สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มฟื้นตัวจากแรงขายก่อนหน้า หลังความกังวลเชิงมหภาคผ่อนคลายบางส่วน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวัง เนื่องจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่มีความชัดเจน แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง แต่ตลาดยังติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพอุปทานพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด
Bitcoin ปรับตัวขึ้นแตะระดับประมาณ 78,300 ดอลลาร์ และทำจุดต่ำสุดที่ 70,700 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวทำจุดสูงสุดที่ 2,190 ดอลลาร์ และจุดต่ำสุดที่ 1,980 ดอลลาร์ สะท้อนความผันผวนในระยะสั้น
ปัจจัยมหภาคที่ต้องติดตามประจำสัปดาห์
ภายหลังจากที่เริ่มเห็นสัญญาณที่นักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลให้ความสำคัญกับประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านน้อยลง เนื่องจากราคามีความผันผวนลดลงแม้พัฒนาการยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ปัจจัยมหภาคที่สำคัญที่สุดที่ต้องติดตามคือผลการประชุม Fed ในช่วงวันที่ 28-29 เมษายน โดย INVX และตลาดคาดว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ย
ในส่วนของถ้อยแถลงหลังการประชุม INVX คาดว่า Fed จะยังคงส่งสัญญาณ Wait-and-see ต่อผลกระทบของสงครามที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงินอีกครั้ง ทำให้ INVX มองว่าความผันผวนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีไม่มากจากประเด็นนี้ เนื่องจากผลการประชุมและถ้อยแถลงครั้งนี้ไม่น่าจะมีอะไรที่ สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด
Big Cap Performance

source : TradingView as of 22 April 2026
Key Highlight 1 — On-Chain Signal: เงินเริ่มไหลกลับ ตลาดกลับมาคึกคัก

source : Glassnode as of 22 April 2026
ตัวชี้วัด On-chain Transfer Volume ซึ่งใช้วัดมูลค่าการโอน BTC ที่เป็น “ธุรกรรมจริง” (ตัดธุรกรรมภายในออกแล้ว) ปรับตัวเพิ่มขึ้น +24.5% WoW จาก $5.0B เป็น $6.2B แสดงถึงการกลับมาของกิจกรรมในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
ระดับปัจจุบันที่ $6.2B สูงกว่าช่วง Low Activity อย่างชัดเจน บ่งชี้ว่าตลาดกำลังออกจากภาวะซบเซา และเข้าสู่ช่วงที่มีการเคลื่อนไหวของเงินทุนมากขึ้นที่สำคัญ สัญญาณนี้เกิดพร้อมกับ
- เงินไหลเข้า Bitcoin ETF
- การสะสมของนักลงทุนรายใหญ่ (Whale)
สะท้อนว่าเป็น “เงินทุนใหม่” ที่เข้ามาจัดพอร์ต มากกว่าการ Panic Sell
สัญญาณนี้บอกอะไร
การเพิ่มขึ้นของ Transfer Volume มักเป็น Leading Indicator ของการเคลื่อนไหวราคาในระยะถัดไป
หาก Transfer Volume ยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จะสะท้อนว่าตลาดเข้าสู่รอบใหม่ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนโอกาสการฟื้นตัว
Key Highlight 2 : BTC Supply หายจาก Exchange สัญญาณสะสมก่อนรอบขาขึ้นใหม่

source : CryptoQuant as of 22 April 2026
ตัวชี้วัด Exchange Net Flow ที่ติดลบต่อเนื่อง หมายถึงมีการถอน BTC ออกจาก Exchange มากกว่านำเข้า เพื่อนำไปเก็บระยะยาว เช่น Wallet ส่วนตัว, ETF หรือสถาบัน ส่งผลให้เหรียญที่ “พร้อมขายทันที” ลดลง
ข้อมูลล่าสุดพบว่า
- BTC ไหลออกจาก Exchange กว่า 105,000 BTC ใน 7 สัปดาห์
- เดือนมีนาคม Net Flow ติดลบถึง -300,000 BTC
- ปริมาณ BTC บน Exchange อยู่ในระดับต่ำสุ ดในรอบหลายปี
เมื่อของในตลาด “น้อยลง” แต่ความต้องการยังมอยู่ ราคาจึงมีแนวโน้มถูกดันขึ้นในระยะถัดไปแม้ยังไม่ใช่สัญญาณขึ้นทันที แต่ถือเป็น “ฐานสำคัญ” ของตลาด ที่ช่วยลดแรงขาย และจำกัด Downside
สัญญาณนี้บอกอะไร
โครงสร้างลักษณะนี้จะคล้ายกับ ช่วงก่อน Bull Run ปี 2020 และแนะนำควร ติดตาม Exchange Net Flow ต่อเนื่อง หากยังติดลบ อาจสื่อว่า นักลงทุนยังไม่ขาย สะท้อนแรงขายที่ลดลง และเป็นสัญญาณบวกในระยะกลาง–ยาว
Key Highlight 3 — Policy Signal: PACE Act หนุนโครงสร้าง Crypto สู่ Mass Adoption

ร่างกฎหมาย PACE Act เป็นพัฒนาการเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายสร้าง “ใบอนุญาตระดับประเทศ” (National Payments License) สำหรับผู้ให้บริการชำระเงิน รวมถึงบริษัท Fintech และ Crypto แทนระบบเดิมที่ต้องขออนุญาตแยกรายรัฐ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายธุรกิจ
หากกฎหมายผ่าน จะช่วยลดความซับซ้อนด้านกฎระเบียบ และเปิดทางให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงระบบการชำระเงินของสหรัฐฯได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การพัฒนา Stablecoin และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินดิจิทัลเติบโตเร็วขึ้น
นอกจากนี้ PACE Act ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “Regulatory Stack” ร่วมกับกฎหมายอื่น เช่น CLARITY Act ที่ช่วยกำหนดสถานะสินทรัพย์ดิจิทัล และ GENIUS Act ที่ดูแล Stablecoin ซึ่งรวมกันจะทำให้กรอบกำกับดูแลมีความชัดเจนมากขึ้น
สัญญาณนี้บอกอะไร
PACE Act ถือเป็น “ตัวเร่งเชิงโครงสร้าง” ที่ช่วยเปิดทางเงินทุนสถาบันเข้าสู่ตลาดในระยะกลาง–ยาว แม้ผลกระทบต่อราคาจะไม่เกิดทันที แต่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น และสนับสนุนการเติบโตของ Ecosystem โดยเฉพาะกลุ่มสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Payment และ DeFi เช่น ETH, SOL และ XRP
มุมมองด้านเทคนิค (Technical View)
BTC

ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI ปรับขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ Bullish Zone ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่าง ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 2,300,000-2,200,000 บาท (72,000 – 68,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 2,600,000-2,700,000 บาท (80,000 – 85,000 ดอลลาร์)
ETH

ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI ปรับขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ Bullish Zone ส่วน MACD อยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่าง ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 69,000-64,000 บาท (2,200 – 2,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 83,000-88,000 บาท (2,600 – 2,800 ดอลลาร์)
Factors to Watch
Date | Events |
|---|
28 April 2026 | CB Consumer Confidence |
30 April 2026 | FED Interest Rate Decision, GDP (QoQ)(Q1), Core PCE Price Index (YoY) (Mar), Core PCE Price Index (MoM) (mar) |
1 May 2026 | Manufacturing PMI (April), ISM Manufacturing PMI (Apr) |
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้