ตลาดหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% โดยตลาดได้รับแรงหนุนหลังข่าวข้อตกลงพักการจัดเก็บภาษี 90 วันระหว่างสหรัฐและจีนและการลงทุนของตะวันออกกลางในอุตสาหกรรม AI ด้านความคาดหวังของนักลงทุนต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ถูกเลื่อนจากเดือนมิถุนายนไปเป็นกรกฎาคม หลังแนวโน้มเศรษฐกิจดูดีขึ้นจากการชะลอภาษี ตลาดลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในปีนี้เหลือเพียง 2 ครั้ง จาก 3 ครั้งในสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดจีนได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีกว่าคาด และรัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
Global Morning Routine - 19 พ.ค. 2568

บทสรุป
สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน โดยภาพรวมตลาดมีความ Risk on มีแรงซื้อในตราสารหนี้ High Yield ที่กังวลกับเศรษฐกิจถดถอยน้อยลง มีแรงซื้อในตลาดหุ้นจีนจากการลดภาษีนำเข้ามีแรงซื้อในหุ้นขนาดเล็กและกลุ่มการเงินจากการเจรจามีความคืบหน้า มีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีจากประเด็นการลงทุนใน AI ของกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง
ปัจจัยที่เราแนะติดตามในสัปดาห์นี้ 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการ/รวม ของ S&P Global, ยอดขายบ้านใหม่, และยอดขายบ้านมือสอง 2) ตัวเลขกิจกรรมเศรษฐกิจจีน ยอดค้าปลีก, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนสินทรัพย์ถาวร 3) ตัวเลขเงินเฟ้อยุโรป และการเติบโตของเศรษฐกิจของเยอรมัน 4) ผลประกอบการ Analog Devices, Autodesk, Baidu, Home Depot, Intuit, Lowe’s, Medtronic, Palo Alto Networks, Ross Stores, Ryanair, Singapore Telecommunications, Snowflake, Target, TJX, Trip Group, Workday
ภาพรวม –สงครามการค้าดูมีความผ่อนคลายมากขึ้น แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ แม้ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับจีนได้ แต่เป็นเพียงการหยุดพักชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนี้ภาพเศรษฐกิจมหภาคยังมีความไม่แน่นอน จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯ ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2022 ประกอบกับ Moody’s ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ จาก AAA เป็น Aa1 อย่างไรก็ดี ติดตามผลประกอบการและ Guidance ของกลุ่มค้าปลีกในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากประกาศขึ้นราคาสินค้าน่าจะกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกดดันอัตรากำไรของบริษัทในระยะข้างหน้า
กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (19 พ.ค.- 23 พ.ค.) มองว่า 1) ตัวเลขเศรษฐกิจจีน ยอดค้าปลีกและ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม จะชะลอตัวลงจากผลกระทบนโยบายภาษีของสหรัฐฯ 2) ตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯเริ่มหดตัว ส่วนภาคบริการทรงตัว 3) GDP ของไทยไตรมาส 1Q25 จะชะลอตัว 4) การส่งออกของญี่ปุ่นและการส่งออกของไทย ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ 5) ผลประกอบการสหรัฐมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากภาษีใน 2Q25 ทำให้ในสัปดาห์นี้มองว่าแนวโน้มของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 2Q25 และ 2H25 จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาด ซึ่งมองว่ามีความเสี่ยงจาก Guidance ของบริษัทที่อาจจะปรับประมาณการลง
หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่างบ 1Q25 ดีและมีแนวโน้มดีใน FY25 อย่าง PAWN และแนะ Trip.com ที่คาดได้รับประโยชน์จาก AI และการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในจีน

