Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 10 เม.ย. 2568

Global Morning Routine - 10 เม.ย. 2568

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นนำโดยตลาดสหรัฐฯ หลัง ปธน.ทรัมป์ ประกาศหยุดการขึ้นภาษี Reciprocal Tariffs บางส่วนเป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางให้เจรจาลดกำแพงการค้า แต่อัตราภาษีพื้นฐาน 10% จะคงอยู่ต่อไปในช่วง 90 วันนี้ ในขณะที่จีนยังถูกขึ้นภาษีเพิ่มเป็น 125% หลังจีนมีการตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯเป็น 84%

กระแสเงินในวันที่ 8 เม.ย. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน มีแรงขายออกมา 3) มีแรงซื้อในตลาด EM มองเป็นพัฒนาการที่หลายประเทศจะไปเจรจากับสหรัฐเพื่อลดภาษี 4) กระแสในกลุ่มเทคโนโลยีค่อนข้างจำกัด มีแรงเก็งกำไรในกลุ่ม Semiconductor 5) มีแรงขายในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐอย่าง Consumer Discretionary, พลังงานและสินค้าอุตสาหกรรม 6) มีแรงขายกลุ่มการเงินและหุ้นขนาดเล็กจากความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย 7) กลุ่มสาธารณูปโภคมีแรงขายจาก Yield ที่เพิ่มสูงขึ้น


FOMC ระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงินเนื่องจากความไม่แน่นอนสูงและผลกระทบจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ คณะกรรมการปรับลดคาดการณ์ GDP และเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ขณะที่เส้นทางระยะยาวของงบดุลไม่เปลี่ยนแปลง หาก Fed ปรับลดดอกเบี้ยในช่วงที่เงินเฟ้อสูงอาจส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ เราแนะนำตั้งรับการลงทุนในสหรัฐฯ และเลือกหุ้น Verizon, CVS, และ UnitedHealth


ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ายาเพื่อส่งเสริมการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบกำไรของบริษัทยา เช่น Pfizer และ Sanofi รวมถึงผู้ผลิตวัคซีน การย้ายการผลิตต้องใช้เวลานานและลงทุนสูง


ใน 1Q25 Airbus ส่งมอบ 136 ลำ ลดลง 4% YoY ขณะที่ Boeing ส่งมอบ 130 ลำ เพิ่มขึ้น 57% YoY ทั้งสองเผชิญความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน แต่เราชอบ Airbus มากกว่า Boeing


AMZN และ WMT ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าสินค้า 10% โดย AMZN เสียหายจากการยกเลิกข้อยกเว้น de minimis และ WMT จากภาษีในแคนาดาและเม็กซิโก WMT รับมือด้วยการรักษาราคาต่ำและปรับกลยุทธ์ Supplier ส่วน AMZN ลดค่าใช้จ่ายและผลักภาระภาษีให้ผู้ขาย มุมมองการลงทุน: WMT น่าสนใจในกลุ่มค้าปลีก ส่วน AMZN ควรระมัดระวังจากความผันผวนของตลาด


ทรัมป์ยกเลิกแผนจำกัดการส่งออกชิป H20 ของ Nvidia ไปจีน หลัง CEO สัญญาลงทุนเพิ่มใน Datacenter AI สหรัฐฯ ทำให้ลดความกังวลเรื่องรายได้จากจีน ขณะที่ยังมีความกังวลเรื่อง IT Spending ลดลงและการแข่งขัน AI ในจีน ด้าน GOOGL ยืนยันการลงทุน CAPEX ที่ $75bn ใน Data center และ AI โดยรวมกลุ่มเทคฯสหรัฐฯยังไม่ปรับลด CAPEX แต่ควรระมัดระวังในระยะสั้นจากความผันผวนในตลาด


จีนตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มภาษีสินค้าสหรัฐฯ เป็น 84% และจำกัดบริษัทอเมริกันเพิ่มอีก 18 แห่ง ขณะเดียวกันยังย้ำผ่าน White Paper ว่าความร่วมมือจะเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย แต่พร้อมตอบโต้หากสหรัฐฯ กดดันต่อเนื่อง แม้ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีบางส่วน จีนยังเผชิญภาษี 125% ซึ่งคาดว่าจะกดดันตลาดหุ้นจีนต่อเนื่อง แนะเน้นลงทุนหุ้น Domestic เช่น HKEX, China Mobile และ Trip.com


Volkswagen มีกำไรจากการดำเนินงาน 1Q25 ลดลงเกือบ 40% จากค่าใช้จ่ายพิเศษและผลกระทบภาษีสหรัฐฯ ขณะที่ยอดขายรถ EV ในยุโรปโต 112% แต่ในจีนลดลง 37% สะท้อนการแข่งขันรุนแรง แนวโน้มกำไรปี 2025 อาจลดลงจากผลกระทบภาษีและเศรษฐกิจที่ชะลอ เราแนะหลีกเลี่ยงกลุ่ม Automotive โดยรวม ยกเว้น BYD ที่ยังเติบโตแข็งแกร่งและได้แรงหนุนจากนโยบายจีน


เราคาดตลาดยังผันผวนจากปัจจัย Macro อย่าง Trade war มากกว่า Micro ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่จะประเมินท่าทีทรัมป์ ทำให้เราแนะติดตามทิศทางและเน้นตั้งรับเป็นสำคัญโดยแนะ 1) WMT (TP: 107.2 USD) มองผลกระทบ Tariff จำกัดจากแผนการรับมือที่ดีและ Resilient 2) BYD (TP: 462 HKD) หลังงบ 1Q25 ทั้งรายได้และกำไรดีกว่าที่คาดการณ์ ขณะที่ยังได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ