ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทั่วโลก นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ เทรดผันผวนแต่ยังปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนรอประเมินผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ข้อมูลเศรษฐกิจ และความคืบหน้าในนโยบายการค้า โดยผลประกอบการหลายบริษัท ชี้ภาพเศรษฐกิจกำลังโลกเปราะบางจากความไม่แน่นอนทางการค้า นอกจากนี้ สหรัฐฯ กลับลำแข็งข้อกับจีนอีกครั้ง แม้เคยส่งสัญญาณอยากเจรจา พร้อมผ่อนคลายภาษีกลุ่มรถยนต์
Global Morning Routine - 30 เม.ย. 2568

บทสรุป
กระแสเงินในวันที่ 28 เม.ย. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน 2) กระแสเงินในจีนผันผวน มีแรงซื้อจากผลประกอบการ 1Q25 ที่ฟื้นตัว 3) มีแรงซื้อในตลาดญี่ปุ่น 4) มีแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยี เริ่มมีแรงซื้อกลับในกลุ่ม Software แต่ขายใน Semiconductor 5) มีแรงขายในโลหะมีค่าจากตลาดหุ้นฟื้นตัวทำให้ตลาดขายทำกำไรโลหะมีค่าโดยเฉพาะทองคำ 6) มีแรงซื้อในกลุ่มการเงินจากประเด็นภาษีที่คลี่คลายมากขึ้น 7) มีแรงซื้อในหุ้นธีม Growth เพราะตลาดต้องการการเติบโตในช่วงเวลาที่มีความผันผวนและอาจจะต้องการความเร็วเมื่อตลาดฟื้นตัว
SNAP และ SPOT รายงานรายได้ 1Q25 ดีกว่าคาดจากการเติบโตของสมาชิก แต่หุ้นปรับลงหลังแนวโน้ม 2Q ยังไม่ชัดเจน โดย SNAP ไม่ให้ guidance และ SPOT มีกำไรต่ำกว่าคาดจากต้นทุนสูง แม้รายได้และผู้ใช้งานยังแข็งแกร่ง แต่เศรษฐกิจที่ชะลอยังเป็นความเสี่ยงต่อโฆษณาและมาร์จิ้น โดยแนะนำมองหุ้นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง NFLX และ GOOGL ที่ได้เปรียบด้านการแข่งขันและฐานการเงินมั่นคงกว่า
กลุ่ม Payment รายงานงบ 1Q25 ดีกว่าคาดจากปริมาณชำระเงินที่โต โดยเฉพาะข้ามพรมแดน แม้แนวโน้มแต่ละบริษัทต่างกัน เช่น PYPL ระมัดระวังเศรษฐกิจ ส่วน V มองผู้บริโภคยืดหยุ่น และ SOFI ได้แรงหนุนจากแนวนโยบายทรัมป์ ระยะสั้นกลุ่มนี้ยังได้อานิสงส์จากความผ่อนคลายด้าน Tariff แต่ระยะกลาง-ยาวยังต้องระวังจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น.
กลุ่ม Hospitality และ F&B ให้แนวโน้มระมัดระวังหลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอและความเสี่ยง Tariff โดยแม้ Hilton และ Booking งบ 1Q25 ออกมาดี แต่ปรับลดคาดการณ์ทั้งปี ขณะที่ F&B อย่าง SBUX และ KHC เผยยอดขายลดและมองอนาคตท้าทาย ด้าน KO ยังแข็งแกร่งจากการขึ้นราคาสินค้าได้ เราประเมินว่ากลุ่มบริโภคยังมี Downside ต่อทั้งรายได้และมาร์จิ้น แต่กลุ่มสินค้าจำเป็นยังดูทนทานกว่าหากตลาดกลับมากังวลเรื่อง Tariff.
ผลประกอบการบริษัทจีนไตรมาสนี้ออกมาดี นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นของรัฐ ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคยังอ่อนแรงจากเศรษฐกิจไม่ฟื้นเต็มที่ โดยเฉพาะตลาดพรีเมียมและสินค้ากีฬา ภาพรวมชี้ว่าเศรษฐกิจจีนยังไม่แข็งแรงแต่เริ่มมีสัญญาณบวก โดยอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการลงทุนในประเทศและไม่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่า แนะ BYD, HKEX, Trip.com
กลุ่มธนาคารจีนมีกำไรลดลงจากปีก่อนจากแรงกดดันด้าน NIM ที่แคบลง ค่าธรรมเนียมลด และความเสี่ยงสินทรัพย์จากภาคอสังหาฯ แม้หนี้เสียยังทรงตัว ภาพรวมธุรกิจธนาคารยังมีเสถียรภาพแต่ไม่โตเร็ว โดยมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการลดดอกเบี้ยและสงครามการค้า ภาพรวมยังไม่แนะนำลงทุนในกลุ่มแบงก์จีน และมองว่า HKEX น่าสนใจกว่าในช่วงนี้.
ระยะสั้น ตลาดคลายความกังวลจากประเด็นภาษีหลังสหรัฐฯและจีนมีแนวโน้มเจรจากันมากขึ้น ประกอบกับสหรัฐฯเริ่มเจรจาภาษีกับประเทศอื่นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีเราแนะเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง หลังมองภาพการลงทุนในระยะกลาง-ยาว ยังคงมีความเสี่ยงในเรื่อง Tariff เนื่องจากท่าทีสหรัฐฯและจีนยังคงมีความไม่แน่นอน ประกอบกับการเก็บภาษีแค่ถูกเลื่อน ไม่ได้ถูกยกเลิก ด้วยภาพนี้ทำให้เราแนะอยู่ในหุ้นที่คาดเผยงบ 1Q25 ดีและมีผลกระทบจาก Tariff ที่น้อยอย่าง 1) META (TP: 157.1 USD) 2) HKEX (TP:402 HKD) ที่ได้ประโยชน์จากมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้นในปีนี้

