Soros Fund Management ปรับพอร์ตโดย ลด Amazon แต่ยังคงเป็นหุ้นใหญ่อันดับ 1 พร้อมเพิ่มน้ำหนักใน AI Infrastructure หลายส่วน ตั้งแต่ Server, AI Cloud, Data Center ไปจนถึงระบบไฟฟ้า
กองทุนลดจำนวนหุ้น Amazon ลง 39.2% แม้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 14.3% สะท้อนการลดความกระจุกตัวและทยอยทำกำไร มากกว่าการเปลี่ยนมุมมองเป็นลบต่อธุรกิจ
ขณะเดียวกันเปิดสถานะใหม่ใน Super Micro Computer, Nebius และ American Electric Power พร้อมเพิ่ม Digital Realty และ Entergy แม้บางหุ้นอย่าง Nebius และ Super Micro จะปรับขึ้นแรงใน Q2 2026 แสดงว่ากองทุนให้น้ำหนักกับแนวโน้มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI มากกว่าราคาที่ขึ้นมาแล้ว
อีกด้าน หุ้นเดิมอย่าง TSMC, Alphabet และ Nvidia มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จากราคาหุ้น ไม่ใช่แรงซื้อใหม่ ภาพรวมจึงสะท้อนว่า Soros กำลัง กระจาย Exposure จาก Big Tech ไปยังผู้ได้ประโยชน์จาก AI ในหลายชั้นของโครงสร้างพื้นฐาน
Soros ลดหุ้นอันดับ 1 ไปเพิ่มอะไร?
การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุดของ Soros Fund Management ใน Q2 2026 คือ การลดน้ำหนัก Amazon ขณะเดียวกันเปิดสถานะใหม่ใน Super Micro Computer, Nebius และ American Electric Power พร้อมเพิ่มการลงทุนใน Entergy และ Digital Realty
เมื่อมองร่วมกันภาพที่เห็นจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มหุ้น AI แต่เป็นการขยายการลงทุนไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเติบโตของ AI ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงระบบไฟฟ้า
ทำกำไรใน Amazon เพื่อคงสัดส่วนเดิม
Amazon ยังคงเป็นหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของพอร์ต แต่ถูกลดน้ำหนักจาก 7.33% เหลือ 4.65% หรือลดลง 2.68 จุด พร้อมลดจำนวนหุ้นลง 39.2% แม้ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้น 14.3% ในไตรมาสเดียวกัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Soros ตั้งใจลดขนาดสถานะ Amazon อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงผลจากความผันผวนของราคา อย่างไรก็ตาม การที่ Amazon ยังคงครองอันดับ 1 แสดงว่ากองทุนยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อธุรกิจทั้งหมด แต่เป็นการลดความกระจุกตัวและนำเงินไปกระจายสู่โอกาสอื่นในห่วงโซ่ AI
ยังคงมุมมองบวกต่อ AI แต่กระจายไปยังโครงสร้างพื้นฐาน
หุ้นที่ Soros เพิ่มเข้ามาครอบคลุมหลายส่วนของ AI Supply Chain ตั้งแต่ Super Micro Computer ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์สำหรับการประมวลผล AI, Nebius ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI, Digital Realty ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ไปจนถึง American Electric Power และ Entergy ในธุรกิจระบบไฟฟ้า
ในบรรดาหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก กองทุนเปิดสถานะใหม่ใน Super Micro Computer และ American Electric Power ด้วยน้ำหนัก 1.84% และ 1.73% ตามลำดับ รวมเป็น 3.57% ของพอร์ต แม้ใน Q2 2026 ราคาหุ้น Super Micro Computer และ Nebius จะเพิ่มขึ้นประมาณ 29% และ 168% ตามลำดับ การเข้าลงทุนจึงไม่ได้มีลักษณะของการเลือกหุ้นราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI
การปรับพอร์ตครั้งนี้จึงชี้ว่า Soros มองโอกาสจาก AI กว้างกว่าผู้ผลิตชิปหรือผู้พัฒนาโมเดล โดยกระจายการลงทุนไปยังผู้ได้ประโยชน์หลายระดับ ตั้งแต่การประมวลผล คลาวด์ และศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงระบบไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการรองรับความต้องการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น
หุ้นเทคโนโลยีเดิมโตขึ้นเอง โดยกองทุนแทบไม่ได้ซื้อเพิ่ม
TSMC เพิ่มน้ำหนักจาก 3.19% เป็น 4.11% หรือเพิ่มขึ้น 0.92 จุด จนขึ้นเป็นหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของพอร์ต โดยจำนวนหุ้นที่ถือแทบไม่เปลี่ยนแปลง ลดลงเพียงหลักร้อยหุ้น จาก 522,318 หุ้น ขณะที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 41.3% น้ำหนักที่สูงขึ้นจึงมาจากราคาทั้งหมด ไม่ใช่การซื้อเพิ่ม สะท้อนว่ากองทุนเลือกถือสถานะเดิมไว้ตลอดไตรมาสที่ราคาปรับขึ้นแรง
ด้าน Alphabet เพิ่มน้ำหนักจาก 2.99% เป็น 3.52% โดยเพิ่มจำนวนหุ้นเพียง 3.9% ขณะที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 24.3% จึงเป็นหุ้นเดียวในสามบริษัทที่กองทุนซื้อเพิ่ม แม้จะเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับราคาที่ปรับขึ้น ส่วน Nvidia มีน้ำหนักเพิ่มจาก 3.39% เป็น 3.52% แม้จำนวนหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.8% เนื่องจากราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 14.7%
เมื่อรวม TSMC, Alphabet และ Nvidia น้ำหนักของหุ้นเทคโนโลยีเดิมสามบริษัทนี้เพิ่มขึ้นจาก 9.57% เป็น 11.15% หรือ 1.58 จุด โดยแทบทั้งหมดมาจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้น ไม่ใช่เม็ดเงินลงทุนใหม่ ต่างจากกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนเข้าซื้อเพิ่มอย่างชัดเจนในไตรมาสเดียวกัน
มุมมองของ Soros Fund Management ต่อ AI สอดคล้องกับพอร์ตอย่างไร?
การปรับพอร์ตใน Q2 2026 ชี้ว่า Soros Fund Management ไม่ได้มองว่า AI เป็นธีมที่ทุกบริษัทได้ประโยชน์เท่ากัน แต่เลือกลงทุนในธุรกิจที่ต้องขยายกำลังการผลิตจริงเพื่อรองรับการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ทั้งผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ศูนย์ข้อมูล และผู้ให้บริการไฟฟ้า
สิ่งที่กองทุนไม่ได้ทำก็บอกมุมมองได้ไม่น้อยกว่ากัน เพราะหุ้นเทคโนโลยีที่ถืออยู่เดิมแทบไม่ถูกซื้อเพิ่มเลยตลอดไตรมาส ขณะที่การลดจำนวนหุ้น Amazon ลง 39.2% เกิดขึ้นในไตรมาสที่ราคาปรับขึ้น 14.3% จึงเป็นการทยอยลดความกระจุกตัวในจังหวะที่ราคาเอื้อ มากกว่าการเปลี่ยนมุมมองต่อธุรกิจ
George Soros / Soros Fund Management
อัปเดตการถือครองล่าสุด ไตรมาส 2 ปี 2026

10 หุ้นใหญ่ที่สุดของพอร์ต Soros Fund Management
# | บริษัท (Ticker) | DR | กลุ่มอุตสาหกรรม | น้ำหนักเดิม % | น้ำหนักใหม่ % | เปลี่ยนแปลง (ppt) | จำนวนหุ้น +/- | ราคาหุ้น Q2 | บริษัททำอะไร |
|---|
1 | Amazon.com (AMZN) | AMZN23 | สินค้าฟุ่มเฟือย | 7.33% | 4.65% | -2.68 | -39.2% | +14.3% | ธุรกิจ E-commerce และ AWS ผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ |
2 | TSMC (TSM) | — | เทคโนโลยี | 3.19% | 4.11% | +0.92 | -0.0% | +41.3% | ผู้รับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกแบบ Foundry |
3 | Alphabet A (GOOGL) | — | สื่อสารและบริการดิจิทัล | 2.99% | 3.52% | +0.53 | 3.9% | +24.3% | ธุรกิจ Search, YouTube, Cloud และ AI ของ Google |
4 | Nvidia (NVDA) | NVDA23 | เทคโนโลยี | 3.39% | 3.52% | +0.13 | -0.8% | +14.7% | GPU และแพลตฟอร์มประมวลผลสำหรับ AI และ Data Center |
5 | Electronic Arts (EA) | — | สื่อสารและบริการดิจิทัล | 3.56% | 3.29% | -0.28 | 0.5% | +0.6% | พัฒนาและจำหน่ายวิดีโอเกมและบริการดิจิทัล |
6 | Apple (AAPL) | — | เทคโนโลยี | 2.30% | 2.53% | +0.23 | 5.8% | +14.0% | ผลิต iPhone, Mac และให้บริการดิจิทัลในระบบนิเวศของตัวเอง |
7 | Linde (LIN) | — | วัตถุดิบพื้นฐาน | 2.33% | 2.29% | -0.04 | 2.9% | +4.7% | ผลิตและจำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมสำหรับภาคการผลิต |
8 | TKO Group (TKO) | — | สื่อสารและบริการดิจิทัล | 2.20% | 1.92% | -0.28 | -4.3% | -0.2% | ธุรกิจกีฬาและความบันเทิงเจ้าของ WWE และ UFC |
9 | Super Micro (SMCI) | — | เทคโนโลยี | 0.00% | 1.84% | +1.84 | NEW | — | ผลิตเซิร์ฟเวอร์และระบบระบายความร้อนสำหรับงาน AI |
10 | American Electric (AEP) | — | สาธารณูปโภค | 0.00% | 1.73% | +1.73 | NEW | — | ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในสหรัฐฯ ครอบคลุม 11 รัฐ |
สัดส่วนรายกลุ่มอุตสาหกรรมของทั้งพอร์ต
ครอบคลุมหลักทรัพย์ 238 รายการ คิดเป็น 100.0% ของพอร์ต
กลุ่มอุตสาหกรรม | น้ำหนักเดิม % | น้ำหนักใหม่ % | เปลี่ยนแปลง (ppt) | จำนวนหุ้น | หุ้นที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม |
|---|
เทคโนโลยี (Technology) | 18.22% | 24.75% | +6.53 | 47 | TSMC 4.11%, Nvidia 3.52%, Apple 2.53% และอีก 44 หลักทรัพย์ |
สาธารณูปโภค (Utilities) | 8.82% | 12.75% | +3.93 | 20 | American Electric Power 1.73%, Entergy 1.73%, IDACORP 1.36% และอีก 17 หลักทรัพย์ |
สื่อสารและบริการดิจิทัล (Communication Services) | 9.85% | 12.51% | +2.66 | 13 | Alphabet 3.52%, Electronic Arts 3.29%, TKO Group 1.92% และอีก 10 หลักทรัพย์ |
บริการทางการเงิน (Financial Services) | 13.17% | 12.37% | -0.80 | 39 | Webster Financial 1.40%, Brighthouse Financial 1.17%, Berkshire Hathaway 1.10% และอีก 36 หลักทรัพย์ |
สินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Cyclical) | 11.44% | 10.63% | -0.81 | 22 | Amazon.com 4.65%, Smurfit Westrock 1.15%, Taylor Morrison Home 0.86% และอีก 19 หลักทรัพย์ |
อุตสาหกรรม (Industrials) | 6.29% | 10.03% | +3.74 | 40 | Chart Industries 1.44%, X-energy 0.68%, Honeywell International 0.64% และอีก 37 หลักทรัพย์ |
การแพทย์และสุขภาพ (Healthcare) | 2.90% | 4.96% | +2.06 | 18 | Apogee Therapeutics 1.24%, Medline 1.07%, Bio-Techne 0.62% และอีก 15 หลักทรัพย์ |
ไม่ระบุกลุ่ม (Unclassified) | 1.69% | 3.90% | +2.21 | 14 | Core Scientific 0.69%, INNIO 0.61%, iShares MSCI Emerging Markets ex China ETF 0.60% และอีก 11 หลักทรัพย์ |
อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) | 0.29% | 3.27% | +2.98 | 9 | Digital Realty Trust 1.60%, Macerich 0.81%, American Healthcare REIT 0.37% และอีก 6 หลักทรัพย์ |
วัตถุดิบพื้นฐาน (Basic Materials) | 3.25% | 3.23% | -0.02 | 8 | Linde 2.29%, Cemex 0.62%, CRH 0.22% และอีก 5 หลักทรัพย์ |
สินค้าจำเป็น (Consumer Defensive) | 1.49% | 1.33% | -0.16 | 6 | Kenvue 0.87%, Coca-Cola 0.20%, Walmart 0.12% และอีก 3 หลักทรัพย์ |
กองทุนรวมและ ETF (Funds & ETFs) | 0.29% | 0.31% | +0.02 | 1 | SPDR S&P 500 ETF Trust 0.31% |
หมายเหตุและที่มาของข้อมูล
สีเขียวและสีแดงในคอลัมน์ เปลี่ยนแปลง (ppt) หมายถึงน้ำหนักในพอร์ตที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ไม่ใช่ผลตอบแทนของราคาหุ้น ซึ่งแสดงแยกไว้ในคอลัมน์ ราคาหุ้น Q2 · คอลัมน์ จำนวนหุ้น +/- คือการเปลี่ยนแปลงของจำนวนหุ้นที่ถือ เทียบกับไตรมาสก่อน
การจัดกลุ่มอุตสาหกรรมอ้างอิงมาตรฐานของ Morningstar ผ่านข้อมูล Yahoo Finance ซึ่งไม่ใช่มาตรฐาน GICS
ข้อมูลจากแบบรายงาน 13F-HR ต่อ SEC ณ 30 มิ.ย. 2026 (ยื่นเมื่อ 14 ส.ค. 2026) ครอบคลุมเฉพาะหุ้นและ ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ฝั่ง Long เท่านั้น ไม่รวมสถานะ Short ตราสารอนุพันธ์ หลักทรัพย์นอกสหรัฐฯ และเงินสด สำหรับ Soros Fund Management ส่วนนี้คิดเป็น 74.4% หรือ 6,060 ล้านดอลลาร์ จากมูลค่าที่รายงานทั้งหมด 8,144 ล้านดอลลาร์ · ราคา Q2 คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าและจำนวนหุ้นในรายงาน

คำเตือน:ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
หากต้องการเข้าใจ แนวคิด วิธีคิด และหลักการลงทุนที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของ George Soros สามารถอ่านเรื่องราว ประวัติ และแนวทางการลงทุนของเขาเพิ่มเติมได้ใน Investor Stories
https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/investsnack/investor_stories/investor-stories/georgesoros-investorstories-14082026