ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ ปิดตัวผสมผสาน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของ Cisco ในขณะที่หุ้นกลุ่มสุขภาพถูกกดดันจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับ UnitedHealth นักลงทุนยังคงจับตาดูพัฒนาการเกี่ยวกับประเด็นทางการค้าและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยมีคำเตือนการขึ้นราคาสินค้าจาก Walmart
Global Morning Routine - 16 พ.ค. 2568

บทสรุป
กระแสเงินในวันที่ 14 พ.ค. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในจีนผันผวน มีแรงซื้อจากภาพของผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยี 3) มีแรงซื้อในหุ้นขนาดเล็กและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยมีแรงซิ้อเก็งกำไรจากภาพของภาษีที่คลี่คลาย 4) มีแรงซื้อในกลุ่มเทคโนโลยีในภาพรวมแต่มีแรงขายทำกำไรในกลุ่ม Semiconductor แต่เทรนด์ไม่ชัดเจน 5) มีแรงขายในกลุ่ม Healthcare จากนโยบายลดราคายาของ ปธน.ทรัมป์ 6) มีแรงขายในโลหะมีค่าจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและแนวโน้มการลดดอกเบี้ยที่ยากขึ้นหลังประเด็นภาษีคลี่คลายในระยะสั้น
ผลประกอบการ Walmart ชี้ยังเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาสแรก ทั้งนี้ บริษัทประกาศขึ้นราคาสินค้า น่าจะเห็นผลในสิ้นเดือนนี้ และเพิ่มมากขึ้นในเดือนหน้า อย่างไรก็ตาม เรามองว่าแม้บริษัทอาจถูกกดดันจากอัตราภาษีนำเข้า แต่ยอดขายและกำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่ง และน่าจะได้รับผลกระทบจาก Tariff ต่ำ ดังนั้น แนะเข้าลงทุนในระดับราคา 85-90 ดอลลาร์สหรัฐ
Ferragamo ผลประกอบการอ่อนแอ ฉายภาพไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่มสินค้าหรูหรา โดยยอดขายลดลงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะในจีน ทั้งนี้ เรายังมองว่าการฟื้นตัวในจีนของกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยน่าจะเผชิญแรงกดดันอยู่ เนื่องจากสินค้าจำเป็นในจีนยังฟื้นตัวได้ช้า ดังนั้น เรายังคงแนะนำหลีกเลี่ยงกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย
Applied Materials ผลประกอบการชี้ กำไรสูงกว่าคาด EPS 2.39 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาด 2.31 รายได้จากเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% ในขณะที่ยอดขายในจีนลดลงเหลือ 25% ของรายได้ทั้งหมด แต่ผลกระทบจากภาษีจำกัดและ Guidance Q3 ยังคงดี อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตาม AI Diffusion Rules และสถานการณ์ตะวันออกกลางเพื่อประเมินการชดเชยผลกระทบในจีน แนะลงทุน 160-165 ดอลลาร์
Alibaba รายงานกำไรปรับปรุง FY4Q25 เพิ่มขึ้น 22% สูงกว่าคาด แม้รายได้รวมโตเพียง 7% ต่ำกว่าคาดจากธุรกิจต่างประเทศและโลจิสติกส์ที่อ่อนแอ ขณะที่ธุรกิจในจีนยังแข็งแกร่ง ส่วนธุรกิจ AI และคลาวด์ยังไม่สร้างผลตอบแทนเด่นเมื่อเทียบกับ Tencent มองว่า Baba ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันใน E-Commerce และ Quick Commerce แนะรอเข้าซื้อต่ำกว่า 115 HKD สำหรับผู้ที่ต้องการเก็งกำไร
NetEase รายงานกำไรสุทธิและรายได้ 1Q25 ดีกว่าคาด หนุนจากธุรกิจเกมที่เติบโตแข็งแกร่งและการบริหารต้นทุน แม้ธุรกิจนอกกลุ่มเกมยังอ่อนแอและพึ่งพารายได้จากเกมเป็นหลัก มองว่ากำไรระยะสั้นยังได้แรงหนุนจากเกมในประเทศ แต่ความยั่งยืนขึ้นอยู่กับการออกเกมใหม่และขยายตลาด เราชอบ Tencent มากกว่าในแง่การกระจายรายได้ แต่ผู้ถือ NetEase ยังสามารถเก็งกำไรต่อได้จากงบที่แข็งแกร่ง
ระยะสั้น ตลาดมีความ Risk on ขึ้นจากการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่มีการผ่อนคลายกันในระยะสั้น รวมถึงหลายประเทศมีการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทำให้เราแนะเก็งกำไรบน 1) NVDA ที่เราคาดเก็งกำไรบนงบที่ออกมาดีได้ (*TP: 162 USD) 2) กลุ่ม China Tech ที่คาดว่างบจะดีจากการนำ AI มาปรับใช้ใน Service อย่าง Tencent (*TP: 625.82 HKD) อย่างไรก็ดีในระยะกลาง-ยาว เรายังคงแนะระมัดระวังหลังเชื่อว่าการลงทุนยังมีความเสี่ยงจาก Tariff อยู่เนื่องจากท่าทีทรัมป์ยังคงมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น

