Café Invest
Markets

CXMT ประกาศความก้าวหน้า DRAM 4F² ท้าทาย Samsung–SK hynix

CXMT ประกาศความก้าวหน้า DRAM 4F² ท้าทาย Samsung–SK hynix

CXMT ประกาศความก้าวหน้าเทคโนโลยี DRAM แบบ 4F² ซึ่งอาจเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยความจำได้สูงสุด 50% บนพื้นที่เท่าเดิม พร้อมตั้งเป้าเปิดตัวภายในปี 2026 สะท้อนความสามารถของจีนในการลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับ Samsung และ SK hynix ขณะที่ส่วนแบ่งตลาด DRAM ของ CXMT เพิ่มจาก 4% เป็น 10% ภายในหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการผลิตเชิงพาณิชย์ และยังตามหลังในตลาด HBM จึงมองว่าความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การแข่งขัน DRAM ทั่วไปในระยะกลางถึงยาว มากกว่าผลกระทบต่อกำไรของผู้ผลิต HBM ในระยะสั้น

1. CXMT พัฒนา DRAM เทคโนโลยีใหม่ หวังแซงผู้นำตลาดโลก

CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของจีน ประกาศความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยี DRAM รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า 4F² ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยความจำบนชิป โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ภายในสิ้นปี 2026 หากประสบความสำเร็จ จะถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญเหนือ Samsung Electronics และ SK hynix ซึ่งยังอยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว

  • เทคโนโลยี 4F² คืออะไร: คือการลดพื้นที่เซลล์หน่วยความจำจากมาตรฐานเดิม 6F² เหลือ 4F² หรือเล็กลงประมาณ 33% ในทางทฤษฎี ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์หน่วยความจำบนพื้นที่เท่าเดิมได้สูงสุด 50% ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยความจำมีโอกาสลดลง
  • การออกแบบใหม่: CXMT ใช้เทคโนโลยี Vertical Surrounding Gate โดยจัดเรียงทรานซิสเตอร์ในแนวตั้ง เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและลดการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า
  • ข้อจำกัด: บริษัทยังไม่เปิดเผยข้อมูลประสิทธิภาพ ต้นทุน และอัตราผลผลิตชิปที่ใช้งานได้จริง (Yield) จึงยังไม่สามารถยืนยันความพร้อมในการผลิตจำนวนมากเชิงพาณิชย์

2. CXMT เพิ่มส่วนแบ่งตลาด DRAM อย่างรวดเร็ว แม้ถูกจำกัดเทคโนโลยี

ความก้าวหน้าครั้งนี้สะท้อนความสามารถของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ภายใต้ข้อจำกัดการเข้าถึงเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงจาก ASML โดย CXMT เลือกพัฒนาสถาปัตยกรรมชิปและกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แทนการพึ่งพาการลดขนาดชิปด้วยเครื่องจักรรุ่นใหม่เพียงอย่างเดียว

  • ส่วนแบ่งตลาดเติบโต: CXMT มีส่วนแบ่งตลาด DRAM ทั่วโลกเพิ่มจาก 4% ใน 2Q25 เป็น 10% ใน 2Q26 ตามข้อมูล Counterpoint Research สะท้อนการขยายกำลังผลิตและความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
  • โอกาสขยายสู่ตลาดเซิร์ฟเวอร์: เทคโนโลยี 4F² อาจช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ CXMT ในตลาดหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามการลงทุน AI
  • ยังตามหลังตลาด HBM: CXMT ยังมีข้อจำกัดด้านหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่ใช้ร่วมกับชิป AI ของ Nvidia โดย SK hynix, Samsung และ Micron ยังคงมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและการผลิต

3. ความเสี่ยงสำคัญคือการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้ผลิตได้จริง

แม้ CXMT อ้างว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนา 4F² แต่ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การขยายกำลังผลิตเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง และเป็นโจทย์ที่ผู้ผลิตชั้นนำพยายามพัฒนามาหลายปี

  • อัตราผลผลิต: การผลิตชิปที่มีโครงสร้างซับซ้อนอาจทำให้สัดส่วนชิปที่ผ่านมาตรฐานต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนสูงกว่าที่คาด
  • ระยะเวลาเข้าสู่ตลาด: แม้ CXMT ตั้งเป้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายในปี 2026 แต่การผลิตจำนวนมากด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติม
  • ผลกระทบต่อการแข่งขัน: หาก CXMT ผลิต 4F² ได้สำเร็จในปริมาณมาก จะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยความจำ เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และสร้างแรงกดดันต่อราคาขาย DRAM ของ Samsung, SK hynix และ Micron ในระยะกลางถึงยาว

4. ข่าว CXMT กดดันหุ้นหน่วยความจำทั่วโลก สะท้อนความกังวลการแข่งขันจากจีน

การประกาศเทคโนโลยีใหม่ของ CXMT เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นแรงขายหุ้นผู้ผลิตหน่วยความจำ โดยวันที่ 13 ต.ค. 2026 หุ้น SK hynix ลดลงประมาณ 10% และ Samsung ลดลงประมาณ 7% ขณะที่ Micron ลดลง 4% ในการซื้อขายสหรัฐฯ ก่อนตลาดเปิด สะท้อนความกังวลว่าความก้าวหน้าของจีนอาจลดความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของผู้ผลิตเดิมเร็วกว่าคาด

อย่างไรก็ตาม แรงขายยังมีปัจจัยร่วมจากความกังวลต่อความยั่งยืนของการลงทุน AI และมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับสูง จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการปรับลดลงของหุ้นทั้งหมดเกิดจากข่าว CXMT เพียงอย่างเดียว

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองว่าความก้าวหน้าของ CXMT เป็นสัญญาณสำคัญว่าผู้ผลิตจีนกำลังลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับผู้นำตลาดโลกเร็วกว่าที่คาด และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาและส่วนแบ่งตลาด DRAM ทั่วไปในระยะกลางถึงยาว อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความสามารถในการผลิต 4F² เชิงพาณิชย์ เนื่องจากการประกาศความสำเร็จทางเทคโนโลยียังไม่เท่ากับความสามารถในการผลิตจำนวนมากด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้
  • เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ SK hynix, Samsung และ Micron จากความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI โดยเฉพาะ HBM ซึ่ง CXMT ยังตามหลังคู่แข่ง โดยให้น้ำหนักกับ SK hynix มากที่สุดจากความแข็งแกร่งในตลาด HBM ขณะที่ความเสี่ยงการแข่งขันจาก CXMT จะมีผลต่อ DRAM ทั่วไปมากกว่าหน่วยความจำขั้นสูงในระยะสั้น

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน