Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 11 เม.ย. 2568

Global Morning Routine - 11 เม.ย. 2568

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลง จากความกังวลว่าจีนอาจตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ต่อภาษีรอบใหม่ของสหรัฐฯ แม้ ปธน.ทรัมป์ประกาศระงับการขึ้นภาษีส่วนใหญ่เป็นเวลา 90 วัน

บทสรุป

กระแสเงินในวันที่ 9 เม.ย. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน มีแรงขายออกมามองเป็นความไม่แน่นอนของภาษี 3) มีแรงซื้อในตลาด EM มองเป็นพัฒนาการที่หลายประเทศจะไปเจรจากับสหรัฐเพื่อลดภาษี 4) มีแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยีในกลุ่ม Cloud และ AI แต่มีแรงเก็งกำไรในกลุ่ม Semiconductor และ Software 5) แรงขายในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐน้อยลง 6) มีแรงขายในกลุ่ม Healthcare จากความกังวลในการขึ้นภาษีนำเข้ายาของสหรัฐ ในขณะที่กลุ่มอสงัหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคมีแรงขายจากแนวโน้ม Yield ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น


สหรัฐฯ เพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนรวมเป็น 145% ครอบคลุมสินค้าราคาต่ำ (de minimis) สูงถึง 120% กระทบ e-commerce อย่าง PDD, Shein และ AMZN ที่ลดนำเข้าสินค้าจีน ด้านจีนตอบโต้โดยลดนำเข้าภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด กระทบค่ายหนังสหรัฐฯ เช่น Paramount และ DIS รวมถึงธุรกิจสวนสนุกจากการเดินทางระหว่างประเทศที่ลดลง


ยอดขายสาขาเดิมของ Costco โต 9.1% หนุนจากเทศกาลอีสเตอร์และการบริโภคที่ดี ขณะที่ Tesco โต 3% แต่กำไรปี FY25 อาจต่ำกว่าคาดจากต้นทุนที่สูงขึ้นและกลยุทธ์ตรึงราคา เราประเมินว่ายอดขายยังโตในระยะสั้นจากการเร่งตุนสินค้าก่อนขึ้นภาษี แต่ระยะถัดไปต้นทุนที่สูงขึ้นจะกดดันมาร์จิ้น โดยตลาดจะติดตามแผนรับมือและแนวโน้มของบริษัทช่วงประกาศงบ 1Q25


Tata Consultancy กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด 4% แม้รายได้โต 5.3% YoY แต่ต้นทุนพุ่ง 9.5% และมาร์จิ้นลดลงเหลือ 24.2% ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และ Tariff กดดันการใช้จ่าย IT โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือและยุโรป อย่างไรก็ดี มูลค่าคำสั่งซื้อยังแข็งแกร่ง หนุนจากการเติบโตของบริการ GenAI ซึ่งอาจช่วยให้หุ้นฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์ชัดเจนขึ้น แต่ระยะสั้นควรระมัดระวังการลงทุน


Prada เข้าซื้อ Versace มูลค่า $1.38 พันล้าน คาดปิดดีลช่วงครึ่งหลังปี 2025 โดยใช้เงินกู้ €1.5 พันล้าน ดันแบรนด์กลับสู่อิตาลีและเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันกับ LVMH และ Kering หลัง Capri เผชิญยอดขายตกจากกลยุทธ์ quiet luxury และขึ้นราคา มองดีลนี้ไม่แพงนัก แต่ยังคงชอบ LVMH และ Hermes มากกว่าเพราะแนวโน้มอุตสาหกรรมหรูยังไม่สดใส


TSMC รายงานรายได้ 1Q25 โต 42%YoY สูงกว่าคาด จากความต้องการชิป AI แม้แนวโน้มอนาคตยังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะความเสี่ยงมาตรการภาษีสหรัฐฯ ด้าน Ziroh Labs เปิดตัว Kompact AI ที่รันโมเดลใหญ่บน CPU ธรรมดา ลดพึ่งพา GPU แพง อาจกดดันดีมานด์ชิประดับสูงในระยะยาว แนะจับตาทิศทางภาษีเป็นจังหวะลงทุน TSMC


Fast Retailing คาดกำไร 2QFY25 เพิ่มขึ้น 14%YoY และยอดขายในญี่ปุ่นเติบโต 14% สูงกว่าคาด แม้จะปรับลดคาดการณ์กำไรครึ่งปีหลังลง 10 พันล้านเยนจากผลกระทบภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่ยังมองการเติบโตในอเมริกาเหนือและยุโรป ขณะที่ธุรกิจในญี่ปุ่นได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวและค่าเงินเยนที่อ่อนค่า แนะนำซื้อเมื่อราคาหุ้นย่อตัวและติดตามประเด็นภาษีสหรัฐฯ


เราคาดตลาดยังผันผวนจากปัจจัย Macro อย่าง Trade war มากกว่า Micro ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่จะประเมินท่าทีทรัมป์ ทำให้เราแนะติดตามทิศทางและเน้นตั้งรับเป็นสำคัญโดยแนะ 1) WMT (TP: 107.2 USD) มองผลกระทบ Tariff จำกัดจากแผนการรับมือที่ดีและ Resilient 2) BYD (TP: 462 HKD) หลังงบ 1Q25 ทั้งรายได้และกำไรดีกว่าที่คาดการณ์ ขณะที่ยังได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ