Café Invest
Research

ERW – ตรวจสอบ 3Q26: ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าบริษัท

ERWSET
ERW – ตรวจสอบ 3Q26: ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้าบริษัท

เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ ERW และยังคงเลือก ERW เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มท่องเที่ยว เราประเมินว่า RevPAR ของโรงแรมระดับลักชัวรีถึงระดับชั้นประหยัดจะเพิ่มขึ้น 8% YoY ในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. สูงกว่าเป้าที่บริษัทวางไว้สำหรับ 3Q26 ที่ 5% การเติบโตที่นำโดย ARR ช่วยสนับสนุน operating leverage และกำไรที่แข็งแกร่งขึ้น เราคาดว่ากำไรปกติจะเติบโตเร่งตัวขึ้นใน 3Q26 และจะทำระดับสูงสุดของปีใน 4Q26 โดยได้รับแรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวและปัจจัยกระตุ้นเพิ่มเติม อาทิ งานอีเวนต์ใหญ่ระดับโลก และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ แม้ว่าราคาหุ้น ERW ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 29% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่อุปสงค์ที่ปรับตัวดีขึ้นและแนวโน้มกำไรที่อยู่ในช่วงขาขึ้นน่าจะยังช่วยสนับสนุนราคาหุ้นต่อไป Valuation ยังอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลที่ PE ปี 2026F ระดับ 19 เท่า ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี และจะลดลงสู่ PE ปี 2027F ที่ 17 เท่า

ตรวจสอบเดือนก.ค.-ส.ค.: ผลการดำเนินงานดีกว่าเป้า เราประเมินว่า RevPAR ของพอร์ตโรงแรมระดับลักชัวรีถึงระดับชั้นประหยัดของ ERW (74% ของรายได้ใน 1H26) เพิ่มขึ้น 8% YoY ในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. สูงกว่าเป้าหมายการเติบโตใน 3Q26 ของบริษัทที่ 5% กลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรีเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดย RevPAR เติบโตราว 15% YoY หนุนจาก เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพ, เดอะ นาคาไอแลนด์ และ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ แม้ว่าจะมีการปิดห้องพักบางส่วนเพื่อปรับปรุงโรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25-30% ของจำนวนห้องพักทั้งหมดก็ตาม ขณะที่คาดว่ากลุ่มโรงแรมระดับกลางและระดับชั้นประหยัดจะมี RevPAR เติบโตเป็นเลขหลักเดียวระดับกลาง อย่างไรก็ดี โรงแรมกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มยอดจองห้องพักเดือนต.ค. ที่แข็งแกร่งขึ้น สะท้อนถึงอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับตัวดีในช่วง Golden Week โดยลูกค้าชาวจีนคิดเป็น 15% ของรายได้ห้องพักโรงแรมระดับลักชัวรีถึงระดับชั้นประหยัด ในขณะที่ HOP INN ซึ่งคิดเป็น 26% ของรายได้รวมใน 1H26 ยังคงมีผลการดำเนินงานในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ โดยคาดว่าการเติบโตของรายได้ปี 2026 จะอยู่ที่ 10% โดยประเทศไทยยังคงเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต และช่วยชดเชยผลกระทบจากการแปลงค่าเงินที่กดดันรายได้จากการดำเนินงานในฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นได้

การเติบโตที่นำโดย ARR สนับสนุน operating leverage นอกจาก RevPAR ที่เติบโตสูงกว่าเป้าแล้ว เรายังมองบวกต่อคุณภาพของการเติบโตดังกล่าว โดยประเมินว่าปัจจัยหลักคือ ARR ของกลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรีถึงระดับชั้นประหยัดจะเพิ่มขึ้น 8% YoY ในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ขณะที่อัตราการเข้าพักยังอยู่ในระดับทรงตัว โดย ARR ที่เพิ่มขึ้นจะมีต้นทุนการดำเนินงานส่วนเพิ่มที่จำกัด (กว่าการเพิ่มอัตราการเข้าพัก) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิด operating leverage และกำไรเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เมื่อใช้สมมติฐาน RevPAR ใน 3Q26 ของกลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรีถึงระดับชั้นประหยัดเติบโต 5% YoY (สอดคล้องกับเป้าของบริษัท) ถึง 7% YoY (ซึ่งสะท้อนถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในเดือนก.ค.-ส.ค. ตามด้วยการชะลอตัวตามฤดูกาลในเดือนก.ย. ซึ่งปกติเป็นเดือนที่อ่อนแอที่สุดของไตรมาส) และรวมปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงเข้ามา เราประเมินกำไรปกติของ ERW ในเบื้องต้นสำหรับ 3Q26  ได้ที่ 90-120 ลบ. คิดเป็นการเติบโต 16-55% YoY (และ 35-80% QoQ) เร่งตัวขึ้นจากการเติบโต 7% YoY ใน 2Q26

กำไรมีแนวโน้มทำจุดสูงสุดใน 4Q26 เราคาดว่ากำไรปกติของ ERW จะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดใน 2Q26 และจะทำระดับสูงสุดของปีใน 4Q26 ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ ได้แก่ ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว และปัจจัยกระตุ้นอุปสงค์เพิ่มเติม อาทิ IMF-World Bank Group Annual Meetings (12-18 ต.ค.) และงาน Tomorrowland Thailand (11-13 ธ.ค.) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เรามองว่า ERW เป็นผู้ได้รับประโยชน์รายหลักจากพอร์ตโรงแรมที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะโรงแรมระดับกลางและระดับประหยัด ซึ่งน่าจะได้รับประโยชน์จากเงินสนับสนุนค่าห้องพักในรูปแบบคงที่ของมาตรการดังกล่าว มุมมองเชิงบวกของเราสะท้อนอยู่ในประมาณการกำไรปกติปี 2026 ซึ่งสูงกว่า consensus อยู่ 4% ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 อิงวิธี DCF อยู่ที่ 4.3 บาท โดยใช้ WACC ที่ 6.5% และอัตราการเติบโตระยะยาวที่ 1.5%

ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ 1) ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทาง 2) ความไม่แน่นอนทางการเมือง และ 3) ต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร เรามองว่าความเสี่ยง ESG คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ (E)