ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง นำโดยหุ้นกลุ่มยานยนต์ หลังยังคงมีแรงกดดันจากการเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับรถยนต์และรถบรรทุกเบาที่นำเข้า โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ซึ่งตลาดมีความกังวลว่าประเทศคู่ค้าจะมีการประกาศภาษีตอบโต้กลับมายังสหรัฐฯจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
Global Morning Routine - 28 มี.ค. 2568

บทสรุป
กระแสเงินในวันที่ 26 มี.ค. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน ตลาดรอความชัดเจนต่อแนวโน้มการขึ้นภาษีของสหรัฐในวันที่ 2 เม.ย. 3) มีแรงซื้อในตลาดยุโรปจากแนวโน้มลดดอกเบี้ยของ ECB ต่อเนื่องแต่กระแสเงินเริ่มลดลง 4) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีผันผวน มีแรงซื้อในกลุ่ม Cloud และกลุ่ม AI 5) มีแรงขายในหุ้นขนาดเล็กและกลุ่ม Consumer Discretionary จากภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและรอความชัดเจนของนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่จะเผชิญกับภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น 25%
Trump ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ตั้งแต่ 3 เม.ย. เพื่อดึงการผลิตกลับสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้นทุนผู้ผลิตต่างชาติ เช่น Porsche, Mercedes-Benz, BMW และ VW เพิ่มขึ้น รวมมูลค่าภาษีสูงถึง €8.3bn ขณะเดียวกัน ราคารถยนต์ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับขึ้น โดย Ferrari ขึ้นราคาสูงสุด 10% แนะหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มรถยนต์ ยกเว้น BYD ที่มีศักยภาพเติบโตและ TSLA ที่อาจเก็งกำไรระยะสั้นได้
Lululemon (LULU) และ H&M ให้คาดการณ์ต่ำกว่าคาด เนื่องจากแรงซื้อชะลอตัวและปัจจัยภายนอก เช่น ค่าเงินผันผวนและปัญหาขนส่ง เรามองกลุ่ม Apparels เผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาษีของทรัมป์และการแข่งขันที่รุนแรง แนะนำหลีกเลี่ยงกลุ่ม Discretionary และเน้น Consumer Staple อย่าง WMT และ COST ที่มีความยั่งยืนด้านอุปสงค์
กำไรภาคอุตสาหกรรมจีน 2M25 ลดลง 0.3%YoY จากแรงกดดันเงินฝืดและมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แม้ภาคการผลิตจะฟื้นตัวจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รัฐบาลจีนเตรียมออกนโยบายกระตุ้นเพิ่มเติม คาดหุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากมาตรการ Trade-In เป็น Xiaomi, Haier Smart Home และ JD.com
Foxconn วางแผนสัมมนาในญี่ปุ่นเพื่อขยายความร่วมมือด้าน EV หลังได้รับสัญญาผลิต EV จาก Mitsubishi, ส่วน Geely ปรับโครงสร้างบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเทคโนโลยี EV โดยไม่ปลดพนักงาน ขณะที่ NIO ประกาศเพิ่มทุนผ่านการเสนอขายหุ้นในตลาดฮ่องกงเพื่อเสริมฐานะทางการเงิน แม้ยังประสบปัญหายอดขายอ่อนแอ แนะ BYD ที่มีปัจจัยพื้นฐานและฐานะการเงินแกร่ง
เราประเมินว่าตลาดยังคงมีความผันผวนจากความเสี่ยงเศรษฐกิจและสงครามการค้า อย่างไรก็ดีภาพนโยบายทรัมป์ที่มีผลกระทบจำกัดและ Target ที่ชัดเจนช่วยผ่อนคลายความกังวลตลาดในระยะส้นได้ นอกจากนี้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ดีกว่าคาดยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดได้ ในภาพรวมเรายังแนะ 1) เราแนะมอง WMT (TP: 109 USD) ที่ผลกระทบภาษีมีจำกัดกว่ากลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและช่วยลดความผันผวนพอร์ตได้ 2) Tencent (TP: 613 HKD) ที่มีแรงหนุนจากการนำ AI มาปรับใช้ในบริการ Platform คาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้

