Café Invest
Markets

AI และการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า หนุนธีม Electrification รอบใหม่

AI และการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า หนุนธีม Electrification รอบใหม่

IEA คาดความต้องการใช้ไฟฟ้าโลกจะเพิ่มขึ้นราว 40% ภายในปี 2035 จากแรงหนุนของ AI, Data Center, EV และการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่เงินลงทุนด้าน Grid มีแนวโน้มเพิ่มจากราว $400bn ต่อปีเป็น $600bn ภายในปี 2030 และ Bloomberg Electrification Index ถูกคาดว่า EPS เติบโตเฉลี่ย 21.8% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า ด้าน INVX ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นธีม Electrification เช่น GE Vernova, Siemens Energy, Eaton, Vertiv และ Schneider Electric

1. ความต้องการใช้ไฟฟ้าโลกกำลังเข้าสู่รอบเร่งตัว

Bloomberg Intelligence มองว่าแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตเร็วขึ้นอย่างชัดเจน โดย IEA คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 40% ภายในปี 2035 หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยราว 3.5% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2.8% ในทศวรรษที่ผ่านมา

แรงขับเคลื่อนสำคัญไม่ได้มาจากภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI, รถยนต์ไฟฟ้า ระบบทำความร้อนด้วยไฟฟ้า การใช้เครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมาใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยจีนมีแนวโน้มคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้ไฟฟ้าโลก ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงสหรัฐฯ และยุโรป จะเป็นแหล่งการเติบโตสำคัญส่วนที่เหลือ

2. AI และ Data Center กลายเป็นแหล่งความต้องการไฟฟ้าใหม่

ศูนย์ข้อมูลกำลังกลายเป็นหนึ่งในแหล่งใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุด จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก โดย IEA คาดว่าการใช้ไฟฟ้าของ Data Center จะมากกว่าเท่าตัวเป็นประมาณ 945 TWh ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็นราว 1,150–1,200 TWh ภายในปี 2035

แนวโน้มดังกล่าวทำให้ข้อจำกัดด้านพลังงานกลายเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญของการสร้าง Data Center รุ่นใหม่ ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบจ่ายไฟ หม้อแปลง ระบบสำรองไฟ ระบบบริหารพลังงาน และระบบระบายความร้อนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน ความต้องการไฟฟ้าจากรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มจากประมาณ 250 TWh ในปีก่อน เป็นประมาณ 1,700 TWh ภายในปี 2035 หรือมากกว่า 6 เท่า สะท้อนว่าการเติบโตของความต้องการไฟฟ้ามีฐานที่กว้างกว่ากระแส AI เพียงอย่างเดียว

3. โครงข่ายไฟฟ้าเก่า หนุนรอบลงทุนระยะยาว

อีกปัจจัยสำคัญคือโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศพัฒนาแล้วมีอายุค่อนข้างมาก โดยประมาณ 50% ของระบบ Grid ในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปมีอายุมากกว่า 20 ปี ขณะที่การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนยังทำให้ต้องส่งไฟฟ้าจากแหล่งผลิตไปยังพื้นที่ใช้ไฟฟ้าในระยะทางไกลขึ้น

IEA ประเมินว่าทั่วโลกจำเป็นต้องสร้างหรือปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าราว 25 ล้านกิโลเมตรภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 55 ล้านกิโลเมตรภายในปี 2035 ส่งผลให้เงินลงทุนด้าน Grid ต่อปีอาจต้องเพิ่มจากประมาณ $400bn ในปัจจุบันเป็น $600bn ภายในปี 2030 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 8.4% ต่อปี

ระดับการลงทุนดังกล่าวสูงกว่าการเติบโตของงบลงทุนของบริษัทสาธารณูปโภคในช่วง 4 ปีข้างหน้าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 5% ต่อปี สะท้อนว่ายังมีช่องว่างการลงทุนอีกมาก และอาจนำไปสู่รอบการลงทุนระยะหลายปีในหม้อแปลง สายส่ง สถานีไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบบริหาร Grid แบบดิจิทัล

4. แนวโน้มกำไรของกลุ่ม Electrification ยังแข็งแกร่ง

Bloomberg Electrification Index หรือ BELECT มีแนวโน้มกำไรที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับธีมการลงทุนอื่น โดยตลาดคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 21.8% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า สูงกว่าเทคโนโลยีที่ประมาณ 21% และกลุ่ม AI และกลาโหมที่ประมาณ 19%

การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มเฉลี่ย 11% ต่อปีในช่วงปี 2026–2028 พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ขยายตัวประมาณ 320 จุดฐาน ขณะที่เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกในธีม Electrification อาจสูงกว่า $10tn ในช่วงปี 2026–2030 หากระดับการลงทุนปัจจุบันดำเนินต่อไป

จุดที่สนับสนุนมุมมองเชิงบวกเพิ่มเติมคือประมาณการกำไรล่วงหน้าของดัชนีถูกปรับขึ้นเกือบ 14% ตั้งแต่ต้นปี และประมาณ 83% ของหุ้นในดัชนีได้รับการปรับประมาณการกำไรขึ้น สะท้อนว่าการปรับดีขึ้นไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะหุ้นไม่กี่ราย

5. Valuation กลับมาน่าสนใจขึ้นหลังปรับฐาน

ดัชนี BELECT ปรับตัวลงประมาณ 20% จากช่วงปลายเดือน พ.ค. ส่งผลให้ Forward P/E ลดลงมาอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 18.4 เท่า และสูงกว่า MSCI World เพียงประมาณ 2% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยส่วนเพิ่มในอดีตที่ประมาณ 4%

ระดับ Valuation ปัจจุบันจึงดูไม่แพงมากเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรที่ประมาณ 21.8% ต่อปี ขณะที่ PEG Ratio ของดัชนีอยู่ที่ประมาณ 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่ากลางของกลุ่มธีมการลงทุนที่มีลักษณะใกล้เคียงกันที่ประมาณ 1.5 เท่า

อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรระวังว่าการเติบโตของกำไรบางส่วนยังกระจุกตัวในหุ้นจำนวนไม่มาก โดยหุ้น 10 อันดับแรกที่มีส่วนต่อการเติบโตของกำไรคิดเป็นประมาณ 45% ของการเพิ่มขึ้นทั้งหมด ขณะที่มีน้ำหนักรวมในดัชนีเพียง 8.3%

6. มุมมองของ INVX

เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อธีม Electrification ในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่ธีมที่ได้รับแรงหนุนพร้อมกันจาก AI, Data Center, การปรับปรุง Grid, รถยนต์ไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะที่การปรับฐานของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยลดความตึงตัวด้าน Valuation ลง

ในเชิงกลยุทธ์ เราให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีรายได้โดยตรงจาก Grid Equipment และ Data Center Power Infrastructure มากกว่าผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง โดยมอง GE Vernova, Siemens Energy, Eaton, Vertiv และ Schneider Electric เป็นกลุ่มที่มีโอกาสรับประโยชน์ชัดเจนจากรอบการลงทุนระบบไฟฟ้าระยะหลายปี อย่างไรก็ดี ควรติดตามความเสี่ยงจาก Valuation ของหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากแล้ว รวมถึงการกระจุกตัวของการเติบโตของกำไรในบางบริษัท

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

AI และการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า หนุนธีม Electrification รอบใหม่ | Café Invest