Café Invest
Markets

เงินไหลเข้าจาก Spot Bitcoin ETF แต่วาฬส่งสัญญาณขาย จับตา Circle เร่งขยาย USDC และความกังวลดอกเบี้ยชี้ทิศทางตลาด

เงินไหลเข้าจาก Spot Bitcoin ETF แต่วาฬส่งสัญญาณขาย จับตา Circle เร่งขยาย USDC และความกังวลดอกเบี้ยชี้ทิศทางตลาด
  • สินทรัพย์ดิจิทัลยังผันผวนจากแรงกดดันด้าน Macro: Bitcoin เคลื่อนไหวในกรอบ $76,200–82,300 ขณะที่ Ethereum อยู่ที่ $2,350–2,550 หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งและราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกังวลเงินเฟ้อและโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
  • เงินสถาบันยังไหลเข้า แต่ Macro กดราคา: Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิ $986.9 ล้าน และเป็นบวกต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ หนุน Bitcoin ขึ้นเหนือ $82,000 ก่อนตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งและราคาน้ำมันสูงจะเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย
  • กำไรที่ยังไม่รับรู้ของวาฬแตะสถิติ เสี่ยงแรงขายระยะสั้น: กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของวาฬระยะสั้นแตะ $9.07 พันล้าน ขณะที่ Bitcoin บน Binance เพิ่มใกล้ 692,000 BTC จึงต้องระวังแรงขายทำกำไรและการพักฐาน หากราคาเริ่มอ่อนตัว
  • Circle เร่งขยาย USDC สู่ระบบชำระเงินโลก: Circle เตรียมซื้อ Tazapay ซึ่งมีธุรกรรมมากกว่า $25 พันล้านต่อปี พร้อมเปิด Arc Mainnet วันที่ 16 ก.ย. เพื่อรองรับการชำระเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน
  • ปัจจัยที่ต้องติดตาม: Core CPI วันที่ 11 ก.ย. ตลาดคาด 2.4% YoY และ 0.2% MoM ตามด้วย Retail Sales วันที่ 16 ก.ย. หากตัวเลขออกมาขยายตัวสูงกว่า อาจเพิ่มความกังวลว่า Fed จะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัล แต่หากชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยลดแรงกดดันจาก Fed

สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังเผชิญแรงกดดัน หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือน ส.ค. ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอ่อนแอลง

ในช่วงที่ผ่านมา Bitcoin เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 76,200–82,300 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในกรอบ 2,350–2,550 ดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดยังมีความระมัดระวังต่อทิศทางนโยบายการเงิน

ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์

สำหรับประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ของเดือน ส.ค. ที่จะมีการรายงานในวันที่ 11 ก.ย. โดยตลาดคาดว่าจะเติบโต 2.4% YoY และ 0.2% MoM หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด จะสะท้อนว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงมีความหนืดและปรับตัวลงช้ากว่าเป้าหมาย ซึ่งอาจเพิ่มความกังวลว่า Fed จะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัล ในทางกลับกัน หากตัวเลขออกมาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาด จะเป็นการตอกย้ำทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนทิศทางราคาสินทรัพย์ดิจิทัล

อีกหนึ่งตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตาต่อเนื่องคือ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของเดือน ส.ค. ที่จะรายงานในวันที่ 16 ก.ย. เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของการบริโภคภายในประเทศ หากตัวเลขออกมาขยายตัวสูงกว่าคาด จะสะท้อนว่ากำลังซื้อและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล แต่หากตัวเลขออกมาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จะลดแรงกดดันด้านการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ดี หากยอดค้าปลีกหดตัวลงอย่างรุนแรง จะเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงการบริโภคที่อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาจพลิกกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างหนักจากความกังวลด้านภาวะเศรษฐกิจถดถอย

Big Cap Performance

Key Highlight 1: Bitcoin ETF เงินไหลเข้าเกือบ $1 พันล้าน บวกต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยยังจำกัดการฟื้นตัว

เงินทุนสถาบันยังคงไหลเข้าสู่ตลาด

Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ $986.9 ล้าน ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ก.ย. เพิ่มขึ้นจาก $924.5 ล้านในสัปดาห์ก่อน และเป็นบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3

เฉพาะวันที่ 3 ก.ย. มีเงินไหลเข้าสูงถึง $730.8 ล้าน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม โดย BlackRock’s IBIT รับเงินไหลเข้าราว $454 ล้านในวันดังกล่าว และรวมประมาณ $691.5 ล้านตลอดทั้งสัปดาห์

ทำไม Bitcoin ขึ้นเหนือ $82,000 แล้วกลับลงมา?

Bitcoin ปรับขึ้นเหนือ $82,000 หลัง Christopher Waller ผู้ว่าการ Fed ส่งสัญญาณพร้อมสนับสนุนการคงดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือน ส.ค. ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อและโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bitcoin ทำจุดต่ำสุดที่ราว $76,200

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า เงินลงทุนผ่าน ETF ยังช่วยรองรับตลาด แต่ปัจจัย Macro ยังคงเป็นเพดานสำคัญของราคา

Key Highlight 2: กำไรค้างของวาฬระยะสั้นแตะ $9.07 พันล้าน เสี่ยงแรงขายทำกำไร

วาฬระยะสั้นถือกำไรสูงเป็นประวัติการณ์

ข้อมูล On-chain จาก CryptoQuant ระบุว่า กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของ Short-Term Holder Whales แตะระดับสูงสุดที่ $9.07 พันล้านในวันที่ 4 ก.ย. ก่อนลดเหลือ $7.51 พันล้านในวันถัดมา

วาฬระยะสั้นคือผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่ถือเหรียญไม่เกินประมาณ 155 วัน จึงมักตอบสนองต่อความผันผวนและขายทำกำไรเร็วกว่าผู้ถือระยะยาว

ทำไมจึงเป็นความเสี่ยงในระยะสั้น?

เมื่อวาฬมีกำไรค้างจำนวนมาก ย่อมมีแรงจูงใจเปลี่ยนกำไรบนกระดาษให้เป็นกำไรจริง โดยเฉพาะเมื่อราคาเริ่มอ่อนตัว ล่าสุด Bitcoin ลดลงเพียง 2% แต่กำไรค้างของกลุ่มนี้ลดลงกว่า $1.5 พันล้าน ซึ่งอาจกระตุ้นให้วาฬเร่งขายเพื่อรักษากำไร

ขณะเดียวกัน Bitcoin บน Binance เพิ่มขึ้นใกล้ 692,000 BTC สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนว่ามีเหรียญพร้อมซื้อขายมากขึ้น จึงเป็นสัญญาณลบระยะสั้นและเพิ่มโอกาสที่ตลาดจะผันผวนหรือพักฐาน แม้ยังไม่ยืนยันว่าแนวโน้มระยะยาวเปลี่ยนเป็นขาลง

Key Highlight 3: Circle / CRCL มี Catalyst ใหญ่จาก Tazapay และ Arc Mainnet

Tazapay ช่วยให้ USDC ใช้ชำระเงินจริงได้กว้างขึ้น

วันที่ 8 ก.ย. Circle ลงนามข้อตกลงเข้าซื้อ Tazapay ผู้ให้บริการชำระเงินข้ามประเทศจากสิงคโปร์ ซึ่งมีมูลค่าธุรกรรมมากกว่า $25 พันล้านต่อปี เชื่อมต่อธนาคารและ Fintech มากกว่า 60 แห่ง และจ่ายเงินได้กว่า 100 ตลาด

ประมาณ 60% ของธุรกรรม Tazapay เกี่ยวข้องกับ Stablecoin อยู่แล้ว ซึงก็คือ การซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยน USDC เป็นสกุลเงินท้องถิ่นและโอนเข้าระบบธนาคารในหลายประเทศได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ดีลยังต้องรอการอนุมัติและคาดว่าจะเสร็จในปี 2027

Catalyst ถัดไปคือ Arc Mainnet วันที่ 16 ก.ย.

Arc คือ Blockchain ที่ Circle พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการชำระเงิน การโอนเงิน และสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน โดยมีผู้พัฒนากว่า 100 ราย และพันธมิตรอย่าง BlackRock, BNY, DTCC, Mastercard และ Visa

สำหรับนักลงทุน จุดสำคัญคือ Circle กำลังขยายจากผู้ออก USDC ไปสู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน หาก Arc มีธุรกรรมและสินทรัพย์เข้ามาใช้งานจริง จะช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตและลดการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ยจากเงินสำรอง USDC เพียงอย่างเดียว

มุมมองทางด้านเทคนิค

BTC

ภาพรายสัปดาห์ ราคาเคลื่อนไหวแคบๆ ใกล้กรอบบนเส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ และกรอบบน Sideways ขณะที่ RSI ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวเหนือระดับ 50 เล็กน้อย และยังอยู่ในโซน Bullish ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line และใกล้ขึ้นมาเหนือแกน 0 ทั้งนี้ หากราคายังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ ประเมินว่ามีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง แต่หากหลุดต่ำลงมามีโอกาสย่อพักตัวระยะสั้น

แนวรับ: 72,000-69,000 ดอลลาร์

แนวต้าน: 82,500-87,000 ดอลลาร์

ETH

ภาพรายสัปดาห์ ราคาเคลื่อนไหวแคบๆ ใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 75 สัปดาห์ ขณะที่ RSI ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวเหนือระดับ 50 เล็กน้อย และยังอยู่ในโซน Bullish ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line และใกล้ขึ้นมาเหนือแกน 0 ทั้งนี้ หากราคายังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25 สัปดาห์ ประเมินว่ามีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง แต่หากหลุดต่ำลงมามีโอกาสย่อพักตัวระยะสั้น

แนวรับ: 2,100-1,950 ดอลลาร์

แนวต้าน: 2,600-2,850 ดอลลาร์

คำเตือน

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้