Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 31 ต.ค. 2567

Global Morning Routine - 31 ต.ค. 2567

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงหลังมีแรงกดดันจากภาพเศรษฐกิจทีชะลอตัวและกลุ่มเซมิฯ ปรับตัวลงนำตลาดหลัง SMIC -30% จากปัญหาทางบัญชีและ AMD -10% หลังงบผิดคาด

บทสรุป

  • กระแสเงินในวันที่ 29 ต.ค. 2024 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) เริ่มเห็นแรงขายในตลาดหุ้น EM 3) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มผันผวนและเทรนด์ไม่ชัดเจน มีแรงซื้อในกลุ่ม Semiconductor 4) มีแรงซื้อในตลาดหุ้นญี่ปุ่นหลังจากค่าเงินเยนอ่อนค่า 5) มีแรงซื้อในตลาดหุ้นโลกมองเป็นเรื่องกระจายความเสี่ยง 6) มีแรงขายในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและ Materials รวมถึงการเงินน่าจะสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง 7) ความกังวลต่อการโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่านไม่รุนแรงอย่างที่คิด ทำให้ทองคำมีแรงขายเช่นเดียวกับกลุ่มพลังงาน

  • งบ META โตดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นตอบสนองเชิงลบหลังคาดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นใน FY25 นอกจากนี้ด้วยรายได้กว่า 96% ที่มาจากค่า Ads ทำให้เรามองว่าสิ่งที่ต้องติดตามในระยะถัดไปคือแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งหากฟื้นตัวดีเราเชื่อว่าจะเป็นแรงหนุนให้รายได้เติบโตซึ่งจะช่วยเยียวยาแรงกดดันค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้

  • Microsoft เผยงบโตดีกว่าคาดแต่ราคาหุ้นตอบสนองเชิงลบต่อคาดการณ์การเติบโตที่ชะลอตัวลงของ Azure และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น แต่เราเชื่อว่า 1) MSFT เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดต่อเนื่อง 2) การลงทุนเป็นภาพกดดันในระยะสั้นและดีต่อระยะยาว ด้วยภาพนี้ทำให้เรามองราคาหุ้นที่ปรับลงเป็นโอกาสในการสะสมที่ดี และยังคงแนะลงทุนจากภาพแนวโน้มการเติบโตที่จะมาจากอุปสงค์ AI เป็นสำคัญ

  • BYD ทำรายได้แซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรก โดยรายได้เพิ่มขึ้น 24% YoY ต่ำกว่าที่คาด แนวโน้มคาดเติบโตต่อเนื่องจากในไตรมส 4 จากนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ เราชอบTesla และ BYD

  • Luckin Coffee เผยงบรายได้เติบโตสวนทางกับ SBUX ด้านรายได้ (+41%) ในขณะที่ Starbucks: ประสบปัญหายอดขายลดลงทั่วโลก (-7%) มองว่า Luckin Coffee มีแนวโน้มที่ดีความสามารถในการรักษาอัตรากำไรรวมถึงการขยายสาขาในสหรัฐเป็นจุดแข็ง ส่วน Starbucks ระยะสั้นอาจมีความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์จากการปรับเปลี่ยนภายใต้ CEO คนใหม่

  • อุตสาหกรรมโซลาร์เผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ โดยมีปัจจัยหลักจากภาวะอุปทานล้นตลาดในจีน โดย Longi ขาดทุนต่อเนื่อง ส่วน FSLR ชะลอตัวตามอุตสาหกรรม Solar แต่แนวโน้มระยะยาวคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในช่วงปีหน้าหลังอุตสาหกรรมคาดว่าผ่านจุดตำสุดไปแล้ว มองว่าบริษัทจากสหรัฐจะได้ประโยชน์ จากภาพการฟื้นตัวร่วมถึงจะเผชิญเรื่องนโยบายภาษีที่น้อยกว่าบริษัทจากจีน

  • GSK รายงานยอดขายและการเติบโตของกำไรหลักใน 3Q24 ขับเคลื่อนโดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่ม Specialty Medicines ช่วยชดเชยยอดขายวัคซีนที่ลดลง เรามอง GSK เป็นหุ้นแข็งแกร่ง และเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับหุ้น Defensive ช่วงตลาดผันผวน แม้ช่วงสั้นราคาหุ้นจะปรับตัวลงจากผิดหวังยอดขายวัคซีนและมีแนวโน้มลดลง

  • Volkswagen เผย 9M24 ได้ผลกระทบจากตั้งสำรองปรับโครงสร้าง ส่นวน 3Q24 อัตรากำไรจากการดำเนินงานต่ำสุดตั้งแต่ 2Q20 อย่างไรก็ดี แม้ผลประกอบการยังคงเผชิญความท้าทายทั้งภายในและภายนอก เรามองว่าความพยายามปรับปรุงโครงสร้างและลดต้นทุนจะช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลงได้ ทั้งนี้ ยังคงแนะนำติดตามผลประกอบการในระยะถัดไปถัดเพื่อหาจุดกลับของการฟื้นตัว

  • เรามองว่าตลาดยังคงผันผวนหลังอยู่ในช่วงประกาศผลประกอบการ แต่อย่างไรก็ดีเชื่อว่าทิศทางดอกเบี้ยขาลงและกำไรที่ดีกว่าคาดจะเป็นตัวสนับสนุน โดยเราแนะนำเก็งกำไรบนกลุ่มที่คาดงบโตดีจากอุปสงค์ AI ที่ยังแกร่งอย่าง AMZN (TP:220.4$) รวมถึงแนะติดตาม AAPL (TP:245.2$) ที่แม้งบจะชะลอตัว แต่คาดมีความคาดหวังเชิงบวกต่อแนวโน้มมการฟื้นตัว