1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ บวกต่อรับน้ำมันย่อลง แต่ Yield สูงยังจำกัด Upside ก่อนสัปดาห์งบ–เงินเฟ้อ
2. จับตา CPI สหรัฐฯ วันพุธนี้ ตลาดคาดเงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้น แต่คาด Core CPI ชะลอตัว
3. หุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ฤดูประกาศงบ เริ่มจากธนาคารใหญ่ ตลาดจับตากำไรจริงรองรับ Valuation และ AI Capex
4. ทรัมป์ประกาศหยุดยิงโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรัสเซีย–ยูเครน กด Brent ลง แต่ยังต้องรอทั้งสองฝ่ายยืนยันข้อตกลง
5. เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านเรื่อง Hormuz ยังติดขัด เพิ่มความเสี่ยงน้ำมันผันผวนและเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว
6. SET เผชิญแรงขายและปิดลบก่อนวันหยุด DELTA–กลุ่มโรงกลั่นกดดัน ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์บวกสวนตลาดจากน้ำท่วมคลี่คลาย
🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 12 ตุลาคม 2026
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น โดย Dow และ S&P 500 บวกราว 0.3% ส่วน Nasdaq 100 +0.2% ต่อเนื่องจากตลาดที่ปรับขึ้นเมื่อวันศุกร์และทำสถิติบวกติดต่อกัน 4 สัปดาห์ แรงหนุนมาจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวหลังข่าวหยุดยิงรัสเซีย–ยูเครน อย่างไรก็ดี UST 10Y ยังอยู่ใกล้ 5.24% ระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ทำให้ Valuation หุ้นเติบโตยังถูกกดดัน โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับตัวเลขเงินเฟ้อและงบบริษัทใหญ่เพื่อประเมินทิศทางถัดไป โดยเฉพาะหุ้น Growth ที่อ่อนไหวต่อ Yield
2. สหรัฐฯ เตรียมรายงาน CPI เดือน ก.ย. ในวันพุธ โดยตลาดคาดเงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้นสู่ 3.7% ขณะที่ Core CPI ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานอาจชะลอสู่ 2.5% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ยังสูง แต่เงินเฟ้อพื้นฐานมีสัญญาณผ่อนคลาย ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เพียงราว 18% หาก CPI สูงกว่าคาดอาจทำให้ตลาดกลับมากังวลการคุมเข้มนโยบาย หนุนดอลลาร์และ Bond Yield ขณะที่ตัวเลขต่ำกว่าคาดจะช่วยประคองสินทรัพย์เสี่ยง ระวังความเสี่ยงจาก Yield สูง
3. ธนาคารใหญ่สหรัฐฯ จะเริ่มรายงานงบ 3Q26 ตั้งแต่วันอังคาร และ 70% ของบริษัทใน S&P 500 จะประกาศงบภายในเดือน ต.ค. นักวิเคราะห์คาดกำไรต่อหุ้นเฉลี่ยของตลาดเติบโตราว 30% โดยมากกว่าครึ่งของการเพิ่มขึ้นมาจากบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ตลาดจึงจับตาทั้งคุณภาพสินเชื่อและความสามารถของธุรกิจเทคฯ ในการเปลี่ยนเงินลงทุนเป็นรายได้และกำไร หากผลประกอบการต่ำกว่าคาดอาจกดดันหุ้นที่ซื้อขายบน Valuation สูง โดยเฉพาะหุ้น Growth ราคาแพง
4. ราคา Brent Futures เดือน ธ.ค. ลดลงราว 1.8% สู่ $102.84/บาร์เรล หลังทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน และเสนอแนวทางเพิ่มการส่งออกดีเซลรัสเซีย ช่วยลดความกังวลอุปทานเชื้อเพลิง อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังไม่ยืนยันข้อตกลง ขณะที่มีรายงานการโจมตีโรงกลั่นและระบบไฟฟ้าต่อเนื่อง อีกทั้งกำลังผลิตดีเซลรัสเซียยังมีข้อจำกัด จึงมองการลดลงของราคาน้ำมันเป็นการคลายกังวลระยะสั้น มากกว่าสัญญาณว่า Supply ฟื้นตัวแล้ว
5. อิหร่านระบุว่าคำตอบของสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอเปิดช่องแคบ Hormuz ยังไม่เพียงพอ และชะลอการเจรจาผ่านกาตาร์จนกว่าจะได้ข้อสรุปเงื่อนไขที่ค้างอยู่ ขณะเดียวกันมีรายงานเหตุโจมตีรุนแรงที่สนามบินในกรุงริยาด เพิ่มความเสี่ยงความขัดแย้งลุกลาม โดยก่อนสงคราม Hormuz เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและ LNG ราวหนึ่งในห้าของโลก หากการเดินเรือยังติดขัดอาจทำให้ราคาพลังงานกลับมาสูงและกดดันเงินเฟ้อ จึงยังต้องระวังความผันผวนของน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยง และติดตามความเสี่ยง Supply
6. SET Index ปิดที่ 1,571.74 จุด (-5.91 จุด / -0.37%) มูลค่าซื้อขาย 5.6 หมื่นลบ. คาดถูกขายลดความเสี่ยงก่อนวันหยุด โดยกลุ่มปิโตรฯ อิเล็กทรอนิกส์ และ REITs ปรับลง นำโดย DELTA จากข่าวไต่สวนสิทธิบัตร AI Server ขณะที่โรงกลั่นถูกกดดันจากข่าวเพิ่มส่งออกดีเซลรัสเซีย ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์ ธนาคาร และการแพทย์ปรับขึ้น โดย MTC–SAWAD ฟื้นตามสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายสู่ภาวะปกติ หนุนความต้องการสินเชื่อ ภาพนี้สะท้อนว่าตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่และแรงซื้อจำกัดเฉพาะกลุ่ม
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b