างภาษีนำเข้า ราคาข้าวโพดนำเข้าจากสหรัฐฯ มายังไทย (รวมภาษีนำเข้าและค่าขนส่ง) คาดว่าจะต่ำกว่าราคาข้าวโพดในประเทศไทยอยู่ 1 บาท/กก. (-10%) โอกาสการเปิดให้นำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ ยังเกิดได้ค่อนข้างยาก กฎหมายของไทยในปัจจุบันไม่อนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการผลิตสุกร (ผู้ผลิตเนื้อสุกรในสหรัฐฯ ยังมีการใช้สารนี้) เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค ต้นทุนอาหารสัตว์ CPF มีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาวัตถุดิบในปี 2568 ทั้งข้าวโพดและมันสำปะหลังในประเทศ รวมถึงข้าวสาลีและกากถั่วเหลืองนำเข้า ว่าน่าจะปรับตัวลดลง YoYเนื่องจากมีอุปทานสูงจากสภาวะการเพาะปลูกที่ดี ราคาสัตว์บก CPF คาดว่าราคาสุกรในประเทศไทยและประเทศเวียดนามจะยังแข็งแกร่งใน 1H68 (76-82 บาท/กก. และ VND65,000-70,000/กก. YTD) ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมอุปทานของรัฐบาลไทย และการขาดแคลนอุปทานหลังจากโรค ASF กลับมาระบาดในประเทศเวียดนามใน 2H67 โดยราคาจะดีขึ้น YoY ในปี 2568 ราคาสุกรในประเทศจีนมีแนวโน้มอ่อนตัวลงใน 1H68 (CNY14-15/กก. YTD) จากนั้นจะปรับตัวดีขึ้นใน 2H68 จากอุปทานที่ตึงตัว ซึ่งเห็นได้จากราคาสุกรพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และลูกสุกรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งจะส่งผลทำให้ราคาปี 2568 ใกล้เคียงกับปี 2567 นอกจากนี้ราคาไก่เนื้อในประเทศในปี 2568 ก็มีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2567 (41.5 บาท/กก. YTD) โดยมีความต้องการส่งออกเพิ่มมากขึ้น การดำเนินงานต่างประเทศ ในปี 2568 CPF คาดว่าขาดทุนจากการดำเนินงานในต่างประเทศจะลดลง YoY: 1) ธุรกิจในสหรัฐฯ (Bellesio) จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ออกมามากขึ้น เช่น Thai cube box (ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวในยุโรป) 2) ธุรกิจสัตว์บกในประเทศอินเดีย จากการเพิ่มสัดส่วนยอดขายอาหารสัตว์และอาหาร โดยลดยอดขายไก่มีชีวิตลงเพื่อลดการพึ่งพาธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่มีความผันผวน การกลับมาพิจารณาปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเวียดนามในปี 2568 จะช่วยสนับสนุนแผนการจดทะเบียน C.P. Vietnam ในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ: ราคาที่ลดลงจากกำลังซื้อเปราะบางและอุปทานที่มากขึ้น ต้นทุนอาหารสัตว์สูง และเงินบาทแข็งค่า ปัจจัยเสี่ยง ESG ที่สำคัญ คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การบริหารจัดการน้ำและของเสีย (E), สวัสดิภาพของลูกค้า, การบริหารจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์ และนโยบายเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย (S)
4Q24 core profit was Bt5.9bn, up from -Bt8bn in 4Q23 but down 11% QoQ, above estimates of Bt4-4.5bn off a solid gross margin and equity income. With swine prices in Thailand and Vietnam rising strongly YTD amid slightly lower swine price QoQ in China and low feed costs, we expect 1Q25F core profit to improve YoY and be at least stable or up QoQ. To factor in a wider margin, we raise our 2025F by 20%. We maintain Outperform with a new end-2025 SOTP TP of Bt30 (from Bt28): Bt7.5 for CPF itself (9-13x PE for feed, farm and food units) and Bt22.5 for CPALL and CPAXT.
4Q24 net profit in line at Bt4.2bn from Bt121mn in 4Q23 but down 42% QoQ. Excluding Bt1.7bn one-off expenses (mostly impairment expenses), 1Q25F core profit was Bt5.9bn, up from core loss of Bt8bn in 4Q23 but down 11% QoQ, much better than estimates of Bt4-4.5bn, backed by a solid gross margin and equity income. The YoY improvement was underwritten by: 1) a wider gross margin led by higher livestock prices in Thailand and Vietnam and lower feed costs; 2) a rise in equity income to Bt3.9bn (vs Bt643mn in 4Q23) from CTI (earnings back in the black vs a loss in 4Q23, from higher swine prices in China and the sale of some loss-making swine farms in China in 4Q23) and CPALL & CPAXT (robust sales and margin); 3) lower SG&A/sales after the sale of some loss-making chicken farms in China in 4Q23; 4) lower interest expenses (-12% YoY) from partial debt repayment and lower cost of funds. After a 1H25 DPS of Bt0.45, it is paying a 2H25 DPS of Bt0.55 (XD on May 8).
Takeaway from meeting. Trump’s policies. CPF believes it would be good if the Thai government opens up imports of lower-priced US feed, particularly corn, to replace the shortfall from February to August, when there is little or no local corn. At that time, Thai producers normally import corn from neighboring countries according to a specified quota and import tax structure. All-in price for corn imported from the US to Thailand (including import tax and transportation cost) is estimated at Bt1/kg below local corn price (-10%). The possibility the Thai government opens up for import of US swine meat is low. Thai law currently bans Beta-agonist usage for swine production (which is used by US swine producers) for consumer health reasons. Feed costs. CPF is positive on the trend of feed costs in 2025F, with prices of local corn and cassava and imported soybean meal and wheat down YoY from high supply after favorable crop conditions. Livestock prices. CPF expects swine prices in Thailand and Vietnam to stay strong in 1H25F (Bt76-82/kg and VND65,000-70,000/kg YTD) off measures to control supply in Thailand and a supply shortage after the widespread return of ASF in Vietnam in 2H24, with better prices YoY in 2025F. Swine price in China has slipped in 1H25F (CNY14-15/kg YTD) but is expected to improve in 2H25F from tighter supply, as indicated by a recent price rise for pig breeders and piglets that has brought 2025F prices close to 2024’s. Local broiler price in 2025F is also set to be close to 2024’s (Bt41.5/kg YTD), backed by higher export demand. Other overseas. In 2025F, it expects losses from overseas to be lower YoY: 1) Bellesio in the US will launch more new product categories, including a Thai cube box (successfully launched in Europe); 2) in India, livestock operations will improve on an increase in the proportion of feed and food sales, with lower live chicken sales to reduce dependence on the volatile farm business. The return of regulatory adjustment of listing rules in Vietnam in 2025 will support its planned listing of C.P. Vietnam on the Ho Chi Minh Stock Exchange.
Key risks: Weak prices from fragile purchasing power and more supply, high feed costs, strong THB. Key ESG risks are GHG emission, waste & water management (E), customer welfare, product quality management, health & safety policies (S).
Download PDF Click > CPF250228_E.pdf

