Café Invest
Markets

💴เยนอ่อนสู่ 165: สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้และต้องเตรียมตัว

💴เยนอ่อนสู่ 165: สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้และต้องเตรียมตัว
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักวิจัย โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับมุมมองต่อเงินเยนญี่ปุ่นให้อ่อนค่าลงมากขึ้น โดยคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-เยน (USD/JPY) จะแตะระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์ในกรอบ 12 เดือนข้างหน้า จากเดิมที่ 155 พร้อมปรับแนวโน้มระยะสั้นเป็น 162 ในสามเดือน และ 163 ในหกเดือน ปัจจุบันเงินเยนซื้อขายอยู่ราว 162 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1986

  • คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยจึงไม่ใช่แค่ "เยนจะอ่อนต่อไหม" แต่คือ "ถ้าเยนอ่อนต่อ เราต้องเตรียมตัวอย่างไร"
  • เหตุผลหลักที่โกลด์แมนมองเยนอ่อน มาจากความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยสำนักวิจัยมองว่าดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจาก "แรงกระแทกแฝด" (twin shocks) สองด้านที่เกิดขึ้นเฉพาะกับสหรัฐฯ คือการบูมของการลงทุนปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาวะอุปทานพลังงานตึงตัว ทั้งสองปัจจัยดันเงินเฟ้อและทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ถ่างออกนี้เองที่กดเยนให้อ่อนค่า และโกลด์แมนยังเตือนว่า แม้ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงเยน ผลก็จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

  • ในมุมมองของ InnovestX (INVX) ระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์เป็นไปได้จริง ด้วยสองเหตุผล

    1️⃣เหตุผลแรกคือ เงินเฟ้อของญี่ปุ่นน่าจะไม่เร่งตัวสูงมากนัก ส่วนหนึ่งจากมาตรการดูแลค่าครองชีพภายใต้นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanaenomics) เมื่อเงินเฟ้อไม่บีบ BOJ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย ในทางกลับกัน ตลาดยังมองว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีโอกาสยืนสูงหรือปรับขึ้นได้มากกว่า แม้ INVX เองจะเชื่อว่าเฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม แต่ตลาดค่าเงินซื้อขายบน "การรับรู้" ของส่วนต่างมากกว่าผลลัพธ์จริง ตราบใดที่ตลาดยังเชื่อว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงกว่าญี่ปุ่นชัดเจน เยนก็ยังถูกกดดัน

    2️⃣เหตุผลที่สองคือ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องจากการขาดดุลการคลังที่มากขึ้นและหนี้สาธารณะที่สูงเกิน 250% ของ GDP แต่เป็นการขึ้นที่ "ไม่ดี" เพราะสะท้อนความเสี่ยงด้านการคลัง ไม่ใช่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งในอดีตภาวะเช่นนี้มักเกิดขึ้นพร้อมกับการที่เยนอ่อนค่า

  • อย่างไรก็ดี เยนอ่อนไม่ได้มีแต่ด้านลบ จุดที่นักลงทุนมักมองข้ามคือ เยนอ่อนเป็นลมส่งท้าย (tailwind) ให้กับตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพราะบริษัทในดัชนี TOPIX มียอดขายจากต่างประเทศรวมกันราวครึ่งหนึ่ง (~50%) และในกลุ่มบริษัทส่งออกขนาดใหญ่สัดส่วนนี้ยิ่งสูงกว่านั้น เมื่อเยนอ่อน รายได้ที่เป็นสกุลต่างประเทศเมื่อแปลงกลับมาเป็นเยนจะมีมูลค่ามากขึ้นทันที

  • ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือโตโยต้า (Toyota) ที่เคยเปิดเผยว่าเยนอ่อนเพียง 1 เยน ส่งผลต่อกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีถึงหลักแสนล้านเยน นี่คือเหตุผลว่าทำไมในช่วงที่เยนอ่อน กำไรของบริษัทญี่ปุ่นและดัชนีหุ้นญี่ปุ่นจึงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดี และเป็นเหตุผลว่าทำไมนักลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นจึงต้องจับตาค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด เพราะทิศทางเยนกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลตอบแทนของพอร์ต ไม่แพ้ปัจจัยพื้นฐานของตัวบริษัทเอง

  • แล้วนักลงทุนต้องเตรียมตัวอย่างไร ประการแรก อย่าฝืนแนวโน้มหลัก แต่ให้ระวังการสะบัดกลับระยะสั้น การแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นจะพยุงเยนได้เพียงชั่วคราวและมักทำให้ตลาดผันผวนรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าทางการอาจเลิกส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า ผู้ที่ถือสถานะเยนอ่อนจึงควรควบคุมความเสี่ยงและวางแผนรับความผันผวนไว้ล่วงหน้า

  • ประการที่สอง ระวังความเสี่ยงจากการคลายตัวของกลยุทธ์ Carry Trade อธิบายง่าย ๆ กลยุทธ์นี้คือการ "กู้เงินสกุลที่ดอกเบี้ยถูกอย่างเยน แล้วนำไปลงทุนในสกุลเงินหรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อกินส่วนต่าง" ซึ่งจะได้กำไรสองทางตราบใดที่เยนยังอ่อนค่าและส่วนต่างดอกเบี้ยยังกว้าง

  • แต่จุดอันตรายคือ หากเยนพลิกกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ต้นทุนการกู้ยืมจะพุ่งขึ้นทันที บีบให้นักลงทุนต้องเทขายสินทรัพย์เพื่อปิดสถานะพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันกลยุทธ์นี้กำลังหนาแน่นมาก โดยสถานะเก็งกำไรฝั่งเยนอ่อนขึ้นสู่ระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2017 เมื่อตลาด "ทางเดียวกันหมด" ก็เปราะบางต่อการคลายตัวอย่างรุนแรงหากเกิดปัจจัยพลิกกลับ ดังบทเรียนเมื่อสิงหาคม 2024 ที่การคลาย Carry Trade ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงแรงในเวลาอันสั้น นักลงทุนไทยที่ถือสินทรัพย์เสี่ยงจึงควรตระหนักว่านี่คือความเสี่ยงเชิงระบบที่อาจลามถึงพอร์ตของเราได้

  • ประการที่สาม บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนให้เหมาะกับสถานะของตน สำหรับคนไทย เยนอ่อนทำให้เที่ยวญี่ปุ่นถูกลง แต่ในทางกลับกันทำให้ไทยแพงขึ้นในสายตานักท่องเที่ยวญี่ปุ่น และเพิ่มแรงแข่งขันด้านราคาต่อสินค้าส่งออกไทยที่ต้องแข่งกับสินค้าญี่ปุ่น ส่วนผู้ที่ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนญี่ปุ่นควรพิจารณาว่าจะป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (hedge) หรือไม่ เพราะแม้กำไรบริษัทจะดีขึ้นจากเยนอ่อน แต่หากถือแบบไม่ป้องกันความเสี่ยง ผลตอบแทนเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทก็อาจถูกลดทอนจากเยนที่อ่อนลงได้เช่นกัน

  • ประการสุดท้าย ให้ติดตามตัวแปรชี้นำอย่างใกล้ชิด ทั้งสัญญาณการแทรกแซงของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น จังหวะการประชุมและถ้อยแถลงของ BOJ ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อและท่าทีของเฟดสหรัฐฯ ทั้งนี้ พึงระลึกว่าตลาดออปชันให้น้ำหนักถึงราว 76% แล้วว่าเยนจะแตะ 165 ภายในกลางปีหน้า แปลว่าระดับนี้ถูก "รับรู้" ไปมากแล้ว การไล่เดิมพันเยนอ่อนที่ระดับนี้จึงให้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มไม่มากเมื่อเทียบกับความเสี่ยง

  • โดยสรุป INVX มองว่าเงินเยนยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าเชิงโครงสร้าง และ 165 เยนต่อดอลลาร์เป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลในกรอบหนึ่งปี แต่หัวใจสำหรับนักลงทุนไม่ใช่การทายระดับปลายทางให้แม่น หากคือการเข้าใจว่าเยนในวันนี้เป็นทั้งเข็มทิศชี้ความเสี่ยงด้านการคลังของโลกพัฒนาแล้ว เป็นลมส่งท้ายให้กำไรบริษัทญี่ปุ่น และเป็นชนวนที่อาจจุดความผันผวนให้ตลาดโลกได้ในเวลาเดียวกัน การเตรียมพร้อมรับความผันผวนระหว่างทาง จึงสำคัญกว่าการทำนายตัวเลขให้ถูกต้องเสมอ

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

💴เยนอ่อนสู่ 165: สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้และต้องเตรียมตัว | Café Invest