ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงในช่วงวันสุดท้ายปี 24 หลังมีแรงเทขายทำกำไรหลังตลาดปรับตัวขึ้นแรงตลอดปี รวมถึงยังคงความกังวลเรื่องดอกเบี้ยที่คาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นจากนโยบายทรัมป์
Markets
Global Morning Routine - 2 ม.ค. 2568

บทสรุป
- กระแสเงินในวันที่ 30 ธ.ค. 2024 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) มีแรงขายในตลาดหุ้น EM กระแสเงินค่อนข้างผันผวนจากความกังวลนโยบายการขึ้นภาษีของทรัมป์ ตลาดหุ้นจีนมีแรงซื้อจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและนโยบายกระตุ้น 3) กระแสเงินไหลเข้าหุ้นตลาดหุ้นโลกทั้งนี้มองว่านักลงทุนยังมองสินทรัพย์เสี่ยงน่าสนใจแต่ต้องการกระจายความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 4) มีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความกังวลในการเพิ่มขึ้นของอุปทานในปี 2025 5) มีแรงซื้อในหุ้นญี่ปุ่นจากแนวโน้มค่าเงินเยนอ่อนค่าหลัง BOJ คงอัตราดอกเบี้ย
- ในช่วงปลายปี 2024 เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น 1) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถูกแฮ็ก 2) การโจมตีโทรคมนาคม 3) Mizuho ประสบปัญหาการเชื่อมต่อบริการธนาคารออนไลน์ ด้วยภาพการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราประเมินได้ว่าแนวโน้มความต้องการใช้งาน Cybersecurity ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อ PANW CRWD Fortinet
- Boeing หุ้นลงหลังเหตุการณ์เครื่องบินระเบิดของ Jeju Air สาเหตุของอุบัติเหตุ อาจเกิดจากหลายปัจจัย ทำให้เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการผลิตเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ ของบริษัท เราประเมินว่าราคาหุ้นยังคง Underperform ในระยะสั้น จนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น หากไม่ใช่ปัญหาจากมาง Boeing เราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของราคาหุ้น
- การส่งออกเกาหลีใต้เดือน ธ.ค. เติบโตดีการส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์เติบโต 31.5% YoY ซึ่งคาดว่าผู้ผลิตเร่งส่งออก HBM ไปจีนก่อนมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ สำหรับการส่งออกปี 2025 คาดว่าจะมีการชะลอตัวจากฐานที่ที่สูงในปี 2024 และนโยบายกีดกันการค้าของ ทรัมป์ รวมถึงการควบคุมการส่งออกชิปไปจีน จะทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตทำให้เรายังชอบ SK Hynix
- จีนปรับกลยุทธ์ เน้นนโยบายกระตุ้นการการบริโภคภายในประเทศจาก 1) ขึ้นเงินเดือนข้าราชการเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย 2) ประกาศมาตรการสนับสนุนการมีบุตร 3) ตัวเลขภาคบริการและการผลิตของจีนปรับตัวดีขึ้น 4) ตัวเลขยอดขายบ้านในจีนเดือนธันวาคมทรงตัว คาดกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จะเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายภายในประเทศอย่าง Kweichow Moutai, Meituan, Trip.com, Haidilao
- ผลกำไรของบริษัทรถยนต์จีนลดลงอย่างต่อเนื่องในปี 2024 โดยอัตรากำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 4.4% ลดลงจาก 5% ในปี 2023 ในทางตรงกันข้าม BYD ทำยอดขายเดือนธันวาคมทำสถิติใหม่ และสำหรับทั้งปี 2024 ทำยอดขายรถ เพิ่มขึ้น 41% ขยับเข้าใกล้ Tesla มากขึ้น ยังคงมองว่าทั้ง Tesla และ BYD น่าสนใจในระยะยาวเป็นผู้ที่อยู่รอดบนกลุ่ม EV ในเชิง Valuation มอง BYD มีความน่าสนใจกว่า
- เรามองตลาดยังมีแรงหนุนจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและกำไรที่ดีกว่าคาด อย่างไรก็ดีในระยะถัดไปเชื่อว่าตลาดมีแรงกดดันเพิ่มจากการขายทำกำไรของหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาดี ขณะที่เราแนะ AMZN (TP: 242$) จากการใช้จ่ายเทศกาลวันหยุดรวมถึงได้ประโยชน์การการลงทุน ใน AI และ WMT (TP: 98.7$) เราคาดหุ้นได้รับ Sentiment บวกจากเทศกาลวันหยุด

