สรุปสถานการณ์ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสัปดาห์นี้สะท้อนภาวะ “รอทิศทาง” มากกว่าการเร่งซื้อหรือเทขาย โดยนักลงทุนติดตามประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ หลัง Donald Trump อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอใหม่จากอิหร่าน
Bitcoin เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ โดยปรับตัวลงแตะระดับประมาณ 73,700 ดอลลาร์ และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 79,400 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum เคลื่อนไหวในช่วง 2,260–2,420 ดอลลาร์
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นสัญญาณที่ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลทรงตัวได้ ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสวนทางการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ที่ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลจะปรับตัวลงเวลาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเรามองว่าเกิดจากแรงหนุนของผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในประเทศสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งพร้อมกับแนวโน้มที่ยังเป็นบวก
อย่างไรก็ตาม INVX แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังหลังจากนี้ เนื่องจากผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะประกาศหมด (ยกเว้น NVIDIA) ในวันที่ 30 เม.ย. และถ้าราคาน้ำมันยังคงยืนอยู่ในระดับสูง อาจจะทำให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนที่สูงขึ้น
Big Cap Performance

source : Tradingview as of 29 April 2026
Key Highlight 1 - แรงซื้อยังคุมเกม Bitcoin มีลุ้นไปต่อ – Net Taker Volume อยู่ที่ +145M ต่อเนื่องเกือบ 2 เดือน สะท้อนเงินยังไหลเข้า ตลาดยังมีแรงหนุน

source : CryptoQuant as of 29 April 2026
Net Taker Volume คืออะไร
มันคือการดูว่า “ตอนนี้คนในตลาดกดซื้อแรงกว่า หรือกดขายแรงกว่า”
- ถ้าค่า เป็นบวก = คนซื้อเยอะกว่า → ตลาดมีแรงดันขึ้น
- ถ้า เป็นลบ = คนขายเยอะกว่า → ตลาดมีแรงกดลง
สถานการณ์ปัจจุบัน
ปัจจุบัน Net Taker Volume ของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ +145 ล้านดอลลาร์ และเป็นบวกต่อเนื่องเกือบ 2 เดือน สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับมาและมีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวระยะสั้น
ในอดีตของรอบนี้ พบว่าทุกครั้งที่ตัวเลขกลับมาเป็นบวก ราคามักปรับตัวขึ้นตาม ซึ่งสอดคล้องกับการที่ Bitcoin ฟื้นตัวจากบริเวณประมาณ $60,000 สู่ระดับใกล้ $80,000 ในปัจจุบัน
สัญญาณนี้บอกอะไร
ภาพรวมยังอยู่ในทิศทางเชิงบวก เนื่องจากแรงซื้อยังเป็นฝ่ายนำตลาด หากตัวเลขยังอยู่ในระดับสูง แนวโน้มมีโอกาสเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้ในระยะถัดไป
Key Highlight 2 - ผ่าน $79,000 ได้ เกมเปลี่ยน! Bitcoin มีลุ้นไปต่อ – เป็นโซนต้นทุนของคนส่วนใหญ่ หากยืนเหนือได้ แรงขายจะลดลง ความมั่นใจกลับมา และมีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นต่อในระยะถัดไป

source : checkonchain as of 29 April 2026
True Market Mean & STH Cost Basis คืออะไร
ข้อมูลเหล่านี้ คือ “ต้นทุนเฉลี่ยของคนในตลาด”
- True Market Mean = ต้นทุนเฉลี่ยของคนที่ยัง Active อยู่ตอนนี้
- STH Cost Basis = ต้นทุนของคนที่เพิ่งซื้อช่วงไม่กี่เดือน (กลุ่มที่พร้อมขายมากที่สุด)
เมื่อสองค่านี้มาอยู่ใกล้กัน ระดับนั้นจะกลายเป็น “จุดสำคัญของตลาด”
ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น?
ระดับสำคัญอยู่แถว $79,000 ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ราว $76,000
แปลว่า ตอนนี้ตลาดกำลัง “ทดสอบโซนต้นทุนของคนส่วนใหญ่”
ถ้าราคายังต่ำกว่าโซนนี้ คนจำนวนมากยังขาดทุน → พอราคาขึ้นมักรีบขาย
แต่ถ้าผ่านขึ้นไปได้ คนส่วนใหญ่จะเริ่มมีกำไร → แรงขายจะลดลง และตลาดมีโอกาสไปต่อ
สัญญาณนี้บอกอะไร
ระดับ $79,000 ถือเป็น “จุดสำคัญของตลาด” ในรอบนี้ เพราะเป็นโซนต้นทุนของนักลงทุนส่วนใหญ่
หากราคา สามารถปรับขึ้นและยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จะสะท้อนว่า แรงขายเริ่มลดลง และความเชื่อมั่นของตลาดกลับมา ซึ่งมีโอกาสทำให้แนวโน้มเปลี่ยนเป็นบวกได้ชัดเจนมากขึ้น ในทางกลับกัน หากยังไม่สามารถผ่านได้ ตลาดอาจยังคงผันผวนในกรอบ และต้องใช้เวลาในการสะสมแรงต่อ
Key Highlight 3 - สหรัฐฯ ดัน Bitcoin สู่ National Reserve – ร่างกฎหมายของ Nick Begich อาจยกระดับ BTC เป็นสินทรัพย์สำรอง

Strategic Bitcoin Reserve คืออะไร?
คือแนวคิดให้รัฐบาลสหรัฐฯ นำ Bitcoin ที่มีอยู่แล้ว มาเก็บเป็น สินทรัพย์สำรองของประเทศ (National Reserve) คล้ายทองคำ แต่มีนโยบายชัดเจนว่าจะถือและบริหารอย่างไร
ร่างกฎหมาย American Reserves Modernization Act ที่ Nick Begich เตรียมเสนอใหม่ มีเป้าหมาย “ยกระดับ Bitcoin Reserve ให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเป็นทางการ” จากเดิมที่ยังไม่มี Policy รองรับชัดเจน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ?
หากกฎหมายผ่าน จะเป็นสัญญาณว่า
- รัฐบาลมีแนวโน้ม Hold ระยะยาว ไม่ใช่ขาย
- อาจมีโอกาส สะสมเพิ่ม
- Bitcoin ได้รับ Legitimacy ในระดับประเทศ ใกล้เคียง Digital Gold
สัญญาณนี้บอกอะไร
นี่คือ Long-term Catalyst ที่สำคัญ เพราะเป็น Demand ระดับประเทศ
แม้กฎหมายยังไม่ผ่าน แต่ทิศทางนโยบายเริ่มชัดเจน สะท้อนว่า Bitcoin กำลังถูกยอมรับมากขึ้น และมีโอกาสมีบทบาทใหญ่ขึ้นในระบบการเงินโลกในระยะยาว
มุมมองด้านเทคนิค
BTC

ราคาแกว่งตัวสลับไต่ระดับขึ้นในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI ยังเคลื่อนไหวในโซน Bullish ส่วน MACD ยังอยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่าง ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 2,350,000-2,250,000 บาท (73,000 – 69,000 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 2,650,000-2,750,000 บาท (81,000 – 85,000 ดอลลาร์)
ETH

ราคาแกว่งตัวสลับไต่ระดับขึ้นในกรอบย่อย Sideways-up ขณะที่ RSI ยังเคลื่อนไหวในโซน Bullish ส่วน MACD ยังอยู่เหนือ Signal Line และอยู่เหนือแกน 0 หากราคาไม่หลุดต่ำกว่ากรอบล่าง ประเมินว่าราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
แนวรับ: 69,000-64,000 บาท (2,100 – 1,900 ดอลลาร์)
แนวต้าน: 83,000-88,000 บาท (2,600 – 2,800 ดอลลาร์)
Factors to watch
Date | Events |
|---|
5 May 2026 | Services PMI (Apr) |
7 May 2026 | Initial Jobless Claims |
8 May 2026 | Nonfarm Payrolls (Apr) Unemployment Rate (Apr) |
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามตัวแรกคือ Core PCE หรือ ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน ที่จะมีการรายงานในวันที่ 30 เม.ย. โดยตัวเลขนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อจริง แต่จะไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขที่ Fed ให้ความสำคัญในการวัดระดับเงินเฟ้อ โดยตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% MoM โดยถ้าออกมาต่ำกว่าคาดจะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม INVX คาดว่าปีนี้ Fed จะไม่มีการลดดอกเบี้ย
ตัวเลขที่สองคือ ISM Manufacturing PMI หรือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสถาบัน ISM ที่จะมีการรายงานในวันที่ 1 พ.ค. โดยตัวเลขนี้เป็นดัชนีที่สะท้อนถึงสภาวะทางเศรษฐกิจของภาคการผลิตของประเทศสหรัฐฯ โดยตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 53.2 โดย INVX คาดว่าราคาสินทรัพย์ดิจิทัลจะตอบสนองเชิงบวกในระยะสั้นถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้