ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปิดในแดนบวก หนุนโดย Nvidia ปรับตัวขึ้นแรง 5.6% และปัจจัยบวกจากเงินเฟ้อชะลอตัวในเดือน เม.ย. ในระยะสั้นภาพรวมการค้าโลกดูผ่อนคลายมากขึ้นจากการบรรลุยุติสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว สหรัฐฯ และจีนต่างแสวงหาตลาดทดแทนซึ่งกันและกัน โดยไม่มีฝ่ายใดยอมจำนนอย่างเบ็ดเสร็จ
Global Morning Routine - 14 พ.ค. 2568

บทสรุป
กระแสเงินในวันที่ 12 พ.ค. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในจีนผันผวน มีแรงขายทำกำไรและความกังวลที่สงครามการค้าที่คลี่คลายอาจจะทำให้จีนกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง 3) มีแรงซื้อในหุ้นขนาดเล็กและกลุ่มการเงินหลังความกังวลต่อแรงกดดันภาษีต่อเศรษฐกิจลดลง 4) กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยมีแรงซิ้อเก็งกำไรจากภาพของภาษีที่คลี่คลาย 5) มีแรงซื้อในกลุ่ม Healthcare มองเป็นผลจากราคาปรับตัวลดลงแรงหลังเผชิญกับนโยบายลบของ ปธน.ทรัมป์ 6) ส่วนกลุ่มพลังงานมีแรงขายจากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปค 7) มีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่ม Semiconductor และ Software
เราประเมินกลุ่มเซมิฯ AI มี Sentiment บวกดีขึ้นหลัง 1) Trump เตรียมยกเลิก AI Diffusion Rule ภายใต้รัฐบาลไบเดน 2) ทรัมป์เตรียมประกาศข้อตกลงให้ซาอุฯและ UAE เข้าถึงชิป AI ขั้นสูงได้มากขึ้น 3) ซาอุฯ เตรียมลงทุนในเทคฯ AI สหรัฐฯราว $600bn ซึ่งมีบริษัทในฝั่งซาอุฯร่วมมือกับบริษัทเทคฯใหญ่สหรัฐฯ เช่น GOOGL รวมถึง NVDA และ AMD ด้วยภาพนี้ทำให้ในระยะสั้นยังเก็งกำไรบน NVDA AMD ได้
หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดปรับตัวขึ้นตอบสนองเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลง IRA ที่ดีกว่าคาด โดยเป็นการค่อยๆยกเลิกแรงจูงใจการผลิตพลังงานสะอาดและเครดิตภาษีภายในสิ้นปี 2031 ซึ่งทำให้มีระยะเวลาในการปรับตัวรับมือ ขณะที่เรายังคาดหวังการฟื้นตัวของราคาหุ้นจากการ Turnaround ของกำไร แต่ด้วยภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและอุตฯที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐฯยังคงเป็นปัจจัยกดดัน Upside ได้
JD.com รายงานกำไรสุทธิและรายได้รวมโตเกินคาดจากการเติบโตของ JD Retail และ JD Logistics รวมถึงธุรกิจใหม่ แม้ต้องเผชิญต้นทุนการตลาดและขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากมาตรการอุดหนุนรัฐ อย่างไรก็ตาม ความกังวลหลักอยู่ที่ธุรกิจส่งอาหารที่ขาดทุนสูง อาจกดดันกำไรในอนาคต ขณะที่ราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวหากต่ำกว่า 135 HKD โดยมีแนวต้านที่ 160–170 HKD
Sea Limited มีกำไรสุทธิสูงเกินคาดและรายได้รวมโต 30% หนุนจากทุกธุรกิจ โดย Shopee และธุรกิจการเงินโดดเด่น ขณะที่ Garena เติบโตดีแม้รายได้ยังต่ำกว่าคาดเล็กน้อย มองแนวโน้มยังดีในระยะสั้นจากการเพิ่มค่าคอมฯ ลดต้นทุน และใช้ AI เสริมประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงอาจต้องระวังในการเก็งกำไรมากขึ้น โดยประเมินจุดเข้าซื้อใหม่ที่ต่ำกว่า $150
ระยะสั้น ตลาดมีความ Risk on ขึ้นจากการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่มีการผ่อนคลายกันในระยะสั้น รวมถึงหลายประเทศมีการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทำให้เราแนะเก็งกำไรบน 1) NVDA ที่เราคาดเก็งกำไรบนงบที่ออกมาดีได้ (*TP: 162 USD) 2) กลุ่ม China Tech ที่คาดว่างบจะดีจากการนำ AI มาปรับใช้ใน Service อย่าง Tencent (*TP: 625.82 HKD) อย่างไรก็ดีในระยะกลาง-ยาว เรายังคงแนะระมัดระวังหลังเชื่อว่าการลงทุนยังมีความเสี่ยงจาก Tariff อยู่เนื่องจากท่าทีทรัมป์ยังคงมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น

