Fast Retailing รายงานกำไรจากการดำเนินงาน FY2026 เพิ่มขึ้น 31.7% YoY สูงกว่าคาด หนุนโดยรายได้ Uniqlo ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดกำไรสุทธิ FY2027 เติบโตชะลอลงเหลือ 3.2% และต่ำกว่าตลาดคาด โดย INVX มองว่าผลประกอบการสะท้อนความแข็งแกร่งเฉพาะตัวของ Uniqlo มากกว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายโดยรวม โดยยังระมัดระวังต่อกลุ่มเครื่องแต่งกายจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและการแข่งขันสูง แม้มองบวกต่อ Fast Retailing จากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและขยายธุรกิจต่างประเทศ
Fast Retailing เผยกำไร FY26 สูงสุดใหม่ 5 ปีติด หนุนโดยยอดขายต่างประเทศ

1. สรุปภาพรวมผลประกอบการ: กำไรดีกว่าคาด แม้รายได้ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
Fast Retailing เจ้าของ Uniqlo รายงานกำไรสูงสุดใหม่เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยรายได้ FY2026 เพิ่มขึ้น 16.6% YoY สู่ 3.96 ล้านล้านเยน ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 31.7% YoY สู่ 7.43 แสนล้านเยน สูงกว่าคาด 0.7% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.3% YoY สู่ 5.43 แสนล้านเยน ปัจจัยหนุนสำคัญมาจาก Uniqlo ต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาเหนือที่มีรายได้เติบโต 38.7% และ 34.6% YoY ตามลำดับ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 55.2% จาก 53.8% ในปีก่อน อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม FY2027 แม้ยังเติบโต แต่คาดว่ากำไรจะขยายตัวในอัตราชะลอลง และเป้าหมายกำไรสุทธิต่ำกว่าตลาดคาด สะท้อนว่าความคาดหวังของตลาดยังอยู่ในระดับสูง
ตารางสรุปผลประกอบการ FY2026 เทียบตลาดคาด (หน่วย: พันล้านเยน)
รายการ | FY2026 | YoY | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 3,963.3 | +16.6% | 3,980.0 | -0.4% |
กำไรขั้นต้น | 2,188.5 | +19.7% | — | — |
อัตรากำไรขั้นต้น | 55.2% | +1.4 จุด | 54.6% | +0.6 จุด |
กำไรจากธุรกิจหลัก | 718.4 | +30.4% | — | — |
กำไรจากการดำเนินงาน | 743.1 | +31.7% | 737.8 | +0.7% |
อัตรากำไรดำเนินงาน | 18.7% | +2.1 จุด | — | — |
กำไรสุทธิ | 542.5 | +25.3% | 510.7 | +6.2% |
ผลประกอบการไตรมาส 4 FY2026 (หน่วย: พันล้านเยน)
รายการ | 4Q26 | ตลาดคาด | เทียบคาด |
|---|---|---|---|
รายได้ | 898.2 | 911.0 | -1.4% |
กำไรจากการดำเนินงาน | 128.7 | 129.6 | -0.7% |
กำไรสุทธิ | 116.4 | 90.4 | +28.8% |
ประเด็นสำคัญ: กำไรจากการดำเนินงาน 4Q26 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย สะท้อนยอดขายบางภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและยุโรป ขณะที่กำไรสุทธิสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
รายได้และกำไรแยกตามธุรกิจ (หน่วย: พันล้านเยน)
ธุรกิจ | รายได้ | YoY | กำไรธุรกิจหลัก | YoY | อัตรากำไร |
|---|---|---|---|---|---|
Uniqlo ญี่ปุ่น | 1,084.8 | +5.7% | 196.0 | +8.1% | 18.1% |
Uniqlo ต่างประเทศ | 2,411.1 | +26.2% | 439.8 | +44.1% | 18.2% |
GU | 336.7 | +1.8% | 31.5 | +11.0% | 9.4% |
Global Brands | 128.5 | -2.3% | 2.8 | +6.8% | 2.2% |
ปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการ
1.1 Uniqlo ต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก รายได้คิดเป็น 61% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 26.2% YoY ขณะที่กำไรธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 44.1% YoY จากยอดขายและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้น 2.2 จุด สู่ 18.2%
1.2 สหรัฐฯ และยุโรปเติบโตแซงจีน รายได้รวมสองภูมิภาคอยู่ที่ 8.78 แสนล้านเยน สูงกว่าจีน ฮ่องกง และไต้หวันที่ 7.24 แสนล้านเยนเป็นครั้งแรก โดยอัตรากำไรยุโรปเพิ่มขึ้นสู่ 17.9% และอเมริกาเหนือสู่ 18.6% สะท้อนการกระจายฐานรายได้และกำไรที่ดีขึ้น
1.3 ญี่ปุ่นเติบโต แต่เริ่มชะลอตัว รายได้เพิ่มขึ้น 5.7% YoY โดยยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 5.1% จากความนิยมสินค้าฟังก์ชัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายสาขาเดิม 4Q26 ลดลง 4.0% YoY จากสภาพอากาศ ขณะที่เงินเยนอ่อนค่ากดดันต้นทุนนำเข้า
1.4 อัตรากำไรดีขึ้น แต่ต้องติดตามสินค้าคงเหลือ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 53.8% เป็น 55.2% และอัตรากำไรธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นจาก 16.2% เป็น 18.1% จากการควบคุมต้นทุนและส่วนลด อย่างไรก็ตาม สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 6.17 แสนล้านเยน สูงกว่าตลาดคาด เพิ่มความเสี่ยงด้านการระบายสินค้าใน FY2027
2. แนวโน้ม FY2027: ยังเติบโตต่อ แต่กำไรสุทธิชะลอตัว
บริษัทประกาศประมาณการ FY2027 รายได้และกำไรจากการดำเนินงานใกล้เคียงตลาดคาด แต่กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด สะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง ขณะที่ผลกำไรสุทธิบางส่วนถูกกดดันจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานและฐานกำไรปีก่อน
ตารางแนวโน้มผลประกอบการ FY2027 (หน่วย: พันล้านเยน)
รายการ | FY2026 | FY2027E | YoY | เทียบตลาดคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | 3,963.3 | 4,450.0 | +12.3% | +0.5% |
กำไรจากธุรกิจหลัก | 718.4 | 830.0 | +15.5% | — |
กำไรจากการดำเนินงาน | 743.1 | 830.0 | +11.7% | -0.4% |
อัตรากำไรดำเนินงาน | 18.7% | 18.7% | ทรงตัว | — |
กำไรสุทธิ | 542.5 | 560.0 | +3.2% | -3.2% |
อัตรากำไรสุทธิ | 13.7% | 12.6% | -1.1 จุด | — |
เงินปันผลต่อหุ้น (เยน) | 850 | 900 | +5.9% | +28.2% |
สมมติฐานสำคัญที่สนับสนุนการเติบโต
2.1 Uniqlo ต่างประเทศยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก บริษัทคาดรายได้และกำไรเติบโตเป็นเลขสองหลักใน FY2027 โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรปที่เร่งขยายสาขาขนาดใหญ่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและอัตรากำไร
2.2 เน้นปรับโครงสร้างในจีนเพื่อฟื้นกำไร คาดรายได้เพิ่มขึ้นและกำไรธุรกิจหลักเติบโตเป็นเลขสองหลัก จากการปิดหรือย้ายสาขาที่มีประสิทธิภาพต่ำ และปรับสินค้าให้เหมาะกับความต้องการในแต่ละพื้นที่
2.3 ญี่ปุ่นเติบโตชะลอลงจากต้นทุนสูงขึ้น บริษัทคาดยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 2% YoY เทียบกับ 5.1% ใน FY2026 ขณะที่กำไรธุรกิจหลักทรงตัว เนื่องจากต้นทุนนำเข้าเพิ่มขึ้นจากเงินเยนอ่อนค่า
2.4 GU และแบรนด์อื่นทยอยฟื้นตัว GU คาดรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น แต่ยังเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรจากต้นทุนสินค้า ขณะที่ Theory และ PLST คาดฟื้นตัวจากการปรับสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพสาขา
2.5 เพิ่มการลงทุนและเงินปันผล บริษัทตั้งงบลงทุน FY2027 ที่ 1.33 แสนล้านเยน จาก 1.13 แสนล้านเยนใน FY2026 เพื่อขยายสาขาและระบบจัดจำหน่าย พร้อมเพิ่มเงินปันผล FY2026 เป็น 850 เยนต่อหุ้น และคาดเพิ่มเป็น 900 เยนใน FY2027
3. มุมมองผู้บริหาร: ตั้งเป้าเป็นผู้นำระดับโลก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพทุกภูมิภาค
3.1 ความต้องการ Uniqlo ยังแข็งแกร่ง จำนวนลูกค้าเข้าร้านทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 10% YoY สู่กว่า 600 ล้านครั้ง สะท้อนความนิยมสินค้าคุณภาพและใช้งานได้หลากหลาย มากกว่าแฟชั่นตามกระแสระยะสั้น
3.2 เน้นขยายสาขาขนาดใหญ่ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มร้านที่มียอดขายมากกว่า 5 พันล้านเยนต่อปี จากกว่า 50 แห่งเป็น 200 แห่ง เพื่อเพิ่มรายได้ต่อสาขา โดยเน้นสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น
3.3 จีนเน้นคุณภาพมากกว่าจำนวนสาขา ผู้บริหารระบุว่าสาขาที่ปรับปรุงบางแห่งมียอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 เท่า สะท้อนโอกาสฟื้นกำไรผ่านการปรับทำเลและสินค้าให้เหมาะกับตลาด
3.4 รักษาอัตรากำไรท่ามกลางต้นทุนสูง บริษัทเน้นลดการให้ส่วนลดและบริหารสินค้าคงเหลือ พร้อมปรับราคาสินค้าอย่างระมัดระวัง โดยคาดราคาขายเฉลี่ยสินค้าฤดูใบไม้ร่วง–ฤดูหนาวเพิ่มขึ้นไม่ถึง 4%
3.5 ตั้งเป้ารายได้ระยะยาว 10 ล้านล้านเยน ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวมเพิ่มจาก 3.96 ล้านล้านเยน โดยตั้งเป้ารายได้ Uniqlo ในสหรัฐฯ และยุโรปแห่งละ 1 ล้านล้านเยนภายในประมาณ 5 ปี สะท้อนการลดการพึ่งพาญี่ปุ่นและจีน
4. มุมมองของ INVX: Uniqlo แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม แต่ยังระวังแรงกดดันต่อหุ้นเครื่องแต่งกาย
INVX มองว่าผลประกอบการของ Fast Retailing สะท้อนความแข็งแกร่งเฉพาะบริษัทมากกว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายโดยรวม โดยเฉพาะยอดขายในสหรัฐฯ และยุโรปที่เติบโตมากกว่า 30% YoY สวนทางกับ Nike ที่รายได้ลดลง 4.3% YoY สะท้อนว่าผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและความคุ้มค่า ซึ่งช่วยให้ Uniqlo มีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและแข่งขันกับ H&M และ Inditex ได้ดีขึ้น
ด้านห่วงโซ่อุปทาน การขยายตัวของ Uniqlo เป็นบวกต่อผู้ผลิตเสื้อผ้าอย่าง Shenzhou International ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าของ Uniqlo ขณะที่ Eclat Textile อาจได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากความต้องการสิ่งทอคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรสุทธิ Fast Retailing ใน FY2027 ที่คาดเพียง 3.2% YoY และต่ำกว่าตลาดคาด สะท้อนความเสี่ยงจากต้นทุน อัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารสินค้าคงเหลือที่อาจจำกัดการขยายตัวของกำไร
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

