Café Invest
Markets

Delta เผยงบ 3Q26 กำไรต่ำคาดจากราคาน้ำมัน แต่ดีมานด์ท่องเที่ยวยังแกร่ง

Delta เผยงบ 3Q26 กำไรต่ำคาดจากราคาน้ำมัน แต่ดีมานด์ท่องเที่ยวยังแกร่ง

Delta รายงานกำไรต่อหุ้น 3Q26 ต่ำกว่าตลาดคาด จากต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 62% YoY ส่งผลให้บริษัทปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2026 ขณะที่แนวโน้ม 4Q26 ยังคาดว่ารายได้เติบโต 20% YoY สะท้อนว่าความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมและการเดินทางเพื่อธุรกิจ โดย INVX มองบวกต่อกลุ่ม OTA มากที่สุด ได้แก่ BKNG, EXPE และ TCOM เนื่องจากได้รับประโยชน์จากความต้องการเดินทางโดยมีแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงโดยตรงต่ำกว่ากลุ่มอื่น รองลงมาคือโรงแรมที่มีฐานลูกค้าพรีเมียมและองค์กร ได้แก่ MAR และ HLT ขณะที่ยังระมัดระวังกลุ่มสายการบินและเรือสำราญจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงด้านราคาและการแข่งขัน

1. ผลประกอบการ 3Q26: รายได้แข็งแกร่ง แต่กำไรต่ำกว่าคาดจากต้นทุนเชื้อเพลิง

Delta Air Lines (DAL US) รายงานผลประกอบการ 3Q26 โดยกำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $1.72 เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ $1.82 ขณะที่รายได้ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 16% YoY สู่ $17.6bn ใกล้เคียงคาดการณ์

โดยภาพรวมสะท้อนความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งและความสามารถในการปรับขึ้นราคาตั๋ว แม้จำนวนที่นั่งให้บริการทรงตัว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 62% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงจาก 11.1% เหลือ 9.4% ขณะที่บริษัทปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2026 จากราคาน้ำมันที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ ผลประกอบการสะท้อนว่าปัจจัยกดดันหลักมาจากต้นทุนมากกว่าการชะลอตัวของความต้องการเดินทาง

ตารางสรุปผลประกอบการ Delta 3Q26 (หน่วย: พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ $bn)

รายการ

3Q26

3Q25

YoY

รายได้

17.59

15.20

+16%

กำไรจากการดำเนินงาน

1.66

1.69

-2%

อัตรากำไรดำเนินงาน

9.4%

11.1%

-1.7 จุด

กำไรก่อนภาษี

1.50

1.48

+1%

อัตรากำไรก่อนภาษี

8.5%

9.7%

-1.2 จุด

กำไรสุทธิ

1.13

1.11

+2%

กำไรต่อหุ้น (ดอลลาร์)

1.72

1.70

+1%

ต้นทุนเชื้อเพลิง

4.14

2.57

+62%

ต้นทุนต่อหน่วยไม่รวมเชื้อเพลิง

14.03 เซนต์

13.08 เซนต์

+7.3%

กระแสเงินสดอิสระ

0.46

0.83

-44%

รายละเอียดสำคัญจากผลประกอบการ

·       รายได้เติบโตจากราคาขายมากกว่าการเพิ่มเที่ยวบิน โดยรายได้ต่อหน่วยความสามารถในการขนส่ง (TRASM) เพิ่มขึ้น 15% YoY ขณะที่จำนวนที่นั่งให้บริการแทบไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนอำนาจกำหนดราคาที่แข็งแกร่ง

·       รายได้จากธุรกิจที่มีมูลค่าสูงเติบโตดี โดยรายได้ผู้โดยสารพรีเมียมเพิ่มขึ้น 18% YoY โปรแกรมสะสมคะแนนและธุรกิจเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น 19% ขณะที่รายได้ขนส่งสินค้าและธุรกิจซ่อมบำรุงเครื่องบินเพิ่มขึ้น 29% และ 28% ตามลำดับ

·       ต้นทุนยังเป็นแรงกดดันหลัก โดยราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก $2.25 เป็น $3.61 ต่อแกลลอน หรือเพิ่มขึ้น 60% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรดำเนินงานลดลง แม้รายได้เติบโตระดับสองหลัก

·       ฐานะการเงินยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยบริษัทมีกระแสเงินสดอิสระสะสม 9M26 ประมาณ $1.9bn และหนี้สินสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 14% YoY สู่ $13.4bn

รายได้แยกตามภูมิภาคและประเภทลูกค้า

ธุรกิจ / ภูมิภาค

การเติบโต YoY

ประเด็นสำคัญ

เส้นทางภายในสหรัฐฯ

+16%

ความต้องการแข็งแกร่งและอุปทานจำกัด

เส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

+11%

ราคาตั๋วและการเดินทางระหว่างประเทศสนับสนุน

ลาตินอเมริกา

+22%

รายได้ต่อหน่วยเพิ่มขึ้นบนกำลังให้บริการที่ลดลง

เอเชียแปซิฟิก

+5%

ยังเติบโต แต่ชะลอจาก +7% ใน 2Q26

ผู้โดยสารพรีเมียม

+18%

กลุ่มรายได้สูงยังใช้จ่ายแข็งแกร่ง

โปรแกรมสะสมคะแนนและรายได้เกี่ยวข้อง

+19%

สมาชิกและการใช้จ่ายผ่านพันธมิตรเพิ่มขึ้น

การเดินทางเพื่อธุรกิจ

เติบโตระดับสองหลัก

ธนาคาร เทคโนโลยี และพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อน

หมายเหตุ: รายภูมิภาคเป็นการเปลี่ยนแปลงรายได้ผู้โดยสารต่อหน่วย ไม่ใช่รายได้รวมของเส้นทาง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Delta สามารถเพิ่มรายได้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนที่นั่งอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าผู้โดยสารยังยอมรับราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความต้องการท่องเที่ยวในภาพรวม แม้กำไรของผู้ประกอบการสายการบินยังถูกกดดันจากราคาน้ำมัน

เปรียบเทียบกับ 2Q26 (QoQ)

เพื่อสะท้อนแนวโน้มล่าสุด ผลประกอบการ 3Q26 มีการฟื้นตัวของกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้รายได้ทรงตัว

รายการ

2Q26

3Q26

QoQ

รายได้ ($bn)

17.67

17.59

-0.5%

กำไรดำเนินงาน ($bn)

1.56

1.66

+6.3%

อัตรากำไรดำเนินงาน

8.8%

9.4%

+0.6 จุด

กำไรสุทธิ ($bn)

1.03

1.13

+10.4%

กำไรต่อหุ้น ($)

1.56

1.72

+10.3%

ต้นทุนเชื้อเพลิง ($bn)

4.41

4.14

-6.1%

การฟื้นตัวของกำไร QoQ สะท้อนว่ารายได้ต่อหน่วยและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงจากไตรมาสก่อนช่วยสนับสนุนอัตรากำไร อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าราคาน้ำมันเครื่องบินจะกลับมาสูงขึ้นใน 4Q26 ทำให้การฟื้นตัวของกำไรยังมีความไม่แน่นอน

2. แนวโน้ม 4Q26 และปี 2026: รายได้ยังเติบโต แต่ปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปี

Delta คาดว่าความต้องการเดินทางจะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 4Q26 โดยเฉพาะลูกค้าพรีเมียมและการเดินทางเพื่อธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทปรับลดแนวโน้มกำไรปี 2026 จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงกว่าสมมติฐานเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

ตาราง Guidance และสมมติฐานสำคัญ

รายการ

แนวโน้มล่าสุด

เทียบกับเดิม

กำไรต่อหุ้น FY26

$5.10–5.60

ปรับลด จาก $6.50–7.50

กระแสเงินสดอิสระ FY26

ประมาณ $2.5bn

ปรับลด จาก $3–4bn

อัตราหนี้สิน FY26

ประมาณ 2.2 เท่า

เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเป้าหมายเดิมราว 2 เท่า

รายได้ 4Q26

+20% YoY

คาดเติบโตต่อเนื่อง

อัตรากำไรดำเนินงาน 4Q26

7–9%

ต่ำกว่า 9.4% ใน 3Q26

กำไรต่อหุ้น 4Q26

$1.15–1.65

จุดกึ่งกลาง $1.40

ราคาน้ำมันเครื่องบิน 4Q26

$4.25/แกลลอน

สูงกว่า $3.61 ใน 3Q26

สมมติฐานสำคัญต่อแนวโน้มธุรกิจ

1.     ต้นทุนเชื้อเพลิงยังอยู่ในระดับสูง — Delta ประเมินว่าจะมีค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นประมาณ $6bn ในปี 2026 เทียบกับปี 2025 โดยสมมติฐาน 4Q26 รวมประโยชน์จากโรงกลั่นของบริษัทประมาณ $0.40 ต่อแกลลอนแล้ว

2.    จำนวนเที่ยวบินเติบโตอย่างจำกัด — บริษัทคาดว่าจำนวนที่นั่งจะเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 2% ใน 4Q26 โดยลดจำนวนที่นั่งชั้นประหยัดบางส่วน เพื่อช่วยรักษาราคาขายและอัตรากำไร

3.    รายได้ต่อหน่วยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น — บริษัทคาดว่าการเติบโตของรายได้ต่อหน่วยจะเร่งตัวต่อเนื่องจาก 3Q26 เนื่องจากอุปทานที่จำกัดและความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่ง

4.    ต้นทุนไม่รวมเชื้อเพลิงเริ่มดีขึ้น — คาดว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนต่อหน่วยจะชะลอลง 1–2 จุดใน 4Q26 และกลับสู่การเติบโตระดับหลักหน่วยต่ำในปี 2027 จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

สำหรับปี 2027 บริษัทมีแนวโน้มระมัดระวังการขยายจำนวนเที่ยวบินจนกว่าทิศทางราคาน้ำมันจะมีความชัดเจน โดยให้น้ำหนักการเติบโตของเส้นทางต่างประเทศและที่นั่งพรีเมียมมากกว่าการเพิ่มจำนวนที่นั่งชั้นประหยัด

3. มุมมองผู้บริหาร: ความต้องการเดินทางยังดี แม้ราคาตั๋วสูงขึ้น

3.1 ผู้โดยสารยังยอมรับราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าพรีเมียม

Ed Bastian ซีอีโอ Delta ระบุว่าความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่ง แม้ราคาตั๋วเพิ่มขึ้นประมาณ 20% โดยผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการเดินทางและประสบการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้สูง ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ส.ค. 2026 ระบุว่าราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้น 23.4% YoY

ประเด็นสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของราคาตั๋วยังไม่ทำให้ความต้องการเดินทางชะลอตัวอย่างชัดเจน แต่ผู้บริหารยอมรับว่ากลุ่มรายได้ต่ำมีความอ่อนไหวต่อราคามากกว่า จึงต้องติดตามความสามารถในการรักษาระดับราคาตั๋วในระยะถัดไป

3.2 การเดินทางเพื่อธุรกิจยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ยอดขายตั๋วสำหรับลูกค้าองค์กรใน 3Q26 เติบโตระดับสองหลักในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธนาคาร เทคโนโลยี และพลังงาน ซึ่งมีความต้องการเดินทางต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลสำรวจลูกค้าองค์กรของ Delta พบว่ามากกว่า 90% คาดว่าจะรักษาหรือเพิ่มงบประมาณเดินทางในปี 2027

สัญญาณดังกล่าวเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรมในเมืองธุรกิจ รวมถึงผู้ให้บริการจองท่องเที่ยวออนไลน์ที่รองรับการเดินทางและการจองที่พัก

3.3 การลดจำนวนเที่ยวบินช่วยรักษาอำนาจกำหนดราคา

ผู้บริหารมองว่าอุตสาหกรรมสายการบินกำลังปรับเข้าสู่การบริหารธุรกิจโดยเน้นความสามารถในการทำกำไรมากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร โดยหลายสายการบินลดเที่ยวบินที่ไม่ทำกำไร ส่งผลให้อุปทานตึงตัวและสนับสนุนราคาตั๋ว

อย่างไรก็ตาม แม้การปรับขึ้นราคาสามารถชดเชยต้นทุนบางส่วนได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันแรงกดดันต่อกำไรทั้งหมด ดังที่สะท้อนจากการปรับลดคาดการณ์กำไรของ Delta

3.4 ยอดจองล่วงหน้ายังสนับสนุนการเติบโตใน 4Q26–1Q27

Delta ระบุว่าในช่วงการประชุมผลประกอบการ มียอดจองล่วงหน้าของ 4Q26 แล้วมากกว่า 60% ขณะที่ยอดขายล่วงหน้าใน 3Q26 เติบโตเกือบ 20% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 และแนวโน้มการจองช่วงต้นปี 2027 ยังเป็นบวก

บริษัทจึงคาดว่ารายได้ 4Q26 จะเติบโตประมาณ 20% YoY แม้จำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 2% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อความสามารถในการรักษาราคาขาย

3.5 ธุรกิจพรีเมียม โปรแกรมสะสมคะแนน และซ่อมบำรุงช่วยลดความผันผวน

Delta ยังคงเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่พึ่งพาการขายตั๋วชั้นประหยัดเพียงอย่างเดียว โดยรายได้หลากหลายประเภทคิดเป็น 61% ของรายได้ทั้งหมดใน 3Q26 ขณะที่ธุรกิจซ่อมบำรุงเครื่องบินมีรายได้สะสมเกือบ $1bn ใน 9M26 และมีแผนขยายธุรกิจต่อเนื่องในปี 2027

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะได้รับรายได้จากความร่วมมือกับ American Express มากกว่า $9bn ในปี 2026 สะท้อนความสำคัญของโปรแกรมสะสมคะแนนต่อการสร้างรายได้ประจำและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

ผู้บริหารยังให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าโดยตรง โดยระมัดระวังการเปิดให้ระบบตัวแทน AI ภายนอกเข้าถึงข้อมูลที่นั่งและการจองทั้งหมด เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและอำนาจควบคุมช่องทางขายของบริษัท

4. มุมมองของ INVX: OTA ได้ประโยชน์สูงสุดจากดีมานด์ท่องเที่ยว โดยมีแรงกดดันด้านต้นทุนต่ำกว่ากลุ่มอื่น

INVX มองว่าผลประกอบการ Delta เป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาพรวม เนื่องจากความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่งแม้ราคาตั๋วเพิ่มขึ้นกว่า 20% อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อแต่ละธุรกิจแตกต่างกัน โดยเฉพาะความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน การแข่งขันด้านราคา และภาระต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งทำให้เรา ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม OTA มากที่สุด เมื่อเทียบกับโรงแรม สายการบิน และเรือสำราญ

ตาราง Read-across ผลกระทบต่อหุ้นท่องเที่ยว

กลุ่มธุรกิจ

หุ้น

ผลกระทบจาก Delta

มุมมอง INVX

จองท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA)

BKNG, EXPE, TCOM

ดีมานด์เดินทางแข็งแกร่ง โดยไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงโดยตรง

บวกมากที่สุด

โรงแรม (Hotel)

MAR, HLT

ดีมานด์พรีเมียมและเดินทางเพื่อธุรกิจดี แต่ต้นทุนเดินทางอาจจำกัดงบที่พัก

บวกแบบเลือกหุ้น

สายการบิน (Airline)

DAL, UAL, AAL, LUV

ราคาตั๋วเพิ่มและอุปทานจำกัด แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงกดดันกำไร

ระมัดระวัง

เรือสำราญ (Cruise)

RCL, CCL, NCLH

ดีมานด์พักผ่อนยังสนับสนุน แต่เชื้อเพลิง ค่าเดินทาง และกำลังรองรับเพิ่มความเสี่ยง

ระมัดระวัง

4.1 OTA: กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเดินทางโดยมีภาระต้นทุนโดยตรงต่ำที่สุด

เรามองบวกต่อ Booking Holdings (BKNG US), Expedia (EXPE US) และ Trip.com (TCOM US) เนื่องจากรูปแบบธุรกิจที่เน้นแพลตฟอร์มและค่าธรรมเนียมการจอง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนเชื้อเพลิงเหมือนสายการบินและเรือสำราญ อีกทั้งไม่ต้องลงทุนและบริหารสินทรัพย์ที่พักในระดับเดียวกับผู้ประกอบการโรงแรม

แม้ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นอาจกระทบจำนวนการเดินทางในอนาคต แต่ข้อมูล Delta ยังสะท้อนว่าผู้บริโภคยอมรับราคาได้ และความต้องการเดินทางเพื่อธุรกิจยังแข็งแกร่ง จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนการจองโรงแรมและบริการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือจำนวนธุรกรรมการจองและค่าใช้จ่ายด้านการตลาด โดยเฉพาะหากราคาค่าเดินทางสูงต่อเนื่อง

4.2 โรงแรม: ได้ประโยชน์จากลูกค้าพรีเมียมและองค์กร แต่การฟื้นตัวอาจไม่ทั่วถึง

เรามองค่อนข้างบวกต่อ Marriott (MAR US) และ Hilton (HLT US) เนื่องจากมีฐานลูกค้าระดับบนและการเดินทางเพื่อธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ลูกค้าพรีเมียมของ Delta ที่เพิ่มขึ้น 18% YoY และยอดขายตั๋วของลูกค้าองค์กรที่เติบโตระดับสองหลัก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มองบวกต่อโรงแรมทั้งกลุ่ม เนื่องจากราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้บริโภคต้องลดงบประมาณค่าที่พัก ระยะเวลาการเข้าพัก หรือค่าใช้จ่ายอื่นระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคา

4.3 สายการบิน: รายได้ยังดี แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงจำกัดการเติบโตของกำไร

เรายังระมัดระวังกลุ่มสายการบิน แม้ Delta สามารถเพิ่มรายได้ 16% YoY และมีรายได้ต่อหน่วยเติบโต 15% แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 62% ส่งผลให้อัตรากำไรดำเนินงานลดลง 1.7 จุด และต้องปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปี

4.4 เรือสำราญ: ความต้องการพักผ่อนยังดี แต่มีแรงกดดันทั้งต้นทุนและการแข่งขัน

เรามองระมัดระวังต่อ Royal Caribbean (RCL US), Carnival (CCL US) และ Norwegian Cruise Line (NCLH US) เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรโดยตรง ขณะที่ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับการเดินทางไปขึ้นเรือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องเดินทางระยะไกล

นอกจากนี้ การขยายจำนวนเรือและกำลังรองรับผู้โดยสารในบางตลาดอาจเพิ่มการแข่งขันด้านราคา ทำให้การส่งผ่านต้นทุนทำได้ยากขึ้น

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน