- Capital Flow Analysis: เดือน ก.ย. เงินทุนยังไหลเข้าสุทธิแต่นักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้น โดยเงินไหลเข้าหุ้น Growth ลดลง 85% เหลือ +$5.85 พันล้าน จาก +$3.88 หมื่นล้านในเดือนก่อน สวนทางกับหุ้น Value ที่เพิ่มขึ้นเป็น +$3.07 หมื่นล้าน จาก +$2.28 หมื่นล้าน ขณะที่เงินไหลเข้าตราสารหนี้รวมเพิ่มขึ้นเป็น +$6.85 หมื่นล้าน จาก +$5.03 หมื่นล้าน โดยเน้นคุณภาพเครดิตและ Duration สั้น ส่วนหุ้นกู้ High Yield พลิกเป็นเงินไหลออกสุทธิ $1.58 พันล้าน ประกอบกับเงินไหลเข้าทองคำ +$1.85 หมื่นล้าน สะท้อนการเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เชิงรับและการป้องกันความเสี่ยง
Research
เดือน ก.ย. Risk-on เริ่มแผ่วและเงินหมุนเข้าสู่สินทรัพย์เชิงรับ, เดือน ต.ค. จับตาการเจรจา Trump–Xi เป็นตัวแปรหลัก, INVX ปรับเพิ่ม US 10YY สิ้นปีเป็น 5.1% ขณะที่บาทอ่อนสู่ 33.8

- มิติภูมิภาค: สหรัฐฯ ยังดึงดูดเงินทุนมากที่สุด แต่เงินไหลเข้าสุทธิลดลงเหลือ +$1.17 แสนล้าน จาก +$1.53 แสนล้านในเดือนก่อน ขณะที่จีนยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ +$2.38 หมื่นล้าน ส่วนตลาดเทคโนโลยีเอเชียเหนือชะลอลงชัดเจน โดยไต้หวันมีเงินไหลเข้าเหลือเพียง +$96 ล้าน จาก +$1.14 หมื่นล้าน และเกาหลีใต้พลิกเป็นเงินไหลออกสุทธิ $3.04 พันล้าน จากที่ไหลเข้า $9.43 พันล้าน สอดคล้องกับการชะลอลงของเงินลงทุนในหุ้น Growth และอาจสะท้อนการขายทำกำไรในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI
- ปัจจัยขับเคลื่อนการลงทุนในเดือน ก.ย.: (1) ท่าทีของธนาคารกลางที่ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น (2) ผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น (3) ราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูง (4) ความกังวลต่อความคุ้มค่าของการลงทุน AI ทำให้นักลงทุนเลือกลงทุนมากขึ้น (5) ความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนและความคืบหน้าด้านการค้ายังช่วยหนุนความเชื่อมั่นบางส่วน
- ปัจจัยขับเคลื่อนการลงทุนใน 1 เดือนข้างหน้า: เรามองว่าหุ้น Value และตราสารหนี้คุณภาพดีอาจยังได้รับความสนใจ ขณะที่เงินไหลเข้าหุ้น Growth และ AI มีแนวโน้มผันผวนตามข่าวและผลประกอบการ โดยผลการเจรจา Trump–Xi และเส้นตายพักรบการค้า 10 พ.ย. เป็นตัวแปรชี้ทิศหลัก หากออกมาบวกและราคาน้ำมันลง (จากการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน) จะช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยง แต่หากการเจรจาผิดหวัง อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงและเพิ่มความต้องการถือสินทรัพย์เชิงรับ
- เงินบาทกลับมาอ่อนค่าสู่ 33.3 บาท/ดอลลาร์ หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ 3.75–4.00% และส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น หนุนดอลลาร์แข็งค่า โดยเราคาดเงินบาทอ่อนสู่ระดับ 33.8 ใน 4Q26 (เฉลี่ยทั้งปี 33.0)
- เงินบาทกลับมาอ่อนค่าตามที่ InnovestX คาด หลัง Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย โดย InnovestX ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ US 10Y yield สิ้นปีจาก 4.8% เป็น 5.1% จาก r* ที่สูงขึ้นตามการลงทุน AI, Term premium ด้านการคลังที่สูง และแนวโน้ม Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยสู่ 4.13% ปลายปี 2026 และ 4.38% ต้นปี 2027 แล้วคงไว้ ส่วน TH 10Y yield ปรับขึ้นเป็น 2.3% ณ สิ้นปีตามพันธบัตรโลก แต่การปรับขึ้นมีแนวโน้มจำกัดจากการที่ ธปท. คงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี 2026–27
- ปัจจัยติดตาม: การดำเนินนโยบายและความน่าเชื่อถือของ Fed, ระดับ 5% ของ US 10Y, ราคาน้ำมัน/ช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และการประชุม Trump–Xi ที่อาจมีการขยายข้อตกลงทางการค้า

