Café Invest
Markets

Disney–Netflix Licensing: จาก Streaming War สู่การใช้คอนเทนต์ให้คุ้มค่ามากขึ้น

Disney–Netflix Licensing: จาก Streaming War สู่การใช้คอนเทนต์ให้คุ้มค่ามากขึ้น

Disney ขยายข้อตกลงให้สิทธิ์คอนเทนต์แก่ Netflix แบบไม่ผูกขาด ครอบคลุมทั้ง Library Content และซีรีส์ปัจจุบัน เช่น Percy Jackson, Ice Age, Will Trent และผลงานจาก Disney/Pixar โดยคอนเทนต์ยังคงอยู่บน Disney+ และ Hulu สะท้อนการบริหารสินทรัพย์คอนเทนต์ให้สร้างรายได้มากขึ้นควบคู่กับการใช้ Netflix เป็นช่องทางโปรโมตผลงานใหม่ INVX มองว่าไม่ใช่จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม Streaming แต่เป็นพัฒนาการเชิงบวกจากการแข่งขันด้านคอนเทนต์ที่ลดความรุนแรงลง ช่วยให้ Disney เพิ่มรายได้จากสินทรัพย์เดิม ขณะที่ Netflix ได้คอนเทนต์คุณภาพโดยไม่ต้องลงทุนผลิตเองทั้งหมด สนับสนุนวินัยด้านต้นทุนและผลตอบแทนของทั้งอุตสาหกรรมในระยะกลาง

1. Rationalization: Disney เริ่มบริหารคอนเทนต์ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น

ดีลระหว่าง Disney และ Netflix สะท้อนแนวโน้ม rationalization ของธุรกิจ Streaming ที่บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากคอนเทนต์มากกว่าการเก็บทุกเรื่องไว้เป็นเอกสิทธิ์บนแพลตฟอร์มของตัวเองเหมือนช่วง Streaming War ระยะแรก โดย Disney เลือกนำคอนเทนต์บางส่วนทั้ง Library และซีรีส์ปัจจุบันไปให้ Netflix แบบไม่ผูกขาด ขณะที่คอนเทนต์ดังกล่าวยังคงอยู่บน Disney+ และ Hulu

จุดสำคัญคือ Disney ไม่ได้ลดความสำคัญของแพลตฟอร์มตัวเอง แต่กำลังแบ่งคอนเทนต์ตามบทบาทมากขึ้น โดยแฟรนไชส์หลักและคอนเทนต์ใหม่ยังใช้เป็นตัวดึงสมาชิกบน Disney+ ขณะที่ Library Content หรือคอนเทนต์ที่มีอายุแล้วสามารถนำกลับมาสร้างรายได้เพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มอื่นได้ จึงช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากสินทรัพย์คอนเทนต์ที่สร้างไปแล้ว

2. Disney ได้อะไร: รายได้เพิ่ม พร้อมใช้ Netflix เป็นช่องทางทำการตลาด

สำหรับ Disney ประโยชน์โดยตรงคือ รายได้ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติมโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิตมากนัก โดยเฉพาะคอนเทนต์เก่าที่ต้นทุนส่วนใหญ่เกิดขึ้นไปแล้ว ทำให้รายได้ Licensing มีโอกาสสร้างอัตรากำไรที่ดี

นอกจากนี้ Disney ยังสามารถใช้ฐานผู้ชมขนาดใหญ่ของ Netflix เป็นช่องทางสร้างการรับรู้ก่อนเปิดตัวคอนเทนต์ใหม่ เช่น การนำ Percy Jackson Seasons 1–2 ไปลง Netflix ก่อน Season 3 เปิดตัวบน Disney+ หรือการนำ Ice Age ภาคเก่ากลับมาให้ชมก่อนภาพยนตร์ภาคใหม่เข้าฉาย ทำให้ Netflix ทำหน้าที่คล้ายช่องทางการตลาดเพิ่มเติมให้ Disney โดย Disney ยังรักษาความสัมพันธ์โดยตรงกับสมาชิกบนแพลตฟอร์มของตัวเองไว้ได้

3. Netflix ได้อะไร: เพิ่มคุณภาพคลังคอนเทนต์โดยไม่ต้องผลิตเองทั้งหมด

Netflix ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงคอนเทนต์ที่มีแบรนด์และฐานผู้ชมอยู่แล้ว เช่น Disney, Pixar และ Ice Age ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของบริการและลดแรงกดดันที่ต้องพึ่ง Original Content เพียงอย่างเดียว

ในมุมต้นทุน การซื้อสิทธิ์คอนเทนต์ที่ผ่านการพิสูจน์ความนิยมแล้วอาจมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนสร้างผลงานใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรม Streaming ให้ความสำคัญกับกำไรและกระแสเงินสดมากกว่าการเติบโตของจำนวนสมาชิกเพียงอย่างเดียว

4. มุมมองของ INVX: ไม่ใช่จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรม แต่เป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อการแข่งขันที่ลดลง

เรามองดีลนี้ ไม่ใช่จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม Streaming เนื่องจาก Disney ยังไม่ได้เปิดแฟรนไชส์หลักทั้งหมดให้คู่แข่ง และยังคงใช้ Disney+ เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับคอนเทนต์สำคัญ อย่างไรก็ตาม ดีลดังกล่าวเป็นอีกสัญญาณว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันแบบทุกคอนเทนต์ต้อง Exclusive ไปสู่การบริหารสินทรัพย์และต้นทุนอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

ในเชิงหุ้น เรามองเป็นพัฒนาการ เชิงบวกต่อทั้ง DIS และ NFLX เพราะการแข่งขันด้านคอนเทนต์มีแนวโน้มลดความรุนแรงลง ขณะที่บริษัทสามารถใช้คอนเทนต์ร่วมกันเพื่อเพิ่มผลตอบแทนต่อเงินลงทุนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ Disney ที่มีคลังคอนเทนต์ขนาดใหญ่จึงมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากสินทรัพย์เดิม ส่วน Netflix ได้คลังคอนเทนต์ที่แข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการผลิตเองทั้งหมด หากแนวโน้ม Licensing ระหว่างแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะช่วยสนับสนุนวินัยด้านต้นทุนและผลตอบแทนของอุตสาหกรรมในระยะกลาง

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน