Salesforce กำลังเปลี่ยนจากผู้ให้บริการ CRM ไปสู่แพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กร โดยใช้จุดแข็งด้านข้อมูลและกระบวนการทำงานเป็นแกนหลัก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการถูก AI แทนที่โดยตรง ในเชิงลงทุนจึงยังมองกลุ่มซอฟต์แวร์ได้แบบ Selective Buy โดยเน้นบริษัทที่ระบบซับซ้อน ฝังลึกในองค์กร และมีต้นทุนการเปลี่ยนระบบสูง เช่น CRM, NOW, ORCL, SAP และ MSFT
Salesforce เร่งยกระดับ AI องค์กร ผ่าน Koa และ AIforce

Salesforce เร่งยกระดับ AI องค์กร ผ่าน Koa และ AIforce
1. การใช้ AI ในองค์กรยังอยู่ช่วงเริ่มต้น
· Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic มองว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจนำศักยภาพของ AI มาใช้จริงเพียงประมาณ 5–10% สะท้อนว่าบริษัทส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำ AI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ขณะที่ Marc Benioff ซีอีโอ Salesforce ยอมรับว่าการใช้งาน AI ของลูกค้าองค์กรยังมีความแตกต่างกันมาก และ Salesforce จำเป็นต้องช่วยให้ลูกค้านำเทคโนโลยีไปใช้ได้เร็วและง่ายขึ้น
· ประเด็นนี้สะท้อนว่าคอขวดสำคัญของ AI ในระยะถัดไปอาจไม่ใช่เพียงความสามารถของโมเดล แต่เป็นการเชื่อม AI เข้ากับข้อมูล ระบบงาน สิทธิการเข้าถึง และกระบวนการขององค์กรให้สามารถใช้งานจริงได้
2. Salesforce และ Anthropic ขยายความร่วมมือ เชื่อม Claude เข้ากับระบบองค์กร
· Salesforce ขยายความร่วมมือกับ Anthropic เพื่อนำ Claude เชื่อมเข้ากับผลิตภัณฑ์ของ Salesforce โดยปัจจุบันมีพนักงาน Salesforce ราว 7,000 คนใช้เครื่องมือที่เชื่อมกับ Claude แล้ว ขณะเดียวกัน Salesforce ยังถือเงินลงทุนใน Anthropic มูลค่าประมาณ $5bn ณ ต้นเดือน มิ.ย.
· ความร่วมมือดังกล่าวช่วยลดความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ Salesforce โดยตรง เนื่องจากโมเดล AI ยังต้องพึ่งข้อมูลลูกค้า กระบวนการทำงาน และระบบบันทึกข้อมูลหลักขององค์กร ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Salesforce
3. เปิดตัว Koa โมเดล AI ที่พัฒนาสำหรับงาน CRM โดยเฉพาะ
· Salesforce ร่วมกับ NVIDIA เปิดตัว Koa ซึ่งเป็นโมเดลที่ออกแบบให้สามารถวิเคราะห์และดำเนินงานหลายขั้นตอนในระบบ CRM เช่น การปรับข้อมูลโอกาสทางการขาย การจัดเส้นทางงานบริการ และการติดตามลูกค้า โดยพัฒนาต่อยอดจาก NVIDIA Nemotron 3 Super และองค์ความรู้ด้าน CRM ที่ Salesforce สะสมมานานเกือบ 30 ปี
· จากการทดสอบภายใน Koa ให้ผลเทียบเท่าหรือดีกว่าโมเดลชั้นนำในงาน CRM พร้อมลดข้อผิดพลาดได้ประมาณ 3 เท่า จุดสำคัญคือ Salesforce ควบคุมตัวโมเดลและการประมวลผลภายในระบบของตนเอง ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการควบคุมข้อมูล
4. AIforce ทำให้ Salesforce ใช้งานได้ผ่านทุกช่องทาง
· Salesforce เปิดตัว AIforce ซึ่งทำหน้าที่เป็นชั้นเชื่อมระหว่างข้อมูล กระบวนการทำงาน และ AI ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Salesforce ผ่านเครื่องมืออื่น เช่น Claude, Slack หรือแพลตฟอร์ม AI ภายนอก โดยไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าจอ Salesforce โดยตรง
· แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายทำให้ข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และกระบวนการทำงานเดิมขององค์กรสามารถถูกเรียกใช้ผ่าน AI ได้ทันที โดยยังคงกฎด้านความปลอดภัยและการกำกับข้อมูลไว้ภายใน Salesforce
5. Salesforce วางตัวเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ขององค์กร มากกว่าผู้ขายซอฟต์แวร์แบบเดิม
· ทิศทางของ Salesforce สะท้อนการเปลี่ยนจากการขายซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้ต้องเข้าไปทำงานในระบบ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลัง AI และผู้ช่วยดิจิทัลหลายรูปแบบ โดย Agentforce, Data 360, Customer 360 และ AIforce จะทำหน้าที่ร่วมกันตั้งแต่จัดการข้อมูล วิเคราะห์ ไปจนถึงลงมือดำเนินงาน
· บริษัทจึงพยายามรักษาบทบาทของ Salesforce ในฐานะ “ระบบข้อมูลหลักขององค์กร” แม้หน้าจอที่ผู้ใช้ทำงานด้วยจะเปลี่ยนไปเป็น Claude, Slack หรือเครื่องมือ AI อื่นในอนาคต
6. โอกาสยังสูง แต่ความท้าทายอยู่ที่ต้นทุนและคุณภาพข้อมูล
· แม้ AIforce และ Koa จะช่วยให้ลูกค้านำ AI ไปใช้ได้ง่ายขึ้น แต่การใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูล การเชื่อมโยงระบบ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจาก AI ลูกค้าองค์กรยังจำเป็นต้องมีข้อมูลที่สะอาด เชื่อมโยงกัน และมีระบบควบคุมสิทธิที่ชัดเจน
· ดังนั้น ความสำเร็จของ Salesforce จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลงผลิตภัณฑ์ AI เหล่านี้ให้เป็นการใช้งานจริงในวงกว้าง รวมถึงรูปแบบราคาและผลตอบแทนที่ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่ากับต้นทุน
มุมมอง InnovestX
· มองประเด็นดังกล่าวเป็นบวกต่อ Salesforce ในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงที่ AI จะเข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์องค์กรโดยตรง และตอกย้ำว่าข้อมูล กระบวนการทำงาน และระบบบันทึกข้อมูลหลักยังเป็นส่วนสำคัญของการนำ AI มาใช้จริง
· ในเชิงกลยุทธ์ เรายังมองลงทุนในกลุ่มซอฟต์แวร์ได้ แต่เน้น Selective Buy ในบริษัทที่มีระบบซับซ้อน ฝังลึกในกระบวนการทำงานของลูกค้า มีข้อมูลเฉพาะองค์กร และมีต้นทุนในการเปลี่ยนระบบสูง เช่น Salesforce (CRM), ServiceNow (NOW; NOW23), Oracle (ORCL; ORCL23), SAP (SAP) และ Microsoft (MSFT; MSFT23) ซึ่งมีโอกาสใช้ AI เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์เดิม มากกว่าจะถูก AI เข้ามาแทนที่โดยตรง
· ผู้เล่นกลุ่มนี้ยังอาจได้ประโยชน์หากการพัฒนาโมเดล AI ขั้นสูงชะลอลง เพราะช่วยลดแรงกดดันจากโมเดลใหม่ที่อาจเข้ามาแทนซอฟต์แวร์เดิมเร็วเกินไป พร้อมเปิดเวลาให้บริษัทพัฒนาการเชื่อมข้อมูล ระบบควบคุม และ AI สำหรับงานเฉพาะองค์กรได้มากขึ้น โดยเฉพาะ CRM และ NOW (NOW23) ที่มีขั้นตอนการทำงานซับซ้อนและเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของลูกค้าโดยตรง
· ขณะเดียวกันยังเป็นบวกต่อ NVIDIA (NVDA; NVDA23) จากการที่ Nemotron และโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลถูกนำไปใช้สร้างโมเดลเฉพาะทางสำหรับองค์กร อย่างไรก็ดี ต้องติดตามอัตราการใช้งานจริงของ Agentforce/AIforce การตั้งราคา และความสามารถในการเปลี่ยนการใช้งาน AI ให้เป็นรายได้ที่มีนัยสำคัญ
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

