Café Invest
Markets

งบ DG, DLTR, BBY, AFRM ชี้ผู้บริโภคยังใช้จ่าย แต่เน้นความคุ้มค่า

AFRMNASDAQ
งบ DG, DLTR, BBY, AFRM ชี้ผู้บริโภคยังใช้จ่าย แต่เน้นความคุ้มค่า

ผลประกอบการล่าสุดของ DG, DLTR, BBY, AFRM สะท้อนว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังใช้จ่าย แต่ระมัดระวังมากขึ้น โดยเน้นราคา ความคุ้มค่า โปรโมชั่น และความยืดหยุ่นในการชำระเงิน โดย INVX มองว่าภาพดังกล่าวยังเป็นบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากพฤติกรรมเน้นความคุ้มค่า โดยเราชอบ Walmart และ Costco มากกว่า Dollar General และ Dollar Tree จากขนาด อำนาจต่อรอง และฐานลูกค้าที่แข็งแรงกว่า ขณะที่ยังมองบวกต่อ Affirm ในฐานะผู้ได้ประโยชน์จากความต้องการแบ่งชำระและบริหารกระแสเงินสดของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

1. ภาพรวมผลประกอบการและพฤติกรรมผู้บริโภค


ผลประกอบการของ Dollar General, Dollar Tree, Best Buy และ Affirm สะท้อนภาพเดียวกันว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังไม่หยุดใช้จ่าย แต่มีความระมัดระวังมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับราคา โปรโมชั่น สินค้าจำเป็น และความยืดหยุ่นในการชำระเงินมากกว่าเดิม ขณะที่สินค้าราคาสูงยังมีแรงซื้อ หากเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือมีนวัตกรรมใหม่ที่ดึงดูดผู้บริโภค


ในเชิงผลประกอบการ ทั้ง 4 บริษัททำได้ดีกว่าคาดในไตรมาสล่าสุด แต่คุณภาพของการเติบโตแตกต่างกัน โดย Dollar General และ Affirm มีคุณภาพของผลประกอบการเด่นกว่า เพราะการเติบโตมาจากจำนวนลูกค้าและปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Dollar Tree และ Best Buy แม้ตัวเลขดีกว่าคาด แต่กำไรบางส่วนได้รับแรงหนุนจากเงินคืนภาษีนำเข้า จึงทำให้ตลาดตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของกำไรมากกว่า


ตารางเปรียบเทียบผลประกอบการล่าสุด

บริษัท

รายได้

ตัวชี้วัดสำคัญ

อัตรากำไร

กำไร

เทียบคาด

Dollar General

$11.29bn, +5.2% YoY

ยอดขายสาขาเดิม +3.5%; จำนวนลูกค้า +2.0%; ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิล +1.5%

อัตรากำไรขั้นต้น 32.6%, +127bps YoY; อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 6.8%, +126bps

EPS $2.48, +33% YoY; กำไรจากการดำเนินงาน +29.2%

ดีกว่าคาด

Dollar Tree

$4.89bn, +7% YoY

ยอดขายสาขาเดิม +3.7%; จำนวนลูกค้า +0.4%; ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิล +3.3%

อัตรากำไรขั้นต้น 42.9%; อัตรากำไรจากการดำเนินงานดีขึ้นมาก

EPS $2.70

ดีกว่าคาด

Best Buy

$9.78bn, +3.6% YoY

ยอดขายสาขาเดิม +4.1%; สหรัฐฯ +4.5%

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 4.3%, +40bps

EPS ปรับปรุงแล้ว $1.47

ดีกว่าคาด

Affirm

$1.17bn, +33% YoY

มูลค่าธุรกรรมรวม $14.1bn, +36%; ลูกค้าใช้งาน +21%; จำนวนธุรกรรม +45%

อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว 30.3%

EPS ตามบัญชี $4.62 มีผลประโยชน์ภาษีพิเศษ

ดีกว่าคาดชัดเจน


Dollar General ถือว่ามีคุณภาพของยอดขายดีที่สุดในกลุ่มค้าปลีก เพราะยอดขายสาขาเดิม +3.5% มาจากจำนวนลูกค้าเพิ่ม 2% มากกว่ายอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลที่เพิ่ม 1.5% สะท้อนว่าบริษัทกำลังดึงลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้นจริง ไม่ได้อาศัยเพียงราคาสินค้าที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 29.2% YoY และอัตรากำไรดีขึ้นมากกว่าคาด


Dollar Tree แม้รายได้เพิ่ม 7% และยอดขายสาขาเดิม +3.7% ดีกว่าคาด แต่โครงสร้างการเติบโตต่างจาก Dollar General เพราะจำนวนลูกค้าเพิ่มเพียง 0.4% ขณะที่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลเพิ่ม 3.3% นอกจากนี้ EPS $2.70 ยังมีผลบวกจากเงินคืนภาษีถึง $1.31 ต่อหุ้น ทำให้กำไรที่รายงานดูแข็งแรงกว่าธุรกิจพื้นฐานจริง


Best Buy สะท้อนว่าการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยยังไม่หายไป โดยรายได้เพิ่ม 3.6% YoY และยอดขายสาขาเดิมเพิ่ม 4.1% ขณะที่ยอดขายโทรทัศน์ในสหรัฐฯ เพิ่มมากกว่า 10% อย่างไรก็ดี ยอดขายคอมพิวเตอร์ที่แข็งแรงส่วนหนึ่งมาจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น และกำไรได้รับแรงหนุนจากเงินคืนภาษีนำเข้าประมาณ $34mn


Affirm มีอัตราการเติบโตเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยรายได้เพิ่ม 33% YoY มูลค่าธุรกรรมรวมเพิ่ม 36% และลูกค้าใช้งานเพิ่ม 21% ขณะที่จำนวนธุรกรรมเพิ่ม 45% ซึ่งเร็วกว่าอัตราการเพิ่มของมูลค่าธุรกรรมรวม สะท้อนว่าผู้บริโภคใช้บริการบ่อยขึ้น ไม่ใช่เพียงใช้จ่ายต่อครั้งมากขึ้น


พฤติกรรมผู้บริโภคที่เห็นจากงบ


สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ ผู้บริโภคยังใช้จ่าย แต่ใช้เงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น


1) ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า


Dollar General ระบุว่าลูกค้าหลักยังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน ทำให้ระมัดระวังการใช้เงินและซื้อสินค้าต่อครั้งน้อยลง บริษัทจึงขยายสินค้าราคา $1 เพื่อรองรับพฤติกรรมดังกล่าว


2) ผู้บริโภครายได้ปานกลางและสูงก็หันมาหาสินค้าราคาประหยัดมากขึ้น


Dollar Tree ระบุว่ายอดขายเพิ่มในทุกกลุ่มรายได้ และเด่นในกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง สะท้อนว่าพฤติกรรมการลดระดับการใช้จ่ายยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้มีรายได้น้อย


3) สินค้าราคาสูงยังขายได้ หากมีเหตุผลในการซื้อ


Best Buy ระบุว่าผู้บริโภคยังพร้อมใช้จ่าย แต่ต้องการส่วนลดและโปรโมชั่น และยังระมัดระวังกับสินค้าราคาสูง อย่างไรก็ดี หากเป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่จำเป็นหรือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ ผู้บริโภคก็ยังยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น


4) ความต้องการแบ่งชำระเพิ่มขึ้น


Affirm สะท้อนอีกด้านหนึ่งว่าผู้บริโภคต้องการความยืดหยุ่นในการชำระเงินมากขึ้น โดยจำนวนธุรกรรมเพิ่ม 45% และมูลค่าธุรกรรมรวมเพิ่ม 36% ขณะที่คุณภาพสินเชื่อยังไม่ได้อ่อนลงอย่างมีนัยสำคัญ


2. แนวโน้มและประมาณการของบริษัท


Dollar General — ปรับขึ้นทั้งยอดขายและกำไร


Dollar General ปรับเพิ่มประมาณการ FY26 โดยคาดยอดขายเพิ่ม 4.0–4.3% จากเดิม 3.7–4.2%, ยอดขายสาขาเดิม +2.5–2.9% จากเดิม +2.2–2.7% และ EPS $7.80–8.00 จากเดิม $7.20–7.45


สมมติฐานสำคัญ


• จำนวนลูกค้าเข้าร้านยังเพิ่มต่อเนื่อง
• การปรับปรุงร้านและความพร้อมของสินค้าช่วยเพิ่มยอดขาย
• การบริหารสินค้าคงคลังและต้นทุนดีขึ้น
• ไม่คาดผลบวกจากเงินคืนภาษีที่มีนัยสำคัญเพิ่มเติมใน 2H
• เดินหน้าเปิดและปรับปรุงร้านรวมประมาณ 4,730 โครงการ
เรามองว่าเป็นการปรับประมาณการที่มีคุณภาพ เพราะไม่ได้พึ่งปัจจัยพิเศษเป็นหลักในครึ่งปีหลัง


Dollar Tree — ปรับกำไรขึ้น แต่คงยอดขาย


Dollar Tree ปรับ EPS FY26 ขึ้นเป็น $7.70–8.05 จากเดิม $6.70–7.10 แต่ยังคงยอดขายทั้งปี $20.5–20.7bn และยอดขายสาขาเดิม +3 ถึง 4%


อย่างไรก็ดี การปรับกำไรขึ้นส่วนหนึ่งมาจากเงินคืนภาษี โดยประมาณการใหม่รวมผลบวกราว $0.60 ต่อหุ้น ขณะที่ 3Q บริษัทคาด EPS เพียง $0.80–0.95 เนื่องจากนำเงินบางส่วนกลับไปลงทุนด้านราคา การตลาด และการปรับปรุงร้าน


จึงยังต้องติดตามว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าร้านได้มากเพียงใด


Best Buy — ปรับประมาณการขึ้น แต่ครึ่งปีหลังยากขึ้น


Best Buy ปรับประมาณการ FY27 ดังนี้
• EPS $6.70–6.90 จาก $6.30–6.60
• รายได้ $42.3–42.8bn จาก $41.2–42.1bn
• ยอดขายสาขาเดิม +1.9–3.0% จากเดิม -1% ถึง +1%
• อัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้น 30–40bps
• 3Q คาดยอดขายสาขาเดิม +1–3%


อย่างไรก็ดี ฝ่ายบริหารคาดว่าหมวดคอมพิวเตอร์จะเริ่มชะลอ หลังเติบโตต่อเนื่องหลายไตรมาส ขณะที่ฐานเปรียบเทียบใน 2H สูงขึ้น จึงต้องพึ่งยอดขายโทรทัศน์ สินค้าเทคโนโลยีใหม่ และฤดูกาลจับจ่ายปลายปีมากขึ้น

Affirm — แนวโน้มยังดีกว่าคาด


Affirm คาดรายได้ 1QFY27 ที่ $1.19–1.22bn สูงกว่าตลาดคาด และคาดมูลค่าธุรกรรมรวม FY27 มากกว่า $64bn สูงกว่าคาดเล็กน้อย


บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วมากกว่า 30.5% พร้อมรักษาการเติบโตของธุรกรรมในระดับสูง สะท้อนว่าบริษัทต้องการเติบโตควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อและผลตอบแทนต่อธุรกรรม


3. มุมมองของผู้บริหารต่อผู้บริโภคและประเด็นจาก Earnings Call


Dollar General — ลูกค้ายังตึงตัว แต่ร้านได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม


ฝ่ายบริหารระบุว่าลูกค้าหลักยังได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน ทำให้ระมัดระวังการใช้เงินและซื้อสินค้าต่อครั้งน้อยลง
อย่างไรก็ดี จำนวนลูกค้าเข้าร้านเพิ่มต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และยอดขายสาขาเดิมเป็นบวกทุกหมวดต่อเนื่อง 6 ไตรมาส สะท้อนว่า Dollar General สามารถดึงส่วนแบ่งการใช้จ่ายจากคู่แข่งได้ แม้กำลังซื้อของลูกค้าไม่ได้ดีขึ้นมากนัก


ประเด็นสำคัญ คือ ผู้บริโภคไม่ได้แข็งแรงขึ้น แต่ Dollar General กำลังได้ประโยชน์จากการที่ผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น


Dollar Tree — ลูกค้ารายได้สูงก็หันมาหาสินค้าราคาประหยัด


ฝ่ายบริหารระบุว่ายอดขายเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มรายได้ โดยเด่นในกลุ่มรายได้ปานกลางและสูง ขณะเดียวกันลูกค้ารายได้น้อยยังเผชิญแรงกดดันและหันมาซื้อสินค้าจำเป็นมากขึ้น


อย่างไรก็ดี จำนวนลูกค้าเพิ่มเพียง 0.4% เทียบกับยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลที่เพิ่ม 3.3% จึงเป็นเหตุผลที่บริษัทต้องลงทุนด้านราคาและสภาพร้านเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน


ประเด็นสำคัญ คือ Dollar Tree ได้ประโยชน์จากพฤติกรรมเน้นความคุ้มค่า แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง


Best Buy — ผู้บริโภครอโปรโมชั่น แต่ยังจ่ายให้สินค้าที่จำเป็นและมีนวัตกรรม


ฝ่ายบริหารระบุว่าผู้บริโภคยังพร้อมใช้จ่าย แต่ให้ความสำคัญกับโปรโมชั่นและความคุ้มค่ามากขึ้น และยังลังเลกับสินค้าราคาสูง อย่างไรก็ดี หากเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือมีเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ ผู้บริโภคยังยอมจ่าย


สิ่งนี้สอดคล้องกับยอดขายโทรทัศน์ที่เพิ่มมากกว่า 10% และสินค้าใหม่ เช่น แว่นตา AI ที่เติบโตมากกว่าสองเท่า
ประเด็นสำคัญ คือ การฟื้นตัวของสินค้าฟุ่มเฟือยยังเป็นแบบเลือกซื้อ ไม่ใช่การฟื้นตัวในวงกว้าง


Affirm — การใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพลูกค้ายังควบคุมได้


จำนวนธุรกรรมของ Affirm เพิ่ม 45% ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวมเพิ่ม 36% สะท้อนว่าลูกค้าใช้บริการบ่อยขึ้น ขณะที่ผู้ใช้ Affirm Card มีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าทั่วไปราว 2 เท่า


ฝ่ายบริหารยังเน้นว่าการเติบโตต้องมาพร้อมการใช้จ่ายอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงการเร่งปล่อยสินเชื่อ


ประเด็นสำคัญ คือ ความต้องการแบ่งชำระเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เห็นสัญญาณว่าการเติบโตดังกล่าวนำไปสู่คุณภาพสินเชื่อที่แย่ลงอย่างชัดเจน


4. มุมมองของ INVX


เรามองผลประกอบการชุดนี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังใช้จ่าย แต่มีความระมัดระวังมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเน้นราคา โปรโมชั่น และสินค้าจำเป็น ส่งผลให้ร้านค้าราคาประหยัดมีโอกาสได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม ทั้งจากลูกค้ารายได้น้อยและกลุ่มรายได้สูงที่หันมาลดระดับการใช้จ่าย


ขณะเดียวกัน สินค้าฟุ่มเฟือยยังไม่ได้ฟื้นตัวแบบวงกว้าง แต่จะเติบโตในหมวดที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสินค้า หรือมีเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ ส่วนบริการแบ่งชำระยังได้ประโยชน์จากความต้องการลดภาระเงินสดต่อครั้งของผู้บริโภค

จากภาพข้างต้น Dollar General และ Dollar Tree ยังคงมีแนวโน้มได้ประโยชน์จากพฤติกรรมผู้บริโภคเน้นซื้อสินค้าราคาถูก มีความคุ้มค่า อย่างไรก็ดี เรายังมองบวกต่อ Walmart และ Costco มากกว่า เนื่องจาก 1) ได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมการเน้นความคุ้มค่าของสินค้าเช่นเดียวกัน 2) ขนาดที่ใหญ่กว่าส่งผลให้มีอำนาจต่อรองด้านราคา 3) กลุ่มลูกค้ามีความภักดีสูง 4) กลุ่มลูกค้ามีความอ่อนไหวต่อราคาต่ำกว่า Dollar General และ Dollar Tree


นอกจากนี้ เรามองบวกต่อ AFRM โดยประเมินว่า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากช่วยให้ผู้บริโภครายได้ต่ำมีทางเลือกต่ำในการบริหารกระแสเงินสดในสหรัฐฯ โดย มูลค่าธุรกรรม ลูกค้า และจำนวนธุรกรรมเติบโตพร้อมกัน ขณะที่คุณภาพสินเชื่อยังอยู่ในระดับควบคุมได้ หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อ จะสนับสนุนมุมมองว่าการแบ่งชำระเป็นพฤติกรรมผู้บริโภคระยะยาว ไม่ใช่เพียงผลจากภาวะกำลังซื้ออ่อนแอ

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

งบ DG, DLTR, BBY, AFRM ชี้ผู้บริโภคยังใช้จ่าย แต่เน้นความคุ้มค่า | Café Invest