ภาพรวมการบริโภคยุโรปใน 3Q26 ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดย Carrefour มียอดขายดีกว่าคาดแต่ปรับลดเป้าหมายกำไรจากผลกระทบความไม่สงบในฝรั่งเศส ขณะที่ Adidas รายงานกำไรดีกว่าคาดจากยอดขายสินค้าเต็มราคาและเงินคืนภาษีนำเข้า ส่วน Ferragamo ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อจีนและยอดขายสินค้าหรูที่ชะลอตัว สะท้อนว่าความแข็งแกร่งของแบรนด์และอำนาจกำหนดราคาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษากำไรท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบาง โดยเรายังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ Hermès (RMS FP) และ Richemont (CFR SW) ซึ่งมีฐานลูกค้ามั่งคั่งและมีแนวโน้มรับมือกับความผันผวนของกำลังซื้อได้ดีกว่าแบรนด์ที่พึ่งพาผู้บริโภคระดับกลาง
EU Consumption: การบริโภคยุโรปฟื้นไม่ทั่วถึง เน้นหุ้นที่รักษากำไรได้

EU Consumption: การบริโภคยุโรปฟื้นไม่ทั่วถึง เน้นหุ้นที่รักษากำไรได้
1. ภาพรวมการบริโภคยุโรป: กำลังซื้อยังเปราะบาง แต่ผลประกอบการแตกต่างกันตามกลุ่มสินค้า
· ภาพรวมการบริโภคยุโรปใน 3Q26 สะท้อนการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มค้าปลีกอาหารยังเติบโตจากความต้องการสินค้าจำเป็น ขณะที่สินค้าแฟชั่นและสินค้าฟุ่มเฟือยเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ ต้นทุนพลังงาน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ โดยเฉพาะฝรั่งเศสซึ่งได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการประท้วงและความไม่สงบทางสังคม
· ผลประกอบการบริษัทสำคัญสะท้อนความแตกต่างดังกล่าว โดย Carrefour มียอดขายเติบโตแต่ปรับลดเป้าหมายกำไร ขณะที่ Adidas รายงานยอดขายและกำไรดีกว่าคาด ส่วน Ferragamo ยังคงเผชิญการชะลอตัวของตลาดสินค้าหรู โดยเฉพาะจีน สะท้อนว่าการเติบโตของบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการรักษาราคาขาย
2. Carrefour: ยอดขาย 3Q26 ดีกว่าคาด แต่ความไม่สงบในฝรั่งเศสกดดันกำไร 4Q26
· Carrefour (CA FP) รายงานยอดขาย 3Q26 ที่ €22.69 พันล้าน สูงกว่าตลาดคาดที่ €22.58 พันล้าน ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 2.3% สูงกว่าคาดที่ 2.1% โดยฝรั่งเศสเติบโต 1.2% สเปน 2.1% และเบลเยียม 2.3% สะท้อนความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังขยายตัว โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กและช่องทางออนไลน์ ซึ่งยอดขายออนไลน์ของกลุ่มเพิ่มขึ้น 18%
· อย่างไรก็ตาม บริษัทปรับลดแนวโน้มกำไรปี 2026 หลังเหตุประท้วงในฝรั่งเศสส่งผลกระทบต่อร้านค้าประมาณ 50 แห่ง และทำให้จำนวนลูกค้าและชั่วโมงเปิดทำการลดลง พร้อมเพิ่มต้นทุนรักษาความปลอดภัยและขนส่ง โดยประเมินความเสี่ยงต่อกำไรดำเนินงานราว €80–200 ล้าน ส่งผลให้ปรับเป้าหมายการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรจากเดิมมากกว่า 0.25 จุด% เหลือ 0–0.15 จุด% และลดคาดการณ์การเติบโตของ EPS จากระดับสูงเกือบ 10% เหลือทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ ผู้บริหารระบุว่าผลกระทบจำกัดอยู่ในฝรั่งเศส และยังคงเป้าหมายระยะกลางปี 2028–2030
3. Adidas: ผลประกอบการดีกว่าคาด จากยอดขายราคาเต็มและเงินคืนภาษีนำเข้า
· Adidas (ADS GR) รายงานผลประกอบการเบื้องต้น 3Q26 แข็งแกร่ง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 9% YoY สู่ €7.25 พันล้าน สูงกว่าคาดที่ประมาณ €7.12 พันล้าน ขณะที่กำไรดำเนินงานเพิ่มขึ้น 37% YoY สู่ €1.01 พันล้าน สูงกว่าคาดที่ €778 ล้าน และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.5 จุด% สู่ 54.3% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสินค้าราคาเต็มที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรองเท้าวิ่ง ฟุตบอล และชุดกีฬา รวมถึงเงินคืนภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ประมาณ €200 ล้าน
· บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรดำเนินงานปี 2026 จาก €2.3 พันล้าน เป็น €2.5 พันล้าน สูงกว่าตลาดคาดที่ €2.4 พันล้าน พร้อมคงเป้าหมายรายได้เติบโต 9–10% เมื่อไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม กำไรส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากเงินคืนภาษีซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ โดยกำไรดำเนินงาน 3Q26 หากไม่รวมรายการดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ €808 ล้าน จึงสะท้อนว่าธุรกิจหลักยังเติบโต แต่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าตัวเลขกำไรที่รายงาน ทั้งนี้ บริษัทเตรียมนำเงิน €100 ล้านกลับไปลงทุนใน 4Q26 เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพและการเติบโตในปี 2027
4. Ferragamo: ยอดขายชะลอจากจีน สะท้อนการฟื้นตัวของสินค้าหรูยังเปราะบาง
· Ferragamo (SFER IM) รายงานรายได้ 3Q26 ที่ €207 ล้าน ลดลง 3.5% YoY เมื่อไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน สอดคล้องตลาดคาด ขณะที่รายได้ 9M26 อยู่ที่ €675 ล้าน ลดลง 2.8% YoY โดยจุดอ่อนสำคัญมาจากเอเชียแปซิฟิก ซึ่งยอดขาย 3Q26 ลดลง 11.1% จากกำลังซื้อจีนที่ยังอ่อนแอ รวมถึงการปรับลดช่องทางค้าส่ง ขณะที่ยุโรปลดลง 5.2% แต่ดีกว่าคาด และอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 2.4%
· ด้านกลุ่มสินค้า รองเท้าลดลงประมาณ 4% และเครื่องหนังลดลง 5% ใน 3Q26 สะท้อนการฟื้นตัวของสินค้าหรูที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้บริโภคจีนกลุ่มรายได้สูงระดับกลางที่ลดการใช้จ่าย ขณะที่กลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสูงยังมีความต้องการค่อนข้างแข็งแกร่ง ผู้บริหารระบุว่าการปรับโครงสร้างช่องทางค้าส่งอาจยังกดดันรายได้ถึง 1H27 ก่อนเริ่มมีเสถียรภาพใน 2H27 พร้อมเตรียมลดจำนวนร้านค้าในเมืองรองของจีนและหันมาเน้นลูกค้าระดับบนมากขึ้น สะท้อนความแตกต่างระหว่างแบรนด์สินค้าหรูที่พึ่งพาผู้บริโภคระดับกลางกับแบรนด์ระดับสูงที่มีฐานลูกค้ามั่งคั่ง
5.มุมมอง InnovestX: เลือกหุ้นที่รักษาอำนาจกำหนดราคาและกำไรได้
เรามองว่าการบริโภคยุโรปใน 4Q26 ยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และความไม่สงบในฝรั่งเศส โดยกลุ่มค้าปลีกอาหารมีความยืดหยุ่นด้านยอดขายมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ยังเสี่ยงต่อแรงกดดันด้านต้นทุน ขณะที่กลุ่มกีฬาและสินค้าแฟชั่นต้องพิจารณาความสามารถในการจำหน่ายสินค้าเต็มราคา ส่วนสินค้าหรูยังมีความแตกต่างตามฐานลูกค้าและการพึ่งพาจีน เราจึงยังมองบวกต่อพวก Hermès (RMS FP) และ Richemont (CFR SW) หลังมองว่าธุรกิจสินค้าหรูระดับสูงที่มีกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งและอำนาจกำหนดราคาแข็งแกร่ง มีแนวโน้มรับมือกับความผันผวนของการบริโภคได้ดีกว่าแบรนด์ที่พึ่งพาลูกค้าระดับกลาง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบจากตลาดจีนและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

