Café Invest
Markets

📌 วิเคราะห์ข้อเสนออิหร่าน 10 ข้อ สู่โต๊ะเจรจาอิสลามาบัด

📌 วิเคราะห์ข้อเสนออิหร่าน 10 ข้อ สู่โต๊ะเจรจาอิสลามาบัด

🔸ข่าวหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเมื่อคืนวันที่ 7 เมษายน ถือเป็นพัฒนาการที่ดีที่สุดนับตั้งแต่สงครามปะทุในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินตอบรับทันที ราคาน้ำมันดิ่ง หุ้นกลุ่มเสี่ยงฟื้นตัว แต่สำหรับนักลงทุนที่มองเกมระยะกลาง คำถามที่สำคัญกว่าคือ ข้อตกลงถาวรจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และต้องรอนานแค่ไหน คำตอบอยู่ที่ ข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่านที่ได้เสนอผ่านปากีสถานในฐานะตัวกลาง ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเป็น "a workable basis" หรือพื้นฐานที่เจรจาต่อได้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi ออกมาแสดงความพร้อมเข้าร่วมโต๊ะเจรจา

🔸ข้อ 1 อิหร่านขอให้สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะไม่โจมตีอิหร่านอีกในอนาคตอย่างถาวร ไม่ใช่แค่หยุดยิงชั่วคราว ข้อ 2 เสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซแต่ภายใต้ "พิธีการทางเรือ" ที่อิหร่านกำหนดเอง ข้อ 3 ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงมากที่สุด คือการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือแต่ละลำที่ผ่านช่องแคบ ราวลำละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้อ 4 กำหนดให้นำรายได้จากค่าผ่านทางดังกล่าวมาแบ่งกับโอมานและเข้ากองทุนฟื้นฟูอิหร่าน ข้อ 5 เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมดต่ออิหร่าน ข้อ 6 ขอให้นานาชาติรับรองสิทธิของอิหร่านในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ข้อ 7 เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ข้อ 8 ขอให้สหรัฐฯ ลดบทบาทและถอนฐานทัพออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ข้อ 9 ให้สหรัฐฯ และพันธมิตรรับผิดชอบชดเชยความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านจากสงคราม และข้อ 10 ให้รับรองอธิปไตยอิหร่านและงดเว้นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศ

🔸เมื่อพิจารณาทั้ง 10 ข้อ ข้อเสนอเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "ราคาตั้งต้นเพื่อเจรจา" ไม่ใช่เงื่อนไขที่ยืดหยัดไม่ได้ โดยสิ่งที่อิหร่านต้องการจริงๆ น่าจะสรุปได้ 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัยของระบอบปกครอง การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการยอมรับอำนาจเหนือช่องแคบฮอร์มุซในรูปแบบใดสักรูปแบบหนึ่ง

🔸ในข้อเสนอ 10 ข้อนี้ ข้อที่เป็นไปได้ยากที่สุดได้แก่ข้อ 3 หรือการเรียกเก็บค่าผ่านทาง 2 ล้านดอลลาร์ต่อลำ เนื่องจากโลกไม่เคยมีประเทศไหนทำแบบนี้กับช่องแคบธรรมชาติมาก่อนเลย ช่องแคบธรรมชาติต่างจากคลองสุเอซหรือคลองปานามาซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเทียมที่มนุษย์ขุดขึ้น กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ UNCLOS กำหนดชัดว่ารัฐที่อยู่ติดกับช่องแคบระหว่างประเทศไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทางเพียงเพื่อการผ่านเท่านั้น สิงคโปร์ซึ่งมีช่องแคบมะละกาที่สำคัญต่อการเดินเรือโลกในระดับเดียวกัน ก็ไม่เคยเรียกเก็บค่าผ่านทาง UAE กาตาร์ และสหรัฐฯ ต่างออกมาปฏิเสธข้อเสนอนี้แล้ว

🔸อย่างไรก็ตาม เรามองว่า ข้อเสนอ 10 ข้อนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดสงคราม เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีต้นทุนหากการสู้รบยืดเยื้อ ในฝั่งสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดัน 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ ราคาน้ำมันที่สูงกัดกร่อนกำลังซื้อคนอเมริกัน ค่าใช้จ่ายทางทหารที่พุ่งสูงขึ้น และการเลือกตั้ง Midterm ที่ใกล้เข้ามา ซึ่งสงครามที่ยืดเยื้อจะเป็นภาระทางการเมืองอย่างหนัก ส่วนในฝั่งอิหร่านเองก็มีเศรษฐกิจที่ย่อยยับจากการโจมตีและการปิดช่องแคบที่ส่งผลตัดรายได้ตัวเองออกไปด้วย ขณะที่รับรู้ดีว่าสหรัฐฯ ยังมี "เครื่องมือที่ยังไม่ได้ใช้" อีกมาก (เช่นอาวุธทำลายล้างสูง) ตามที่รองประธานาธิบดี Vance ย้ำเตือนในการแถลงข่าวที่กรุงบูดาเปสต์

🔸เมื่อทั้งสองฝ่ายสูญเสียมากกว่าที่ได้รับจากการสู้ต่อ การเจรจาจึงกลายเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับทั้งคู่ นักเศรษฐศาสตร์เรียกสภาวะนี้ว่า Nash Equilibrium หรือ "จุดที่ไม่มีใครอยากเปลี่ยนแปลงฝ่ายเดียว" ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่าทั้งสองฝ่ายมีแรงจูงใจเพียงพอที่จะนั่งลงคุยกัน หากการเจรจาที่อิสลามาบัดมีความคืบหน้าจริง เราประเมินว่าสงครามอาจยุติได้ภายใน 1-2 เดือน

🔸หนึ่งในทางออกที่เราประเมินว่ามีโอกาสขึ้นมาอยู่บนโต๊ะเจรจาในระยะกลาง คือการที่สหรัฐฯ เสนอเข้าไปลงทุนพัฒนาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของอิหร่านร่วมกัน แทนที่จะเป็นศัตรูกัน โมเดลนี้คล้ายกับสิ่งที่ทรัมป์ทำกับเวเนซุเอลาต้นปีนี้ หลังจับกุม Maduro กล่าวคือ แทนที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดในคราวเดียว สหรัฐฯ อนุญาตให้บริษัทพลังงานอเมริกันเข้าไปลงทุนพัฒนาแหล่งน้ำมันโดยตรง โดยรายได้จะถูกฝากในบัญชีพิเศษที่สหรัฐฯ ตรวจสอบได้ ผลที่ได้คือทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน อิหร่านได้รายได้และเทคโนโลยีฟื้นฟูเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ได้อิทธิพลเหนือแหล่งน้ำมันและตลาดพลังงาน

🔸ก่อนสงครามปะทุ สหรัฐฯ เคยเสนอกรอบที่ใกล้เคียงกันนี้ แต่เตหะรานปฏิเสธในขณะนั้น ปัจจุบันหลังสงครามทุบเศรษฐกิจอิหร่านอย่างหนัก แรงจูงใจในการยอมรับโมเดลนี้มีมากขึ้นกว่าเดิมมาก อุปสรรคหลักยังอยู่ที่การยอมรับทางการเมืองภายในอิหร่านและท่าทีของอิสราเอล

🔸แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะตกลงกันได้ แต่อิสราเอลประกาศชัดว่าจะไม่หยุดปฏิบัติการต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของอิหร่าน นี่คือชนวนที่อาจทำให้การยุติสงครามล้มเหลว เพราะอิหร่านอาจอ้างว่าสหรัฐฯ ควบคุมพันธมิตรตัวเองไม่ได้ และใช้เป็นข้ออ้างในการถอนตัวจากกระบวนการเจรจา โดยล่าสุด อิหร่านยิงขีปนาวุธระลอกใหม่ถล่มตอนใต้อิสราเอล หลังทรัมป์ประกาศหยุดยิงได้ 2 ชม. หลังจากที่อิสราเอลยังโจมตีกลุ่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ดังนั้น แม้หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านจะเกิดขึ้นแล้ว คำถามว่าสหรัฐฯ จะจัดการกับอิสราเอลอย่างไรจะเป็นหนึ่งในตัวแปรชี้ขาดว่าสันติภาพจะยั่งยืนหรือไม่

🔸ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี JD Vance พร้อมด้วย Steve Witkoff ทูตพิเศษ และ Jared Kushner ที่ปรึกษา จะเดินทางไปยังอิสลามาบัดเพื่อพบกับคณะผู้แทนอิหร่านนำโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ Abbas Araghchi โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง สามประเด็นที่ต้องจับตาคือ ชะตากรรมของข้อเสนอค่าผ่านทางช่องแคบว่าจะถูกถอดออกหรือปรับรูปแบบอย่างไร กลไกการตรวจสอบการหยุดยิงที่จะกำหนดว่าความไว้ใจจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ และสัญญาณจากอิสราเอลว่าจะยืดหยุ่นหรือยืนหยัดในเลบานอน

🔸ในส่วนกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำกลยุทธ์ Barbell คือถือหุ้นกลุ่ม Risk-On ระยะสั้นไว้ก่อน ควบคู่กับการ Hedge ด้วยกลุ่มพลังงานสะอาดสำหรับกรณียืดเยื้อ

🔸ในกรณีที่สงครามจบเร็ว และราคาน้ำมัน Brent อาจลดลงในระดับ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มสายการบิน (AAV, THAI, BA) สนามบิน (AOT) ท่องเที่ยวและโรงแรม (CENTEL, ERW, MINT) โรงพยาบาล (BH, BDMS, PR9) และอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, HANA, KCE)

🔸ในกรณีกลาง คือการที่ราคาน้ำมันยังคงทรงตัวสูง ทำให้เงินเฟ้อจะฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ กลุ่มที่มีอำนาจกำหนดราคาและส่งผ่านต้นทุนได้จะอยู่ได้ดีกว่า ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC, TRUE) การแพทย์ (BDMS, BH, CHG, BCH) และพาณิชย์ (CPALL, CPAXT, BJC, CPN, CRC)

🔸ในกรณีที่ความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 6 เดือน หากน้ำมันพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์อย่างถาวรจนกลายเป็น New Normal โครงสร้างพลังงานโลกจะเปลี่ยน กลุ่มที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างคือพลังงานสะอาด (GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL) นิคมอุตสาหกรรม EV (WHA, AMATA) รวมถึง PTTEP และทองคำสำหรับการประกันความเสี่ยง

🔸การหยุดยิง 2 สัปดาห์คือสัญญาณบวก แต่ยังไม่ใช่จุดจบของเรื่อง ข้อเสนออิหร่าน 10 ข้อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่จุดอ่อนหลักยังอยู่ที่ค่าผ่านทางช่องแคบ การคว่ำบาตร และท่าทีของอิสราเอล แต่หากการเจรจาที่อิสลามาบัดไปได้ดี ตลาดจะมีโอกาส Upside ได้อีกมาก

#InnovestXResearch

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

📌 วิเคราะห์ข้อเสนออิหร่าน 10 ข้อ สู่โต๊ะเจรจาอิสลามาบัด | Café Invest