ทำไม “หุ้นอย่างเดียว” อาจไม่พอในยุคนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า
“ถ้าถือหุ้นอย่างเดียว แล้วต้องรอ Capital Gain อย่างเดียว จะมีวิธีที่ทำให้พอร์ต ‘สร้างกระแสเงินสดระหว่างทาง’ ได้ไหม?”
เพราะโลกการลงทุนวันนี้
- ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง
- ตลาดผันผวนเป็นช่วง ๆ
- และ Valuation ของหุ้นบางกลุ่มเริ่มตึงตัว
ทำให้ “การมี Cashflow จากพอร์ต” กลายเป็นสิ่งที่สำคัญขึ้น
นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด Equity Income Strategy ซึ่งพยายามผสม
- การเติบโตของหุ้น (Growth)
- กระแสเงินสด (Income)
ไว้ในพอร์ตเดียว
และกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้คือ KKP WIN-UH-R
Source: KKPAM
Theme: Equity Income = ทางสายกลางระหว่าง Growth กับ Income
โดยปกติ
- หุ้น = เน้น Capital Gain
- ตราสารหนี้ = เน้น Income
แต่ Equity Income เป็น “Hybrid”
จุดเด่นของแนวคิดนี้
- ได้ Dividend จากหุ้น
- เพิ่ม Income ผ่าน Option Premium
- ยังมี Upside จากตลาดหุ้น
👉 ต่างจาก Fixed Income ที่ Upside จำกัด
👉 ต่างจากหุ้น Growth ที่ไม่มี Cashflow ระหว่างทาง

Source: KKPAM
โครงสร้างกองทุน: ไม่ใช่แค่ “หุ้นปันผลธรรมดา”
KKP WIN-UH-R เป็น Feeder Fund ที่ไปลงทุนในกองทุนหลัก iShares World Equity High Income Active UCITS ETF
Key Structure
- ลงทุนหุ้น Global (Developed Markets)
- จำนวนหุ้น ~250–400 ตัว
- Benchmark: MSCI World
- Active + Systematic (Dividend Rotation)

Source: KKPAM
กลยุทธ์หลัก 3 ส่วน (หัวใจของกอง)
1️⃣ หุ้นปันผล (Dividend Stocks)
- เน้นบริษัทใหญ่ กระแสเงินสดดี
- Target Income: 2–4%
👉 เป็น “ฐาน” ของพอร์ต

Source: KKPAM
2️⃣ Covered Call (ขาย Call Option)
- สร้างรายได้จาก Option Premium
- Target Income: 4–5%
👉 เป็นตัว “Boost Yield”

Source: KKPAM
3️⃣ Futures Overlay
- ใช้ปรับ Beta กลับขึ้นมา
- ชดเชย Downside จาก Covered Call
👉 ทำให้พอร์ตยัง “มี Upside” ใกล้เคียงการถือหุ้นโลกแบบปกติ
Source: KKPAM
สรุปภาพรวม
👉 Dividend (2–4%)
👉 Option Premium (4–5%)
= Target Yield ~7% ต่อปี พร้อม Target Beta >0.9
Source: KKPAM
Insight: กลยุทธ์นี้ “ต่างจาก High Dividend ทั่วไปยังไง?”
High Dividend Fund ทั่วไป
- เน้น Yield อย่างเดียว
- มัก Overweight หุ้น Value เช่น Utilities / Energy
- Upside จำกัด
แต่ KKP WIN-UH-R
- ใช้ Systematic Rotation (Dividend Rotation)
- ไม่ Lock Style เดียว
- เพิ่ม Income ผ่าน Derivatives
👉 ทำให้
- Diversification ดีกว่า
- Yield สูงกว่า
- และยังมี Growth Component

Source: KKPAM
Portfolio Characteristics (จากกองทุนหลัก as of 28 Feb 2026)
Top 5 ประเทศที่ลงทุน
- US: 66.9%
- Japan: 6.7%
- France: 3.2%
- UK: 2.4%
- Germany: 2.1%
Top 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุน
- Information Technology: 22.5%
- Financials: 15.4%
- Industrials: 10.7%
- Health Care: 10.4%
- Communication Services: 10.4%
Top 5 หุ้นตัวแรกที่ลงทุน
- NVIDIA CORP: 4.4%
- APPLE INC: 3.7%
- MICROSOFT CORP: 3.0%
- ALPHABET INC: 3.3%
- BROADCOM INC: 1.3%
ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก (as of 28 Feb 2026)
- 1M (Cumulative): 1.7% vs BM: 0.7%
- 3M (Cumulative): 5.1% vs BM: 3.8%
- 6M (Cumulative): 11.3% vs BM: 9.6%
- 1Y (Cumulative): 22.4% vs BM: 21.3%
- S.I. 22 Mar 2024 (Annualized): 17.8% vs BM: 17.4%
จุดเด่นของกองทุน
✅ 1. Income ชัดเจน
- Target ~7% ต่อปี
- มาจาก 2 แหล่ง (Dividend + Option Premium)
✅ 2. ลด Volatility
- Target Beta ~0.9
- Covered Call ช่วยลด downside
✅ 3. Active ETF Structure
- ได้ Active + Cost Efficiency + Liquidity
✅ 4. เหมาะกับยุค “ดอกเบี้ยสูง + ตลาดผันผวน”
- นักลงทุนต้องการ Cashflow
- แต่ยังอยากให้พอร์ตเติบโตคล้ายกับการถือหุ้นโลกแบบปกติ
ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจ
⚠️ 1. Upside ถูกจำกัดบางส่วน เนื่องจาก Covered Call ทำให้ “ตลาดขึ้นแรง → ได้ไม่เต็ม”
⚠️ 2. Derivatives Risk เนื่องจากมีการใช้ Options / Futures
⚠️ 3. FX Risk เนื่องจากกองทุนเป็น FX Unhedged ส่งผลให้ค่าเงินมีผลต่อผลตอบแทน
Investment Perspective: กองนี้เหมาะอยู่ตรงไหนในพอร์ต?
KKP WIN-UH-R ไม่ใช่
แต่คือ “Core Equity with Income Layer”
ตัวอย่างการนำไปใช้ในพอร์ต
🟢 Case 1: นักลงทุนอยากมี Cashflow
- โดยไม่ใช่การถือ Bond 100%
- และยังอยากได้ Equity Upside
🟢 Case 2: Reduce Volatility
- ใช้แทนการถือ Global Equity บางส่วน
- ลด Beta พอร์ต
🟢 Case 3: Core Portfolio
- ใช้เป็น “Core Global Equity”
- แล้วถ้าหากอยากเติม Satellite Themes ก็สามารถทำได้
Key Takeaways
- กองทุนหลักนี้ “ไม่ใช่หุ้นโลกปันผลแบบปกติ”
- แต่เป็น Hybrid Strategy (Equity + Derivatives)
- จุดเด่นคือ
→ การสร้าง Income ~7%
→ และมี Volatility ต่ำลงเล็กน้อย - สำหรับ KKP WIN-UH-R จะเป็น ชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตมัติ โดยคาดหวัง Yield อยู่ที่ประมาณ 5.5% ต่อปี (หลังหักค่าใช้จ่าย)
👉 เหมาะกับนักลงทุนต้องการทั้งกระแสเงินสดสม่ำเสมอในยามที่ตลาดผันผวน และยังต้องการการเติบโตจากเงินลงทุน
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์