เยอรมนีเตรียมเพิ่มคำสั่งซื้อรถเกราะ Boxer สำหรับการใช้งานเฉพาะทาง แต่ดีลขนาดใหญ่กว่า €12bn ยังมีความเสี่ยงเลื่อนออกไป ขณะที่ฝั่งอวกาศมีความคืบหน้าชัดเจนกว่า หลัง Airbus และ Thales Alenia Space ได้รับงานอย่างน้อย 66 ดาวเทียมในโครงการ IRIS² และ Thales–Leonardo ได้คำสั่งซื้อราว €500mn สำหรับอุปกรณ์ภารกิจของดาวเทียม 330 ดวง เราจึงมีมุมมองเชิงบวกต่อ Airbus, Thales และ Leonardo มากกว่า Rheinmetall ในระยะสั้น จากความชัดเจนของ Backlog และรายได้ ขณะที่ Rheinmetall ยังเผชิญความเสี่ยงด้านจังหวะการอนุมัติคำสั่งซื้อ อย่างไรก็ดี ภาพระยะกลางถึงยาวของกลุ่มกลาโหมยุโรปยังเป็นบวกจากแนวโน้มเพิ่มงบด้านความมั่นคง โดยหากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายและราคาหุ้นกลุ่มกลาโหมปรับฐาน เรามองเป็นจังหวะทยอยสะสมมากกว่าการเปลี่ยนมุมมองเชิงโครงสร้าง
Airbus–Thales–Leonardo รับงานอวกาศใหม่ ขณะ Rheinmetall รอดีล Boxer

1) เยอรมนีเพิ่มคำสั่งซื้อ Boxer แต่ยังเป็นเพียงล็อตเฉพาะทาง
รัฐบาลเยอรมนีมีแผนจัดซื้อรถเกราะ Boxer เพิ่มเติมสำหรับการใช้งานเฉพาะทาง ได้แก่ รถสำหรับฝึกขับและรถพยาบาลหุ้มเกราะ โดยสัญญาที่ทำไว้กับ Rheinmetall และ KNDS เปิดทางให้จัดซื้อได้สูงสุด 100 คันสำหรับรถฝึกขับ และ 150 คันสำหรับรถพยาบาลหุ้มเกราะ อย่างไรก็ดี เอกสารของกระทรวงกลาโหมยังไม่ได้ระบุจำนวนที่จะจัดซื้อจริง
ประเด็นสำคัญคือคำสั่งซื้อดังกล่าวยังไม่ใช่ดีลขนาดใหญ่ที่ตลาดจับตา โดย Rheinmetall เคยคาดหวังว่ารัฐสภาเยอรมนีจะอนุมัติชุดคำสั่งซื้อ Boxer มูลค่ามากกว่า €12bn ภายใต้โครงการ Arminius แต่แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อของกระทรวงกลาโหมระบุว่า คำสั่งซื้อขนาดใหญ่นี้มีแนวโน้มยังไม่ได้รับอนุมัติภายในสิ้นปี 2026
2) ความล่าช้าของดีลใหญ่เป็นจุดกดดันระยะสั้นต่อ Rheinmetall
สำหรับ Rheinmetall ข่าวดังกล่าวจึงมีลักษณะผสม แม้บริษัทจะยังได้รับประโยชน์จากการเพิ่มงบกลาโหมของเยอรมนีและมีคำสั่งซื้อ Boxer เพิ่มเติม แต่ขนาดของคำสั่งซื้อระยะสั้นยังต่ำกว่าดีลหลักที่บริษัทและตลาดให้ความสำคัญ
ความล่าช้ายังมีนัยต่อการประเมินมูลค่าของธุรกิจกลาโหม เนื่องจาก Rheinmetall ได้ลงทุน €270mn เพื่อขยายกำลังการผลิต Boxer และโดรนในเยอรมนี ขณะที่สำหรับ KNDS สัญญา Boxer ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการประเมินมูลค่าบริษัทก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน
ดังนั้น ความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่ที่แนวโน้มความต้องการอาวุธของยุโรปอ่อนตัว แต่เป็นเรื่องของ จังหวะการอนุมัติคำสั่งซื้อ ซึ่งอาจทำให้การเพิ่ม Backlog และการรับรู้รายได้ช้ากว่าที่ตลาดคาด
3) ฝั่งอวกาศชัดเจนกว่า หลัง Airbus และ Thales ได้งาน IRIS²
ในทางตรงกันข้าม ฝั่งธุรกิจอวกาศมีความคืบหน้าที่ชัดเจนกว่า โดย Airbus Defence and Space ได้ลงนามสัญญาเบื้องต้นเพื่อออกแบบและผลิตดาวเทียมชุดแรกสำหรับโครงการ IRIS² ซึ่งเป็นโครงข่ายดาวเทียมของยุโรปที่มีเป้าหมายสร้างระบบสื่อสารที่ปลอดภัยสำหรับภาครัฐและภาคธุรกิจ
Airbus และ Thales Alenia Space จะรับผิดชอบดาวเทียมวงโคจรต่ำอย่างน้อย 66 ดวง ซึ่งมีกำหนดส่งมอบในปี 2029 โดย Airbus จะผลิตโครงสร้างดาวเทียมและทำการประกอบขั้นสุดท้าย ขณะที่ Thales Alenia Space จะจัดหาอุปกรณ์ภารกิจของดาวเทียม แม้ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าสัญญา
ดีลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ายุโรปกำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาระบบสื่อสารจากภายนอก โดยเฉพาะในด้านความมั่นคง การสื่อสารของรัฐบาล และงานด้านกลาโหม
4) Thales–Leonardo ได้คำสั่งซื้อ €500mn หนุนรายได้ระยะยาว
นอกจากนี้ Thales Alenia Space ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง Thales และ Leonardo ยังได้รับคำสั่งซื้อมูลค่าประมาณ €500mn หรือ $582mn จาก Eutelsat สำหรับการผลิตอุปกรณ์ภารกิจของดาวเทียมวงโคจรต่ำจำนวน 330 ดวง
โครงการดังกล่าวจะรองรับบริการสื่อสารที่ปลอดภัยสำหรับหน่วยงานภาครัฐ งานป้องกันภัยพลเรือน หน่วยงานฉุกเฉิน ความมั่นคงและกลาโหม รวมถึงบริการเชิงพาณิชย์ โดยดาวเทียมชุดแรกจำนวน 66 ดวงมีกำหนดเริ่มปล่อยในปี 2029
จุดสำคัญคือดีลนี้มีทั้งมูลค่าสัญญาและจำนวนดาวเทียมที่ชัดเจน ทำให้มองเห็นรายได้และ Backlog ได้มากกว่าฝั่งคำสั่งซื้อ Boxer ของเยอรมนีในปัจจุบัน
5) มุมมองของ INVX
รามีมุมมอง เชิงบวกต่อ Airbus, Thales และ Leonardo มากกว่า Rheinmetall ในระยะสั้น เนื่องจากบริษัทกลุ่มแรกได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อด้านอวกาศที่มีความชัดเจนมากกว่า และเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงการยุทธศาสตร์ของยุโรป โดยเฉพาะ Thales และ Leonardo ที่ได้ประโยชน์จากคำสั่งซื้อมูลค่า €500mn ผ่าน Thales Alenia Space ขณะที่ Airbus มีแรงหนุนจากทั้งโครงการ IRIS² และคำสั่งซื้อดาวเทียมเพิ่มเติม ซึ่งช่วยเพิ่มความชัดเจนของ Backlog และรายได้ในระยะกลาง
ในทางกลับกัน Rheinmetall ยังมีความเสี่ยงด้านจังหวะของการรับรู้คำสั่งซื้อในระยะสั้น เนื่องจากดีล Boxer ขนาดมากกว่า €12bn อาจถูกเลื่อนออกไป ส่งผลให้ความคาดหวังของตลาดต่อการเพิ่มขึ้นของ Backlog อาจนำหน้าความคืบหน้าของการอนุมัติคำสั่งซื้อจริง แม้แนวโน้มพื้นฐานจากการเพิ่มงบกลาโหมของเยอรมนียังคงเป็นบวกในระยะกลางถึงยาว
สำหรับภาพรวมกลุ่มกลาโหม เราประเมินว่า Sentiment ระยะสั้นยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยเพิ่มความต้องการถือหุ้นกลุ่มกลาโหมในฐานะธีมเชิงภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายลง อาจเห็นแรงขายทำกำไรและการปรับฐานของราคาหุ้นในกลุ่ม ซึ่งเรามองว่าเป็น จังหวะทยอยสะสมมากกว่าการเปลี่ยนมุมมองเชิงโครงสร้าง เนื่องจากแนวโน้มการเพิ่มงบกลาโหมของยุโรปและการลงทุนด้านความมั่นคงยังเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการของกลุ่มในระยะยาว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

