Café Invest
Markets

Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 29 ต.ค. 2026

Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 29 ต.ค. 2026

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ แกว่งผสม Nasdaq ร่วงกว่า 1% หลังงบ Big Tech เริ่มทยอยรายงาน สะท้อนภาพตลาดเริ่มคัดหุ้น AI

2. Warsh เตือนดอกเบี้ยสูงอาจกระทบการลงทุน AI แม้คาดหวังผลตอบแทนสูง แต่ต้นทุนเงินทุนเริ่มเป็นความเสี่ยง

3. Alphabet หุ้นร่วงหนักหลังงบต่ำกว่าคาด แม้ Cloud โตแรง ตลาดกังวลเงินลงทุน AI กดดันกระแสเงินสด

4. Microsoft งบดีกว่าคาดจาก Azure โต 48% ช่วยยืนยันรายได้ AI แต่ยังไม่พอพลิก Sentiment หุ้นเทคฯ

5. Samsung รายงานกำไรทำจุดสูงสุดใหม่แต่หุ้นร่วง หลังธุรกิจชิปโตต่ำกว่าคาด แม้หน่วยความจำ AI ยังขาดแคลนต่อเนื่อง

6. SET ปิดตลาด -1.37% จากแรงขายกลุ่มพลังงาน–DELTA รับความกังวลนโยบายราคาน้ำมันและเงินทุนต่างชาติไหลออก

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 29 ตุลาคม 2026

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผสม โดย Nasdaq 100 ลดลงราว 1.3% และ S&P 500 -0.5% ขณะที่ Dow +0.3% หลังตลาดเมื่อคืนปิดบวกจากแรงซื้อหุ้น AI และข่าวการระดมทุนใหม่ แต่ผลประกอบการ Big Tech ที่ออกมาต่างกันทำให้แรงซื้อเริ่มสะดุด โดยเฉพาะ Alphabet ที่ถูกขายหนัก สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ตอบรับการเติบโตของ AI ทั้งกลุ่มเหมือนที่ผ่านมา แต่เริ่มแยกบริษัทที่สร้างรายได้และกระแสเงินสดได้จริง จึงควรระวังความผันผวนของหุ้นเทคฯ ที่มีความคาดหวังสูง ก่อนเปิดตลาดคืนนี้

2. Kevin Warsh ประธาน Fed ตั้งข้อสังเกตต่อมุมมองที่ว่าธุรกิจ AI จะไม่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยสูง เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนมหาศาล โดยระบุว่าดอกเบี้ยส่งผลต่อเศรษฐกิจแทบทุกด้าน หลัง Fed คงดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่บริษัท AI เริ่มหันมาระดมทุนผ่านหุ้นและตราสารหนี้มากขึ้น แทนการใช้กระแสเงินสดของตนเอง ทำให้ต้นทุนกู้ยืมกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุนและ Valuation สะท้อนว่าความต้องการ AI ที่แข็งแกร่งอาจไม่เพียงพอป้องกันแรงกดดันจากดอกเบี้ยสูง จึงควรติดตามภาระหนี้และกระแสเงินสดของบริษัท AI

3. Alphabet เผชิญแรงขายกว่า 10% ช่วงก่อนตลาดเปิด หลังรายงานกำไรต่อหุ้น 3Q26 ที่ 2.12 ดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดที่ 3.02 ดอลลาร์ แม้รายได้โต 25% และ Google Cloud เติบโตแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนลงทุน AI ที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากเงินลงทุนกดดันกำไร โดย Capex แตะ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดติดลบ 9.1 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดเริ่มเรียกร้องผลตอบแทนจาก AI มากกว่าการขยายกำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว จึงควรติดตามการสร้างกระแสเงินสดก่อนประเมินโอกาสฟื้นตัวของหุ้น

4. Microsoft รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุดที่ 9.23 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% และกำไรต่อหุ้น 4.89 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด โดยธุรกิจ Azure เติบโต 48% จากความต้องการ Cloud และ AI หนุนหุ้นปรับขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ สวนทาง Alphabet สะท้อนว่าบริษัทที่แปลงเงินลงทุน AI เป็นรายได้ได้เร็วมีโอกาสได้รับความเชื่อมั่นมากกว่า อย่างไรก็ตาม ความกังวลต้นทุนเงินทุนยังไม่คลี่คลาย จึงควรติดตามแนวโน้มการลงทุนและกำไรจาก Cloud มากกว่าดูยอดขายที่เติบโตเพียงด้านเดียวในระยะถัดไป

5. Samsung รายงานกำไรไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดใหม่จากอุปสงค์ชิปหน่วยความจำรองรับ AI แต่หุ้นปรับลงกว่า 4% หลังผลกำไรธุรกิจ Semiconductor ต่ำกว่าคาด และธุรกิจโทรศัพท์ยังเผชิญต้นทุนสูง ขณะที่บริษัทระบุว่ากำลังผลิตหน่วยความจำขั้นสูงสำหรับปี 2027 ถูกจองเต็มแล้ว และภาวะอุปทานตึงตัวอาจต่อเนื่องถึงปี 2028 สะท้อนว่าพื้นฐานอุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับความสามารถทำกำไรและต้นทุนมากขึ้น จึงควรระวังความผันผวนหลังหุ้นปรับขึ้นแรงในระยะสั้น

6. SET Index ปิดที่ 1,544.60 จุด (-21.50 จุด / -1.37%) มูลค่าซื้อขาย 6.9 หมื่นลบ. จากแรงขายในวงกว้าง แม้ Fed คงดอกเบี้ยตามคาด โดยกลุ่มปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง และการแพทย์ปรับลง ขณะที่กลุ่มรับเหมาฯ สวนตลาด กลุ่มโรงกลั่นนำโดย TOP–BCP และ PTTGC ร่วงจากความเสี่ยงปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ส่วน DELTA (-4.74%) กดดัชนีราว 11 จุด หลังงบต่ำกว่าคาด ขณะที่ GPSC–BGRIM อ่อนตัวจากต้นทุนก๊าซสูงขึ้น สะท้อนความกังวลปัจจัยเฉพาะกลุ่มและความเสี่ยงเงินทุนไหลออก

-----


ที่มา: Investing.com

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b