เปิดโพย 9 ธีมหุ้นอนาคต! ถัดจาก AI ลงทุนอะไรต่อ?
หุ้น AI หลายตัวปรับขึ้นมาแล้ว แต่เคยคิดไหมว่า ถ้า AI ฉลาดขึ้น ทำงานแทนคนได้มากขึ้น โลกจะต้องลงทุนกับอะไรต่อ?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่แค่ผู้ผลิตชิป แต่อยู่ในธุรกิจเบื้องหลัง ตั้งแต่ระบบส่งข้อมูล หุ่นยนต์ ไปจนถึงพลังงานที่ทำให้ AI ทำงานได้จริง!
InnovestX เปิดโพย 9 Future Themes ที่น่าจับตาในอีก 2–5 ปี พร้อมหุ้นสหรัฐฯ–เอเชีย ที่น่ามีติดพอร์ต
- Quantum Computing: คอมพิวเตอร์ควอนตัมแก้โจทย์ซับซ้อน — IONQ (IONQ23), IBM (IBM23), INFQ, QBTS, QuantumCTek (688027), CIQTEK (688828)
- Post-Quantum Cryptography: ระบบเข้ารหัสรับมือภัยควอนตัม — IBM (IBM23), PANW, ARQQ, NET
- Localisation: ลดการพึ่งพาต่างชาติด้านแร่หายากและชิป — MP (MP23), NAURA (002371, NAURA23), AMEC (688012)
- Chip Connectivity: ระบบส่งข้อมูลความเร็วสูงสำหรับ AI — LITE (LITE23), COHR (COHR23), Innolight (300308), Eoptolink (300502)
- Agentic AI: AI ทำงานหลายขั้นตอนอัตโนมัติ — MSFT (MSFT23), Anthropic (ยื่นขอเข้าจดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่เริ่มซื้อขาย) และ OpenAI (ยังไม่จดทะเบียนในตลาด)
- Space / LEO: จรวดและดาวเทียมวงโคจรต่ำ — SPCX (SPACEX23), RKLB (RKLB23), China Spacesat (600118), China Satcom (601698), UMT (3491), Hon Hai (2317)
- Humanoid Robot: หุ่นยนต์และชิ้นส่วนขับเคลื่อน — TSLA (TSLA23), Unitree (688836), UBTech (9880, UBTECH23), Sanhua (002050/2050), Tuopu (601689), Moons' Electric (603728)
- Nuclear Energy: พลังงานรองรับ AI Data Center — SMR (SMR23), OKLO (OKLO23), GEV (GEV23), CNNP (601985), Mitsubishi Heavy Industries (7011)
- 800VDC & SST: ระบบจ่ายไฟประสิทธิภาพสูง — ETN (ETN23), VRT (VRT23), SU, IFX, NVTS (NVTS23)
เพราะอนาคตของ AI ไม่ได้มีแค่ผู้สร้าง AI แต่ยังมีบริษัทอีกมากที่ทำให้โลกยุค AI เกิดขึ้นได้จริง!
ลองเลือก 1–2 ธีมที่สนใจ แล้วศึกษาว่าบริษัทไหนมีโอกาสเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นรายได้จริง เพราะหุ้นแห่งอนาคตที่น่าสนใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เทคโนโลยี แต่รวมถึงธุรกิจและราคาที่เราลงทุนด้วย
เห็นหุ้น AI หลายตัวปรับขึ้นมาเยอะแล้ว เคยคิดไหมว่า โอกาสรอบต่อไปอยู่ตรงไหน และมีธุรกิจอะไรที่เราควรเริ่มศึกษาตั้งแต่วันนี้?
ลองมองต่อว่า ถ้า AI เก่งขึ้น ทำงานแทนเราได้มากขึ้น และถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โลกจะต้องลงทุนกับอะไรเพิ่ม เพื่อให้อนาคตแบบนั้นเกิดขึ้นได้จริง? คำตอบอาจอยู่ในคอมพิวเตอร์ควอนตัม ระบบส่งข้อมูล ความปลอดภัย หุ่นยนต์ ไปจนถึงพลังงานและระบบไฟฟ้า
InnovestX คัดมาให้แล้วกับ 9 Future Themes ที่น่าจับตาในอีก 2–5 ปี พร้อมพาเข้าใจว่าแต่ละธีมทำอะไร ทำไมจึงมีโอกาสเติบโต และมีหุ้นสหรัฐฯ–เอเชียบริษัทไหนอยู่เบื้องหลัง สำหรับคนที่อยากมองหาโอกาสตั้งแต่เทคโนโลยียังอยู่ระหว่างพัฒนา มาเปิดโพยไปด้วยกัน

ภาพจากงาน DR23 Day: Unlock Your Global Future ชมคลิปย้อนหลังช่วงที่พูดถึง 9 ธีมนี้ได้ที่ YouTube ของ InnovestX

1. ถ้า AI ยังต้องเก่งขึ้น Quantum Computing จะช่วยคำนวณโจทย์ที่ยากกว่าเดิมได้ไหม?
Quantum Computing หรือคอมพิวเตอร์ควอนตัม ใช้หลักฟิสิกส์ควอนตัมแก้โจทย์ซับซ้อนบางประเภทที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้เวลานานมาก จึงเข้ามาช่วยงานควบคู่กับ AI ได้ ทั้งสหรัฐฯ และจีนยกให้เป็นวาระระดับชาติและทุ่มเงินหนุนต่อเนื่อง แต่บริษัทส่วนใหญ่ยังมีรายได้น้อย จึงต้องดูว่าใครเปลี่ยนผลงานในห้องทดลองเป็นรายได้ได้ก่อน
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- IonQ (NYSE: IONQ, DR: IONQ23) ผู้พัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เปิดให้ลูกค้าใช้งานผ่านบริการคลาวด์รายใหญ่ โดยรายได้ปี 2025 โตราว 3 เท่าจากปีก่อน
- IBM (NYSE: IBM, DR: IBM23) ผู้นำคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เปิดให้ใช้งานผ่านคลาวด์มาตั้งแต่ปี 2016 และตั้งเป้าสร้างเครื่องขนาดใหญ่ที่ใช้งานได้จริงภายในปี 2029
- Infleqtion (NYSE: INFQ) ผู้พัฒนาคอมพิวเตอร์และเซนเซอร์ควอนตัม เพิ่งเข้าตลาดในปี 2026 โดยได้สัญญาติดตั้งคอมพิวเตอร์ควอนตัมในรัฐอิลลินอยส์ กำหนดส่งมอบปี 2027
- D-Wave Quantum (Nasdaq: QBTS) ผู้บุกเบิกคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เน้นโจทย์หาคำตอบที่ดีที่สุด เช่น การจัดตารางงานหรือการวางแผนขนส่ง โดยรายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า
- QuantumCTek (SSE: 688027) ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้หลักควอนตัมทำให้ข้อมูลถูกดักฟังได้ยาก (Quantum Communication) รายสำคัญของจีน รายได้ปี 2025 โตราว 22%
- CIQTEK (SSE: 688828) ผู้ผลิตเครื่องมือวัดความแม่นยำสูงจากเทคโนโลยีควอนตัม เพิ่งเข้าตลาดในปี 2026 และนำเงินระดมทุนไปขยายกำลังผลิตและตั้งสถาบันวิจัยควอนตัม

2. คอมพิวเตอร์ยิ่งเก่ง ข้อมูลยิ่งเสี่ยง Post-Quantum Cryptography จะช่วยปกป้องอย่างไร?
Post-Quantum Cryptography คือการเข้ารหัสแบบใหม่ที่ทนต่อการถอดรหัสด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม และต้องเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ เพราะข้อมูลอาจถูกขโมยไปเก็บไว้ก่อนแล้วรอถอดรหัสทีหลัง (Harvest Now, Decrypt Later) สหรัฐฯ ประกาศมาตรฐานชุดแรกแล้วในปี 2024 คำถามต่อไปคือองค์กรจะเปลี่ยนระบบจริงเร็วแค่ไหน โดยผู้ให้บริการที่มีลูกค้าองค์กรอยู่แล้วมีโอกาสได้ประโยชน์ก่อน
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- IBM (NYSE: IBM, DR: IBM23) ร่วมพัฒนาอัลกอริทึมเข้ารหัส 2 ใน 3 ชุดที่สหรัฐฯ ประกาศเป็นมาตรฐาน Post-Quantum ชุดแรกในปี 2024
- Palo Alto Networks (Nasdaq: PANW) ผู้ให้บริการระบบความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับองค์กรรายใหญ่ของโลก โดยปี 2025 เปิดตัวไฟร์วอลล์รุ่นใหม่ที่รองรับการเข้ารหัสแบบ Post-Quantum
- Arqit Quantum (Nasdaq: ARQQ) บริษัทที่มีฐานอยู่ในอังกฤษ ทำซอฟต์แวร์เข้ารหัสสำหรับยุคควอนตัมโดยตรง (Pure-play) จึงสะท้อนธีมนี้แบบตรงตัว แต่ธุรกิจยังมีขนาดเล็กและอยู่ช่วงเริ่มต้น
- Cloudflare (NYSE: NET) ผู้ให้บริการเครือข่ายส่งข้อมูลและรักษาความปลอดภัยให้เว็บไซต์จำนวนมากทั่วโลก โดยการเชื่อมต่อจากผู้ใช้จริงบนเครือข่ายกว่าครึ่งเข้ารหัสแบบ Post-Quantum แล้วตั้งแต่ปี 2025

3. เมื่อแต่ละประเทศอยากผลิตเอง (Localisation) บริษัทไหนจะช่วยเติมสิ่งที่ขาด?
Localisation คือการที่แต่ละประเทศเร่งสร้างความสามารถผลิตของสำคัญได้เอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ โจทย์ของแต่ละประเทศจึงต่างกัน สหรัฐฯ ยังพึ่งจีนในขั้นแยกแร่หายากและผลิตแม่เหล็ก ส่วนจีนยังต้องเร่งพัฒนาเครื่องมือผลิตชิปของตัวเอง จุดที่น่าศึกษาจึงเป็นบริษัทที่อุดช่องว่างนั้นได้จริงและได้แรงหนุนจากนโยบายรัฐ
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- MP Materials (NYSE: MP, DR: MP23) เจ้าของเหมืองแร่หายากในสหรัฐฯ และผลิตไปจนถึงแม่เหล็ก โดยปี 2025 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เข้าถือหุ้นและรับประกันราคาแร่ขั้นต่ำ พร้อมสัญญาขายแม่เหล็กให้ Apple
- NAURA (SZSE: 002371, DR: NAURA23) ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับโรงงานผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน โดยรายได้ปี 2025 โตราว 31%
- AMEC (SSE: 688012) ผู้ผลิตเครื่องจักรกัดลายวงจรบนแผ่นเวเฟอร์สำหรับโรงงานผลิตชิปของจีน และรายได้ปี 2025 โตราว 37%

4. ชิปเพิ่มขึ้นแล้ว ข้อมูลต้องเดินทางให้ทันด้วย Chip Connectivity
Chip Connectivity คืออุปกรณ์ที่ทำให้ชิปและเซิร์ฟเวอร์รับส่งข้อมูลหากันได้ โดยเฉพาะโมดูลรับส่งข้อมูลด้วยแสงความเร็วสูง (High-Speed Optical Transceiver) เมื่อ Data Center ใส่ชิปเพิ่ม ข้อมูลก็ต้องวิ่งให้ทัน ไม่อย่างนั้นชิปราคาแพงจะเสียเวลารอ เงินลงทุนในชิปจึงไหลต่อมาถึงธุรกิจนี้ ตัวแปรที่ต้องดูคือคำสั่งซื้อจากผู้ให้บริการคลาวด์ และการเปลี่ยนไปใช้รุ่นที่เร็วขึ้น
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- Lumentum (Nasdaq: LITE, DR: LITE23) ผู้ผลิตเลเซอร์และชิ้นส่วนแสงที่อยู่ในอุปกรณ์รับส่งข้อมูลของ Data Center โดยรายได้ปีบัญชี 2026 โตราว 83%
- Coherent (NYSE: COHR, DR: COHR23) ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสงและเลเซอร์รายใหญ่สำหรับ Data Center AI รายได้ปีบัญชี 2026 โตราว 23%
- Innolight (SZSE: 300308) ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสงรายใหญ่ของโลก และรายได้แค่ครึ่งแรกปี 2026 ก็สูงกว่ารายได้ทั้งปี 2025 แล้ว
- Eoptolink (SZSE: 300502) ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสงความเร็วสูงอีกรายของจีน โดยรายได้ปี 2025 โตเกือบ 3 เท่า

5. Agentic AI และ Workflow Automation อาจทำให้เราสั่ง AI ทำงานได้จนจบ
Agentic AI คือ AI ที่รับเป้าหมายแล้วลงมือทำงานหลายขั้นตอนจนจบได้เอง โดยมี Workflow Automation คอยร้อยขั้นตอนให้เดินต่อกันอัตโนมัติ ระบบแบบนี้ต้องมีทั้งโมเดล ความจำ เครื่องมือ และการประสานงาน (Orchestration) เจ้าของแพลตฟอร์มที่คนใช้ทำงานทุกวันอยู่แล้วจึงได้เปรียบ จุดที่ต้องจับตาคือจำนวนองค์กรที่ยอมจ่ายเงินใช้จริง และพลังประมวลผลที่ต้องเพิ่มตาม
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- Microsoft (Nasdaq: MSFT, DR: MSFT23) เจ้าของ Microsoft 365 และ GitHub จึงใส่ AI Agent ลงในเครื่องมือที่คนใช้ทำงานทุกวันได้ทันที โดยปี 2026 มีบัญชี Copilot แบบเสียเงินกว่า 30 ล้านบัญชี
- Anthropic (ยื่นขอเข้าจดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่เริ่มซื้อขาย) ผู้พัฒนาโมเดล AI ตระกูล Claude ยื่นแบบ S-1 เข้าตลาด Nasdaq ในปี 2026 โดยรายได้ปี 2025 โตกว่า 10 เท่าจากปีก่อน
- OpenAI (ยังไม่จดทะเบียนในตลาด) ผู้พัฒนาโมเดลตระกูล GPT และ ChatGPT ซึ่งมีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนต่อสัปดาห์

6. ธุรกิจอวกาศและดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Space / LEO) มีอะไรให้มองต่อนอกจากจรวด?
ธีม Space / LEO ครอบคลุมจรวด ดาวเทียม และบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit) ซึ่งอยู่ใกล้โลกพอจะให้อินเทอร์เน็ตที่ตอบสนองได้เร็ว จรวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ช่วยกดต้นทุนการส่ง เครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่จึงเกิดขึ้นได้จริง เวลาศึกษาควรแยกให้ออกว่าบริษัทเป็นผู้ส่งจรวด ผู้สร้างดาวเทียม ผู้ให้บริการ หรือผู้ผลิตชิ้นส่วน เพราะแต่ละส่วนมีรายได้เข้ามาคนละจังหวะ
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- SpaceX (Nasdaq: SPCX, DR: SPACEX23) ผู้ให้บริการจรวดที่ใช้ซ้ำได้ และเครือข่ายดาวเทียม Starlink ซึ่งรายได้ช่วง 9 เดือนแรกปี 2026 โตราว 57% และคิดเป็นเกือบครึ่งของรายได้รวม
- Rocket Lab (Nasdaq: RKLB, DR: RKLB23) ผู้ให้บริการส่งดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นสู่อวกาศ และทำธุรกิจสร้างดาวเทียมและชิ้นส่วนอวกาศด้วย โดยรายได้ปี 2025 โตราว 38%
- China Spacesat (SSE: 600118) ผู้สร้างดาวเทียมขนาดเล็กรายสำคัญของจีน ในกลุ่มรัฐวิสาหกิจด้านอวกาศ รายได้ปี 2025 โตราว 18%
- China Satcom (SSE: 601698) รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมของจีน และเพิ่งเริ่มเปิดบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมให้ผู้ใช้ทั่วไปในปี 2026
- UMT (TPEx: 3491) หรือ Universal Microwave Technology ผู้ผลิตชิ้นส่วนไมโครเวฟสัญชาติไต้หวัน มีรายได้หลักจากสินค้าสำหรับดาวเทียมวงโคจรต่ำ โดยยอดขายไตรมาสแรกปี 2026 ทำสถิติสูงสุดใหม่
- Hon Hai (TWSE: 2317) หรือ Foxconn ผู้รับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก และในปี 2026 ได้ส่งดาวเทียมวงโคจรต่ำรุ่นที่ 2 ของตัวเองขึ้นทดสอบ เพื่อเตรียมสร้างเครือข่ายสื่อสาร

7. ถ้าจะให้ Humanoid Robot ช่วยงานได้จริง มือและข้อต่อต้องเก่งแค่ไหน?
Humanoid Robot คือหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายคนที่ทำงานในพื้นที่ซึ่งคนใช้อยู่แล้ว หัวใจของหุ่นยนต์อยู่ที่ชุดขับข้อต่อ (Actuator) ที่ทำให้เข่าและสะโพกขยับได้ กับมือที่หยิบจับได้ละเอียดพอจะยกแก้วน้ำโดยไม่ทำหล่น โอกาสลงทุนจึงครอบคลุมทั้งผู้ประกอบหุ่นยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน ซึ่งหลายรายอยู่ในจีน คำถามที่ต้องตามต่อคือหุ่นยนต์จะออกจากงานสาธิตไปทำงานจริงได้เร็วแค่ไหน
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- Tesla (Nasdaq: TSLA, DR: TSLA23) ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus โดยต่อยอดจากเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มผลิตที่โรงงานในสหรัฐฯ แล้วในปี 2026 และกำลังเตรียมสายการผลิตที่ใหญ่ขึ้น
- Unitree (SSE: 688836) ผู้ผลิตหุ่นยนต์สี่ขาและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ราคาเข้าถึงได้ของจีน และเพิ่งเข้าตลาดในปี 2026 โดยรายได้ปี 2025 โตกว่า 4 เท่า
- UBTech (HKEX: 9880, DR: UBTECH23) ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับงานในโรงงาน โดยปี 2025 ขายหุ่นยนต์ขนาดเท่าคนได้ 1,079 ตัว ทำให้รายได้ส่วนนี้โตกว่า 20 เท่า
- Sanhua (SZSE: 002050, HKEX: 2050) ผู้ผลิตชิ้นส่วนระบบจัดการความร้อนรายใหญ่สำหรับเครื่องปรับอากาศและรถยนต์ไฟฟ้า และวางชุดขับข้อต่อหุ่นยนต์ (Actuator) เป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งยังอยู่ระหว่างส่งตัวอย่างให้ลูกค้า
- Tuopu (SSE: 601689) ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ของจีน และต่อยอดมาผลิตชุดขับข้อต่อ (Actuator) ให้หุ่นยนต์ โดยเริ่มส่งมอบล็อตเล็กให้ลูกค้าแล้วในปี 2026
- Moons' Electric (SSE: 603728) ผู้ผลิตมอเตอร์ความแม่นยำสูงสำหรับเครื่องจักรอัตโนมัติ และกำลังต่อยอดมาทำมอเตอร์ขนาดจิ๋วที่ใช้ขับนิ้วของมือหุ่นยนต์

8. AI ใช้ไฟมากขึ้น พลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear) จะผลิตไฟให้ทันไหม?
Data Center สำหรับ AI ใช้ไฟมากและต้องการไฟที่จ่ายได้นิ่งตลอด 24 ชั่วโมง พลังงานนิวเคลียร์ซึ่งผลิตไฟได้ต่อเนื่องและแทบไม่ปล่อยคาร์บอนจึงกลับมาอยู่ในความสนใจ โดยเฉพาะ SMR หรือเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่ผลิตชิ้นส่วนจากโรงงานได้ ผู้ออกแบบเตา ผู้ผลิตอุปกรณ์ และผู้ดำเนินโรงไฟฟ้าสร้างรายได้ต่างจังหวะกัน จึงต้องดูทั้งใบอนุญาตและโครงการแรกที่เดินเครื่องได้จริง
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- NuScale Power (NYSE: SMR, DR: SMR23) ผู้พัฒนาเตา SMR รายแรกที่ได้รับอนุมัติแบบในสหรัฐฯ โดยปี 2025 พันธมิตรลงนามข้อตกลงพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR สูงสุด 6 กิกะวัตต์ให้หน่วยงานไฟฟ้าของรัฐบาลสหรัฐฯ
- Oklo (NYSE: OKLO, DR: OKLO23) ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก โดยเลือกขายไฟแทนการขายเตา โรงไฟฟ้าแห่งแรกในรัฐไอดาโฮเริ่มก่อสร้างแล้วในปี 2025 และตั้งเป้าเดินเครื่องราวปี 2028
- GE Vernova (NYSE: GEV, DR: GEV23) ผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ และพัฒนาเตา SMR ร่วมกับ Hitachi โดยเตาตัวแรกเริ่มก่อสร้างที่แคนาดาแล้วในปี 2025 คาดว่าจะเดินเครื่องราวปลายปี 2029
- CNNP (SSE: 601985) ผู้ดำเนินโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รายใหญ่ของจีน ภายใต้กลุ่ม CNNC ล่าสุดในปี 2026 ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนให้สร้างเตาปฏิกรณ์ใหม่เพิ่มอีก 4 เครื่อง
- Mitsubishi Heavy Industries (TSE: 7011) ผู้สร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รายหลักของญี่ปุ่น โดยเตารุ่นใหม่ของบริษัทเป็นตัวเลือกหลักในโครงการสำรวจเพื่อสร้างเตาใหม่แห่งแรกนับจากฟุกุชิมะ

9. มีไฟพอแล้ว ยังต้องส่งไฟถึงชิป AI ให้ดี ซึ่งเป็นงานของ 800VDC และ SST
800VDC คือระบบจ่ายไฟกระแสตรงแรงดัน 800 โวลต์ ส่วน SST (Solid-State Transformer) คือหม้อแปลงที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังแปลงไฟ จึงเล็กและควบคุมได้แม่นกว่าแบบเดิม เมื่อตู้เซิร์ฟเวอร์ AI กินไฟสูงขึ้น การส่งไฟแรงดันต่ำต้องใช้สายทองแดงมากและเสียพลังงานระหว่างทาง Nvidia จึงเลือกส่งไฟแรงดันสูงแล้วค่อยแปลงลงใกล้ชิปใน Data Center รุ่นถัดไป สิ่งที่ต้องติดตามคือระบบเริ่มติดตั้งจริงเมื่อใด
หุ้นและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- Eaton (NYSE: ETN, DR: ETN23) ผู้ผลิตอุปกรณ์จ่ายไฟ และพันธมิตร 800VDC ของ Nvidia ปี 2026 ซื้อกิจการผู้ผลิตระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว จึงขายได้ครบทั้งระบบไฟและระบบความเย็น
- Vertiv (NYSE: VRT, DR: VRT23) ผู้ผลิตระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนสำหรับ Data Center โดยมีแผนออกอุปกรณ์ 800VDC ในครึ่งหลังปี 2026 เพื่อรองรับ Data Center รุ่นถัดไปของ Nvidia
- Schneider Electric (Euronext Paris: SU) ผู้นำระบบจัดการพลังงานจากยุโรป และร่วมพัฒนาระบบจ่ายไฟ 800VDC กับ Nvidia ยอดคำสั่งซื้อที่รอส่งมอบ ณ สิ้นปี 2025 โตราว 18%
- Infineon (XETRA: IFX) ผู้ผลิตชิปจ่ายไฟรายใหญ่ของโลก และร่วมพัฒนา 800VDC กับ Nvidia โดยตั้งเป้ารายได้ชิปจ่ายไฟสำหรับ AI ราว 1.5 พันล้านยูโรในปีบัญชี 2026
- Navitas Semiconductor (Nasdaq: NVTS, DR: NVTS23) ผู้พัฒนาชิปจ่ายไฟรุ่นใหม่ที่แปลงไฟได้มีประสิทธิภาพขึ้น และร่วมพัฒนาแผงจ่ายไฟ 800VDC กับ Nvidia โดยเริ่มส่งตัวอย่างให้ลูกค้า Data Center ในปี 2026
หุ้นอนาคตที่น่าจับตา เริ่มจากธุรกิจที่โลกกำลังต้องการ
เมื่อไล่ดูทั้ง 9 ธีม จะเห็นว่าเทคโนโลยีที่วันนี้ยังดูไกลตัว อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราในอีกไม่กี่ปี ทั้งคอมพิวเตอร์ควอนตัม หุ่นยนต์ที่ช่วยทำงาน และระบบไฟฟ้าที่รองรับ AI เบื้องหลังความก้าวหน้าเหล่านี้มีบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตชิ้นส่วน และสร้างบริการเพื่อตอบรับความต้องการใหม่ ๆ
9 ธีมนี้จึงเป็นโพยตั้งต้นสำหรับคนที่อยากมองหาโอกาสลงทุนรอบต่อไป ลองเลือก 1–2 ธีมที่สนใจ แล้วนำรายชื่อบริษัทไปศึกษาต่อว่า ใครมีโอกาสเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นสินค้าที่ลูกค้าต้องใช้ และสร้างรายได้จากความต้องการนั้นได้จริง
โอกาสลงทุนอาจเริ่มจากการมองเห็นธุรกิจที่เราเคยมองข้าม เริ่มทำความรู้จักหุ้นเหล่านี้ไว้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้พร้อมตัดสินใจเมื่อธุรกิจและราคาอยู่ในจุดที่น่าสนใจ
สำหรับบริษัทที่มี DR23 สามารถนำรหัส DR ที่ระบุในบทความไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านแอป INVX หรือ Streaming แล้วศึกษาธุรกิจต่อและเริ่มลงทุนได้เลย
หมายเหตุ: ข้อมูลของแต่ละบริษัทอ้างอิงงบการเงิน เอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ และประกาศของบริษัท ข้อมูล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2026
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง