Café Invest
Markets

จาก Fear สู่ Greed ตลาดคริปโทกลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมสัญญาณฟื้นตัวที่เริ่มชัดขึ้น

จาก Fear สู่ Greed ตลาดคริปโทกลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมสัญญาณฟื้นตัวที่เริ่มชัดขึ้น
  • ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังผันผวนจากปัจจัยมหภาค: Bitcoin ขึ้นแตะ $85,000 ก่อนย่อลงสู่ $82,500 ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวบริเวณ $2,600–2,800 ท่ามกลาง Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม Sentiment และโครงสร้างตลาดเริ่มมีสัญญาณบวกมากขึ้น
  • Sentiment พลิกจาก Fear สู่ Greed: Fear & Greed เพิ่มจากราว 30 สู่ 74 ขณะที่ BTC Dominance ลดเหลือ 53.8% สะท้อนแรงซื้อที่เริ่มกระจายจาก Bitcoin ไปยัง Altcoins มากขึ้น
  • Bitcoin ฟื้นพร้อม Leverage ลดลง: BTC ขึ้นราว 35% จากจุดต่ำสุดเดือน ส.ค. ขณะที่ Open Interest ลดเกือบ 20% สู่ระดับต่ำสุดนับจากเดือน มี.ค. ช่วยลดความเปราะบางจาก Forced Liquidation
  • USDC ขยับสู่ Financial Infrastructure: CFTC ไฟเขียว Coinbase Clearing เป็น DCO พร้อมโครงสร้าง USDC-native สำหรับ Collateral และ Settlement 24/7 สะท้อน Use Case ของ Stablecoin ที่ขยายเข้าสู่ตลาดการเงินภายใต้การกำกับดูแล
  • ปัจจัยที่ต้องติดตาม: ISM Manufacturing PMI เดือน ก.ย. วันที่ 1 ต.ค. คาด 57 และ Nonfarm Payrolls วันที่ 2 ต.ค. คาด 98k หากแข็งแกร่งกว่าคาด อาจเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยและกดดัน Crypto ขณะที่ตัวเลขต่ำกว่าคาดช่วยลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ย แต่หาก PMI ต่ำกว่า 50 อาจเพิ่มความกังวลเศรษฐกิจถดถอย

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงกดดันในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากแรงขายในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทำระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 19 ปี ขณะที่อายุ 30 ปีขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับจากปี 2004 ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง และความกังวลว่า Fed อาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันเงินเฟ้อยืดเยื้อ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถูกกดดัน

ในส่วนของราคา Bitcoin ซึ่งระหว่างสัปดาห์ปรับตัวขึ้นไปแตะบริเวณ 85,000 ดอลลาร์ เผชิญแรงขายในช่วงปลายสัปดาห์และทำจุดต่ำสุดบริเวณ 82,500 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ทำจุดสูงสุดบริเวณ 2,800 ดอลลาร์ ก่อนปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดราว 2,600 ดอลลาร์

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

สำหรับประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือ ISM Manufacturing PMI หรือดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเดือน ก.ย. ที่จะรายงานในวันที่ 1 ต.ค. โดยตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 57 หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด จะสะท้อนว่ากิจกรรมในภาคการผลิตยังคงขยายตัวได้ดี ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เพิ่มเติม และเป็นปัจจัยกดดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัล ในทางกลับกัน หากตัวเลขต่ำกว่าคาดจะช่วยลดแรงกดดันในการขึ้นดอกเบี้ยและเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพคล่อง อย่างไรก็ดี หากดัชนีทรุดตัวลงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งสะท้อนถึงการหดตัวของภาคการผลิต อาจพลิกกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างหนักจากความกังวลด้านภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อีกหนึ่งตัวเลขสำคัญคือ Nonfarm Payrolls หรือยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. ที่จะรายงานในวันที่ 2 ต.ค. โดยตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 98k หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ จะสะท้อนภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงตึงตัว ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เพิ่มเติมเช่นกัน และเป็นปัจจัยกดดันเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล แต่หากตัวเลขออกมาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาด จะช่วยลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนทิศทางราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะถัดไป

Big Cap Performance

Source : Tradingview as of 30 September 2026

Key Highlight 1: Sentiment พลิกเข้า Greed ขณะที่เม็ดเงินเริ่มกระจายออกจาก Bitcoin

Source : CryptoQuant as of 29 September 2026

Fear & Greed พุ่งจาก 30 → 74

Sentiment ของตลาด Crypto เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดย Fear & Greed Index เพิ่มจากบริเวณ 30 ในเดือนสิงหาคม มาอยู่ที่ 74 สะท้อนว่าบรรยากาศของตลาดเปลี่ยนจากความกลัวกลับเข้าสู่โซน Greed ภายในระยะเวลาไม่นาน

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงการกลับเข้าสู่ Greed แต่คือ คนกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น สะท้อนว่า นักลงทุนกำลังกลับเข้าสู่ตลาด หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดเผชิญแรงกดดันและความระมัดระวังในระดับสูง

BTC Dominance ลดเหลือ 53.8%: ตลาดไม่ได้ฟื้นแค่ Bitcoin : Altcoins ก็ขึ้นแรงตาม

ในช่วงเดียวกัน Bitcoin Dominance หรือ BTC.D ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 53.8% และยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ซึ่งหมายความว่าสัดส่วน Market Cap ของ Bitcoin เมื่อเทียบกับตลาด Crypto โดยรวมกำลังลดลง

ภาพนี้น่าสนใจ เพราะหากตลาดฟื้นตัวโดยมี Bitcoin เป็นผู้นำเพียงอย่างเดียว เรามักเห็น BTC Dominance ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น แต่รอบนี้ Sentiment ดีขึ้นพร้อมกับ BTC Dominance ที่ลดลง จึงสะท้อนว่า การฟื้นตัวกำลังกระจายไปสินทรัพย์อื่นในตลาดมากขึ้น

Sentiment ขึ้น + BTC.D ลง: จับตา Money Rotation

หากย้อนดูพฤติกรรมในอดีต ช่วงที่ Fear & Greed ปรับตัวขึ้น ขณะที่ BTC Dominance ทรงตัวหรือเริ่มลดลง เคยเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่แรงซื้อเริ่มกระจายจาก Bitcoin ไปยัง Altcoins มากขึ้น

ดังนั้น ภาพรอบนี้จึงเป็นสัญญาณที่น่าติดตามว่า อาจเริ่มเห็น Money Rotation จาก Bitcoin ไปยังสินทรัพย์อื่นมากขึ้น หาก BTC Dominance ยังลดลงต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม Fear & Greed ที่ 74 เข้าใกล้โซน Extreme Greed ทำให้ต้องติดตามแรงขายทำกำไรและความผันผวนควบคู่กันไป ขณะที่การลดลงของ BTC Dominance เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า Altseason เริ่มต้นแล้ว

Key Highlight 2: Bitcoin ขึ้น 35% แต่ Leverage ลดลง สะท้อน Rally ที่มีโครงสร้างแข็งแรงขึ้น

Source : Glassnode as of 29 September 2026

BTC ฟื้นกว่า 35% จากจุดต่ำสุดเดือนสิงหาคม

อีกหนึ่งภาพเชิงบวกมาจากโครงสร้างตลาดอนุพันธ์ โดย Bitcoin ปรับตัวขึ้นประมาณ 35% จากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคม แต่สิ่งที่แตกต่างจากการปรับตัวสูงขึ้น ที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรสูง คือราคาที่เพิ่มขึ้นรอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่ม Leverage ในระบบ

Open Interest ลดเกือบ 20% ต่ำสุดนับจากเดือนมีนาคม

ในช่วงเดียวกัน Open Interest ลดลงเกือบ 20% และลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

จึงเกิดภาพที่น่าสนใจ คือ ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้น ขณะที่ Open Interest กลับลดลง ซึ่งแตกต่างจากช่วงที่ราคาปรับขึ้นพร้อมกับนักลงทุนเร่งเปิดสถานะ Futures จน Leverage ในระบบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Leverage ลดลง: ลดความผันผวนจากการโดน Liquidation

เมื่อ Leverage ในลดลง ตลาดอาจมีความเปราะบางต่อ Forced Liquidation และ Liquidation Cascade น้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ Open Interest อยู่ในระดับสูง เพราะมีสถานะ Leverage ที่เสี่ยงถูกบังคับปิดลดลง

ดังนั้น การที่ Bitcoin สามารถปรับตัวขึ้นได้พร้อมกับ Open Interest ที่ลดลง จึงเป็นสัญญาณที่น่าติดตามในเชิงโครงสร้าง เพราะสะท้อนว่าการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการสะสม Leverage ที่สูงขึ้น

เมื่อประกอบกับ Key Highlight แรก ภาพของตลาดจึงน่าสนใจมากขึ้น คือ Sentiment ฟื้นตัว และ Leverage ลดลง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สนับสนุนภาพการฟื้นตัวของตลาดในรอบนี้ แม้ยังต้องติดตามว่าแรงซื้อจะสามารถรักษา Momentum ต่อไปได้หรือไม่

Key Highlight 3: CFTC ไฟเขียว Coinbase Clearing ดัน USDC เข้าใกล้ Infrastructure ตลาดทุนมากขึ้น

Coinbase Clearing ได้สถานะ DCO ภายใต้ CFTC

อีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญมาจากสหรัฐฯ หลัง Commodity Futures Trading Commission (CFTC) จดทะเบียน Coinbase Clearing LLC เป็น Derivatives Clearing Organization หรือ DCO เปิดทางให้ Coinbase Clearing ทำหน้าที่ Clearing สำหรับผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ภายใต้กรอบกำกับดูแลของสหรัฐฯ

Coinbase ระบุว่าโครงสร้างดังกล่าวเป็น USDC-native clearinghouse โดยออกแบบให้ USDC สามารถเข้ามามีบทบาทด้าน Collateral และ Settlement ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ Stablecoin จากเดิมที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในตลาด Crypto ไปสู่ Infrastructure ของตลาดอนุพันธ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

พัฒนาการ จาก Banking Hours เปลี่ยนเป็น Settlement 24/7

โดยทั่วไป Clearinghouse ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างคู่สัญญา เพื่อจัดการการชำระราคา หลักประกัน และลด Counterparty Risk โดยระบบการเงินแบบดั้งเดิมยังต้องพึ่งพาโครงสร้างการชำระเงินและระบบธนาคารในหลายขั้นตอน

การนำ USDC ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายผ่าน Blockchain ได้ตลอดเวลา เข้ามาใช้ จึงช่วยเปิดทางให้การจัดการ Collateral และ Settlement ทำงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น รวมถึงนอกเวลาทำการของธนาคาร ซึ่งเหมาะกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับ Institutional Traders ที่ต้องบริหารสถานะและความเสี่ยงข้าม Time Zone ความสามารถในการเคลื่อนย้ายหลักประกันได้ต่อเนื่องจึงอาจช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาเมื่อเทียบกับโครงสร้างที่ต้องรอ Banking Hours

การเปลี่ยนบทบาทของ stablecoin จาก payment เป็น Financial Infrastructure

ประเด็นสำคัญของข่าวนี้จึงไม่ได้อยู่เพียง Coinbase แต่คือ บทบาทของ Stablecoin ที่กำลังขยายตัว

จากเดิม Stablecoin ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับซื้อขาย Crypto โอนเงิน หรือชำระเงิน วันนี้เริ่มเห็น Use Case ที่เข้าใกล้โครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Collateral, Settlement หรือการเชื่อมต่อธุรกรรมทางการเงินเข้ากับ Blockchain

หากทิศทางนี้เดินหน้าต่อ Stablecoin อาจไม่ได้เป็นเพียง “Digital Dollar” สำหรับโลก Crypto แต่สามารถกลายเป็นหนึ่งใน Infrastructure ที่เชื่อมระหว่าง Traditional Finance และ On-chain Finance มากขึ้น

เมื่อรวมทั้งสาม Key Highlight ภาพของตลาด Crypto ในสัปดาห์นี้จึงมีสัญญาณบวกจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้ง Sentiment ที่กลับเข้าสู่ Greed, การฟื้นตัวที่เริ่มกระจายออกจาก Bitcoin, BTC ที่ปรับขึ้นพร้อม Leverage ที่ลดลง และ Stablecoin ที่เริ่มมีบทบาทใน Infrastructure ของตลาดการเงินภายใต้การกำกับดูแลมากขึ้น ทำให้รอบนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของ ราคาที่กลับขึ้น แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างตลาดที่ควรจับตาต่อไป.

มุมมองทางด้านเทคนิค

BTC

ภาพรายสัปดาห์ ราคาย่อพักตัวหลังขึ้นแรง แต่ยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ยังเคลื่อนไหวในโซน Bullish ส่วน MACD ยังคงยืนเหนือแกน 0 และอยู่เหนือ Signal Line ประเมินว่าราคาอาจพักตัวระยะสั้น โดยยังมองว่าเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ที่เปลี่ยนจากแนวต้านมาเป็นแนวรับจะยังรองรับได้ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อเพื่อทดสอบจุดสูงเดิม

Source : InnovestX Research as of 30 September 2026

แนวรับ: 81,000-77,000 ดอลลาร์

แนวต้าน: 93,000-99,000 ดอลลาร์

ETH

ภาพรายสัปดาห์ ราคาย่อพักตัวหลังปรับขึ้นแรง โดยยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ยังเคลื่อนไหวในโซน Bullish ส่วน MACD ยังอยู่เหนือแกน 0 และอยู่เหนือ Signal Line ประเมินว่าราคาอาจพักตัวระยะสั้น โดยยังมองว่าเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ที่เปลี่ยนจากแนวต้านมาเป็นแนวรับจะยังรองรับได้ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อเพื่อทดสอบจุดสูงเดิม

Source : InnovestX Research as of 30 September 2026

แนวรับ: 2,400-2,200 ดอลลาร์

แนวต้าน: 3,100-3,400 ดอลลาร์

คำเตือน

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้