กองทุน Global Inflation Plus Strategy ปรับพอร์ตโดยมองว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลดลงแต่ยังอยู่ในระดับสูง และหนี้สหรัฐฯ ที่เพิ่มต่อเนื่องทำให้ต้องการผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูงขึ้น จึงคงสัดส่วนตราสารหนี้รวมไว้ที่ 60% แบ่งเป็นตราสารหนี้โลก 45% TIPS 10% และตลาดเงิน 5% นอกจากนี้เพิ่มหุ้นพลังงานโลก 5% จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากปัญหาสงคราม และปิดสถานะหุ้นเทคโนโลยีโลก ขณะเดียวกันยังคงหุ้นเอเชียแปซิฟิก 5% เพื่อรับประโยชน์จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์จากกระแส AI พร้อมคงสินค้าโภคภัณฑ์ 5% ทองคำ 5% และ TIPS 10% เพื่อป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ
แจ้งปรับพอร์ตการลงทุน Global Inflation Plus Strategy เพิ่มหุ้นพลังงานโลก ปิดสถานะหุ้นเทคโนโลยีโลก รับมือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น

มุมมองการลงทุน Guru
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ปรับลดลงแล้วแต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่หนี้ภาครัฐของสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต้องการอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มนำไปสู่การเข้าดูแลตลาดเพิ่มเติมของ Fed และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เราคงสัดส่วนตราสารหนี้โดยรวมที่ 60% เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนดังกล่าว ขณะเดียวกันเราเชื่อว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังแข็งแกร่งได้ต่อเนื่อง จึงคงสัดส่วนหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง) ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งจากกระแส AI อย่างไรก็ตาม เราปิดสถานะหุ้นเทคโนโลยีโลกในรอบนี้ สงครามยังคงส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกและเส้นทางขนส่งปุ๋ย ซึ่งผลักดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น เราจึงเพิ่มหุ้นพลังงานโลกและคงสินค้าโภคภัณฑ์ไว้ในพอร์ต พร้อมคงทองคำและ TIPS เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ
โดยกองทุนหุ้นโลกในพอร์ต (TLA-GEQ) ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกและเกาหลีซึ่งได้รับประโยชน์จากกระแส AI รวมไปถึงบราซิลที่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น และโปแลนด์ซึ่งระดับราคาหุ้นยังถูกและมีเศรษฐกิจพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มากกว่ากองทุนอื่นในตลาด โดย A. Stotz Investment Research เป็นผู้ให้บริการวิจัยและที่ปรึกษาแก่ Talis Asset Management
รายละเอียดการปรับพอร์ต
- คงสัดส่วนตราสารหนี้โดยรวมที่ 60% แบ่งเป็นตราสารหนี้โลก 45% TIPS 10% และตลาดเงิน 5% เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
- เพิ่มหุ้นพลังงานโลก 5% เพื่อรับประโยชน์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากปัญหาสงคราม และปิดสถานะหุ้นเทคโนโลยีโลก
- คงสัดส่วนหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง) 5% เพื่อรับประโยชน์จากกระแสชิปและ AI
- คงสัดส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ 5% ทองคำ 5% และ TIPS 10% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ลงทุนอยู่ในปัจจุบัน พอร์ตโฟลิโอจะเข้าสู่ช่วงเตรียมความพร้อม (Preparation Period) ตั้งแต่วันที่ 4 - 8 กันยายน 2569 ซึ่งท่านจะไม่สามารถเพิ่มหรือถอนเงินลงทุนได้ และจะเริ่มต้นกระบวนการปรับพอร์ตลงทุน (Rebalance Period) ในวันที่ 9 กันยายน 2569 และใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จนกว่าการปรับพอร์ตจะเสร็จสิ้น โดยในช่วงดังกล่าวท่านจะไม่สามารถถอนเงินลงทุนออกได้
หมายเหตุ: สำหรับกองทุนที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนใน Model ใหม่ ทั้งนี้ อาจมีการซื้อขายเกิดขึ้นได้ หากน้ำหนักการลงทุนปัจจุบันในกองดังกล่าวไม่เท่ากับน้ำหนักการลงทุนตาม Model อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดในช่วงที่ผ่านมา โดยจะปรับให้สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตของท่านเป็นไปตาม Model
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

