1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวได้ แต่ความกังวลหนี้ลงทุน AI ยังจำกัดการฟื้นตัวของตลาด
2. งบ Meta–Tesla สัปดาห์นี้เป็นบททดสอบ AI Trade ตลาดจับตารายได้จริงและความคุ้มค่าการลงทุน
3. น้ำมันร่วงหลังสหรัฐฯ ผ่อนคว่ำบาตรรัสเซีย เพิ่มโอกาสอุปทานฟื้นแต่ตะวันออกกลางยังเสี่ยง
4. ราคาหุ้น CXMT ร่วงแม้คาดรายได้โตเกิน 8 เท่า สะท้อนตลาดตั้งความหวังสูงต่อธุรกิจชิปหน่วยความจำ AI
5. GDP จีน 3Q26 โตดีกว่าคาดจากภาคการส่งออกและ AI ช่วยพยุงเศรษฐกิจ แต่ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ
6. SET ปิดลบเล็กน้อยหลังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ หุ้นไฟแนนซ์–ยางพยุงดัชนี ด้านโรงกลั่นถูกกดดันจากความเสี่ยงลดค่าการกลั่น
🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 19 ตุลาคม 2026
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น โดย Dow +0.4%, S&P 500 +0.7% และ Nasdaq 100 +1.3% หลังตลาดหุ้นปรับลงเมื่อวันศุกร์จากความกังวลความยั่งยืนของการลงทุน AI โดยเฉพาะการระดมทุนผ่านหนี้และหุ้นจำนวนมากเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่รายได้ของ Anthropic แม้เติบโตสูงแต่เริ่มชะลอเมื่อเทียบไตรมาสก่อน สะท้อนว่าตลาดยังไม่คลายกังวลเรื่องผลตอบแทนจากเงินลงทุน การฟื้นตัวจึงอาจเป็นเพียงแรงซื้อกลับระยะสั้น และยังควรระวังหุ้นเทคฯ ที่พึ่งพาเงินทุนภายนอกสูงในระยะนี้
2. ตลาดจับตางบหุ้นเทคฯ รายใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดย Meta และ Tesla มีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดวันพุธ Meta เพิ่งเปิดตัวโมเดล AI ชื่อ Muse ซึ่งได้รับความสนใจสูงและขยายไปสู่เครื่องมือสำหรับธุรกิจและงานเขียนโค้ด ขณะที่ Tesla อยู่ในกระแสข่าวการสาธิตรถรุ่นใหม่ อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความกังวลการใช้เงินลงทุน AI นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับแนวโน้มรายได้ กำไร และแผนลงทุนมากกว่าข่าวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจกำหนดทิศทางหุ้น Growth ในระยะสั้นในช่วงนี้
3. ราคาน้ำมัน Brent ลดลง 2.6% สู่ 106.97 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ลดลง 2.0% สู่ 99.36 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ลงนามระงับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย พร้อมยกเว้นภาษีที่เสนอเก็บประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรัสเซีย ช่วยเพิ่มความคาดหวังว่าอุปทานโลกจะผ่อนคลาย หลังราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 5% ในสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางยังไม่หมดไป จึงมองราคาน้ำมันอาจผันผวนตามความคืบหน้าด้านนโยบายและอุปทานจริง ขณะที่น้ำมันลดลงช่วยคลายแรงกดดันเงินเฟ้อบางส่วน
4. CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจีนคาดรายได้ช่วง 9 เดือนแรกปี 2026 อยู่ที่ 2.65–2.70 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่าจากปีก่อน ตามความต้องการชิปสำหรับ AI และราคาขายที่สูงขึ้น พร้อมคาดพลิกเป็นกำไร 1.31–1.325 แสนล้านหยวน จากขาดทุนปีก่อน แต่ราคาหุ้นกลับปรับลง สะท้อนว่าความคาดหวังต่อการเติบโตของหุ้นชิปอยู่ในระดับสูงมาก แม้กำไรแข็งแกร่งก็อาจไม่เพียงพอหนุนราคา จึงควรติดตามความต่อเนื่องของราคาชิปและความเสี่ยงการแข่งขัน มากกว่าดูอัตราเติบโตเพียงอย่างเดียว
5. เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ปี 2026 ขยายตัว 4.5% YoY สูงกว่าคาดที่ 4.4% และเร่งขึ้นจาก 4.3% ในไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ GDP รายไตรมาสโต 1.2% QoQ สูงกว่าคาดที่ 1.1% ทำให้การเติบโต 9 เดือนแรกอยู่ที่ 4.6% ใกล้กรอบเป้าหมาย 4.5–5.0% ตัวเลขช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อภาคการผลิตและเทคโนโลยีจีน แต่การฟื้นตัวที่พึ่งพาภาคส่งออกยังอ่อนไหวต่อความเสี่ยงการค้า จึงควรติดตามแรงส่งจากอุปสงค์ในประเทศเพื่อประเมินความยั่งยืน
6. SET Index ปิดที่ 1,571.72 จุด (-1.29 จุด / -0.08%) มูลค่าซื้อขาย 6.3 หมื่นลบ. ตลาดแกว่งในกรอบแคบจากการขาดปัจจัยหนุนใหม่และกระแสเงินทุนไม่ชัดเจน กลุ่มเกษตร ไฟแนนซ์ ยานยนต์ และธนาคารปรับขึ้น โดย SAWAD–MTC ได้แรงหนุนจาก Bond Yield ที่ลดลง ขณะที่หุ้นยาง STA–STGT ฟื้นตามราคายาง ส่วนปิโตรเคมี รับเหมาฯ บรรจุภัณฑ์ และอสังหาฯ อ่อนตัว โดย TOP–SPRC ถูกกดดันจากความเสี่ยงภาครัฐลดค่าการกลั่นเพิ่มเติม สะท้อนตลาดยังเลือกลงทุนเฉพาะกลุ่มและขาดแรงส่งใหม่
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b