CXMT ก้าวสำคัญด้วยการเริ่มผลิต DRAM รุ่น G5 ซึ่งช่วยลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีกับ Samsung และ SK hynix พร้อมเพิ่มจำนวนชิปต่อเวเฟอร์อย่างน้อย 50% และยกระดับผลิตภัณฑ์สำหรับสมาร์ตโฟนระดับสูง อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ G5 ยังไม่มียอดขายขนาดใหญ่และยังไม่ส่งผลต่อกำไรระยะสั้น ขณะเดียวกันบริษัทกำลังเตรียมขยายจาก DRAM ไปสู่ NAND ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยเพิ่มตลาดที่เข้าถึงได้และยกระดับบทบาทของจีนในอุตสาหกรรมหน่วยความจำโลก
CXMT เร่งยกระดับ DRAM พร้อมเตรียมขยายสู่ NAND

1. CXMT เริ่มผลิต DRAM รุ่น G5 ในเชิงอุตสาหกรรม ลดช่องว่างผู้นำโลก
CXMT ประกาศว่าเทคโนโลยีการผลิต DRAM รุ่นที่ 5 หรือ G5 เริ่มเข้าสู่การผลิตแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับเทคโนโลยีหน่วยความจำของจีนให้เข้าใกล้ผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Samsung Electronics และ SK hynix มากขึ้น โดยบริษัทสามารถลดขนาดส่วนสำคัญของวงจรลงเหลือประมาณ 11.95 นาโนเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับกระบวนการผลิตขั้นสูงที่ใช้อยู่ในอุตสาหกรรม
จุดเด่นสำคัญของ G5 คือจำนวนชิปที่ผลิตได้ต่อแผ่นเวเฟอร์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% จากรุ่นก่อน ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ขณะที่บริษัทเปิดตัว LPDDR5X รุ่นใหม่สำหรับสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงบนและอุปกรณ์พกพา โดยความจุต่อชิปเพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากรุ่นก่อนหน้า
2. เทคโนโลยีดีขึ้นชัดเจน แต่ยังไม่หนุนกำไรในระยะสั้น
แม้ G5 จะเริ่มเข้าสู่การผลิตแล้ว แต่ CXMT ระบุอย่างชัดเจนว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ ยังไม่มียอดขายในระดับใหญ่ และยังไม่น่าจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะสั้น เนื่องจากยังต้องใช้เวลาเพิ่มอัตราผลผลิตที่ผ่านมาตรฐาน รวมถึงผ่านขั้นตอนทดสอบและรับรองจากลูกค้า
ดังนั้น ประเด็นสำคัญในระยะถัดไปไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องติดตามว่า CXMT จะสามารถเพิ่มผลผลิตที่ได้มาตรฐาน ลดต้นทุน และขยายการใช้งานกับผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่ได้เร็วเพียงใด โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ LPDDR5/5X ของบริษัทเริ่มเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ Xiaomi, Transsion และผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีนบางรายแล้ว
3. ส่วนแบ่ง DRAM เพิ่มขึ้น ขณะที่จีนลดการพึ่งพาผู้ผลิตต่างประเทศ
CXMT กำลังมีบทบาทมากขึ้นในตลาด DRAM โลก โดยข้อมูลที่อ้างถึง TrendForce ระบุว่าส่วนแบ่งรายได้ของบริษัทเพิ่มจาก 7.6% ใน 1Q26 เป็น 9.5% ใน 2Q26 ขณะที่ Samsung, SK hynix และ Micron ยังคงครองตลาดส่วนใหญ่
การเข้าสู่ G5 ช่วยให้ CXMT สามารถขยับจากผลิตภัณฑ์ระดับทั่วไปไปสู่หน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์ระดับสูงมากขึ้น และสอดคล้องกับนโยบายจีนที่ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังสหรัฐจำกัดการเข้าถึงอุปกรณ์ผลิตชิปและหน่วยความจำขั้นสูงบางประเภท
4. จาก DRAM สู่ NAND เปิดแนวรบใหม่ในตลาดหน่วยความจำ
นอกจากการเร่งพัฒนา DRAM แล้ว CXMT ยังมีรายงานว่ากำลังเตรียมตั้งสายวิจัยและทดลองผลิต NAND Flash ที่โรงงานแห่งใหม่ในกรุงปักกิ่ง พร้อมตั้งสถาบันวิจัยที่มีโครงการด้าน NAND โดยมีการหารือกับลูกค้าบางรายที่ต้องการนำชิปไปใช้ในระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์
หากเดินหน้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์จริง จะทำให้ CXMT ขยายจากตลาด DRAM เข้าสู่ตลาดที่ปัจจุบัน Samsung, SK hynix และ Micron มีบทบาทสูง รวมถึงแข่งขันโดยตรงกับ YMTC ของจีนเอง อย่างไรก็ดี โครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเข้าสู่การผลิตขนาดใหญ่เมื่อใด
ตารางผลกระทบต่อ CXMT / Samsung / SK hynix / Micron / YMTC
บริษัท | ผลกระทบ | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|---|
CXMT | บวก | G5 ช่วยลดช่องว่างเทคโนโลยี เพิ่มจำนวนชิปต่อเวเฟอร์อย่างน้อย 50% และเปิดโอกาสขยายจาก DRAM ไปสู่ NAND แต่ระยะสั้นยังต้องรอยอดขายและการรับรองจากลูกค้า |
Samsung Electronics | ลบเล็กน้อยระยะกลาง | เผชิญคู่แข่งจีนที่เทคโนโลยีดีขึ้นและมีต้นทุนแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน แต่ยังได้เปรียบด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและฐานลูกค้าโลก |
SK hynix | ลบเล็กน้อยระยะกลาง | CXMT อาจเพิ่มแรงกดดันใน DRAM ทั่วไปและมือถือ แต่ผลกระทบต่อ HBM ยังจำกัด เพราะ SK hynix ยังนำในหน่วยความจำสำหรับ AI |
Micron | ลบเล็กน้อย | มีความเสี่ยงเสียส่วนแบ่งตลาดจีนมากขึ้น หากลูกค้าในประเทศหันมาใช้ชิปของ CXMT แต่ยังมีความได้เปรียบในตลาดระดับสูงและลูกค้านอกจีน |
YMTC | ลบเชิงการแข่งขัน | หาก CXMT เดินหน้า NAND จริง จะเกิดการแข่งขันโดยตรงในตลาดจีนมากขึ้น ขณะที่ YMTC เองก็เริ่มขยายเข้าสู่ DRAM ทำให้ขอบเขตการแข่งขันของทั้งสองบริษัททับซ้อนกันมากขึ้น |
มุมมองของ InnovestX
- ภาพรวมเป็น บวกต่อ CXMT เพราะ G5 สะท้อนว่าช่องว่างด้านเทคโนโลยี DRAM กับผู้ผลิตชั้นนำกำลังแคบลง ขณะที่จำนวนชิปต่อเวเฟอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% มีโอกาสช่วยทั้งด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันในระยะกลาง อีกทั้งการเตรียมเข้าสู่ NAND ช่วยขยายตลาดที่บริษัทเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นยังต้องติดตามอัตราผลผลิตที่ผ่านมาตรฐาน การรับรองจากลูกค้า และการเปลี่ยนกำลังผลิตใหม่ให้เป็นยอดขายจริง จึงยังไม่ควรคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นทันทีจาก G5
- มุมมองต่อกลุ่ม ระยะสั้นผลกระทบต่อ Samsung, SK hynix และ Micron ยังจำกัด เพราะ G5 ของ CXMT ยังไม่สร้างยอดขายขนาดใหญ่ ขณะที่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในระยะกลางหาก CXMT สามารถเพิ่มอัตราผลผลิตที่ผ่านมาตรฐาน ขยายฐานลูกค้า และเข้าสู่ NAND เชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ โดยการแข่งขันน่าจะรุนแรงที่สุดในตลาดจีนและผลิตภัณฑ์หน่วยความจำระดับทั่วไปถึงระดับกลาง มากกว่าตลาด HBM สำหรับ AI
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

