GlobalFoundries (GFS) ได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนจากญี่ปุ่นสูงสุด $21bn เพื่อสร้างโรงงานชิป 2 แห่งในสหรัฐฯ โดยไม่ต้องใช้เงินทุนสร้างโรงงานโดยตรง และคาดว่าโรงงานแรกเริ่มผลิตในปี 2029 ข้อตกลงนี้ช่วยเพิ่ม EPS $0.50–0.75 ต่อปีในระยะยาว และสร้างกระแสเงินสดอิสระสะสม $3bn ภายใน 10 ปี ขณะเดียวกัน GFS ยังเร่งลงทุนใน Silicon Photonics และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ชิปเพื่อรองรับ AI โดย INVX มองบวกต่อ GFS จากแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นและความเสี่ยงด้านเงินลงทุนที่ลดลง โดยมี Renesas และ Tokyo Electron เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อม
GlobalFoundries รับทุน $21bn ขยายโรงงานชิป หนุนกำไรระยะยาว

1. GlobalFoundries รับเงินลงทุนสูงสุด $21bn จากญี่ปุ่น ขยายกำลังผลิตในสหรัฐฯ
GlobalFoundries (GFS) ประกาศข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ 2 แห่งในรัฐนิวยอร์ก ด้วยเงินลงทุนสูงสุด $21bn โดยญี่ปุ่นสนับสนุนเงินทุน ขณะที่ GFS รับผิดชอบเทคโนโลยี การก่อสร้าง และการดำเนินงาน ช่วยให้บริษัทขยายกำลังผลิตโดยไม่ต้องแบกรับเงินลงทุนสร้างโรงงานโดยตรง ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าถือหุ้น GFS เพิ่มประมาณ 4% ตามข้อตกลง
โรงงานแห่งแรกได้รับเงินลงทุนประมาณ $10bn คาดเริ่มผลิตในปี 2029 ส่วนแห่งที่สองจะขึ้นอยู่กับการประเมินความต้องการตลาดก่อนสิ้นปี 2028 โดยแต่ละแห่งมีกำลังผลิตประมาณ 900,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อปี รวม 1.8 ล้านแผ่นเมื่อดำเนินงานเต็มกำลัง เน้นชิปสำหรับยานยนต์ อุตสาหกรรม ระบบจัดการพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
2. รูปแบบธุรกิจใหม่ช่วยเพิ่มกำไร โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง
ผู้บริหารระบุว่าโรงงานทั้งสองแห่งจะถือครองผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจที่รัฐบาลสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ โดย GFS จะได้รับรายได้จากค่าธรรมเนียมเทคโนโลยี การบริหารก่อสร้าง การดำเนินงาน และส่วนแบ่งกำไรจากโรงงาน ช่วยลดความเสี่ยงด้านเงินลงทุนและการใช้กำลังการผลิต ขณะที่บริษัทยังคงสามารถขยายธุรกิจเดิมได้ตามแผน
ฝ่ายบริหารคาดว่าข้อตกลงสำหรับโรงงานแห่งแรกจะเริ่มสร้างรายได้ประมาณ $50mn ในปี 2027 เพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) $0.10–0.15 ในปี 2027 และเพิ่มเป็น $0.50–0.75 ต่อปีในระยะยาว พร้อมสร้างกระแสเงินสดอิสระสะสมประมาณ $3bn ภายใน 10 ปี ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณการดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้าย
3. ลงทุนเพิ่มเติมในชิปสำหรับ AI และศูนย์ข้อมูล
นอกจากการขยายโรงงาน GFS ยังได้รับอนุมัติให้ปรับการใช้เงินสนับสนุนเดิมภายใต้กฎหมาย CHIPS Act จำนวน $955mn เพื่อเร่งลงทุนใน Silicon Photonics, Silicon-Germanium และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง โดยบริษัทจะลงทุนรวม $5bn ในโรงงานเดิมที่นิวยอร์กและเวอร์มอนต์ ทั้งนี้ เงิน $955mn เป็นการจัดสรรเงินสนับสนุนเดิมใหม่ ไม่ใช่เงินอุดหนุนเพิ่มเติม
การลงทุนดังกล่าวเปิดโอกาสให้ GFS ขยายธุรกิจจากชิปพื้นฐานไปสู่ชิ้นส่วนที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล AI โดยเฉพาะเทคโนโลยีส่งสัญญาณแสงและชิ้นส่วนเชื่อมต่อชิป ขณะที่ความต้องการชิปด้านการจัดการพลังงานและการเชื่อมต่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการลงทุนใน AI และระบบอัตโนมัติ
4. ผู้บริหารมองความต้องการแข็งแกร่ง ลูกค้ารายใหญ่สนับสนุนโครงการ
Tim Breen ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าอุตสาหกรรมกำลังขาดแคลนกำลังผลิตชิปบางประเภท โดยเฉพาะชิปที่รองรับการจัดการพลังงาน การเชื่อมต่อ และระบบอัจฉริยะ ขณะที่ลูกค้าต้องการกระจายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน
โครงการได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าสำคัญ ได้แก่ Apple, Renesas, Cirrus Logic และ General Motors โดยเฉพาะ Renesas ที่วางแผนใช้กำลังผลิตใหม่เป็นส่วนขยายของฐานการผลิตตนเอง ขณะที่ Tokyo Electron มีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการเครื่องจักรผลิตชิปในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่
5. มุมมองของ INVX
เรามองบวกต่อ GlobalFoundries (GFS) จากรูปแบบการขยายกำลังผลิตที่ใช้เงินทุนภาครัฐ ช่วยเพิ่มรายได้และกำไรโดยจำกัดภาระเงินลงทุน อีกทั้งยังเปิดโอกาสเติบโตในธุรกิจชิปสำหรับ AI และศูนย์ข้อมูล ขณะที่ Renesas Electronics (6723 JP) ได้ประโยชน์จากความมั่นคงด้านกำลังผลิต และ Tokyo Electron (8035 JP) ได้ประโยชน์จากการลงทุนในเครื่องจักรผลิตชิป ประเด็นที่ควรติดตาม ได้แก่ การลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้าย ความคืบหน้าของโรงงานแห่งที่สอง และความต้องการชิปในปี 2029 เป็นต้นไป
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

