Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 26 พ.ค. 2568

Global Morning Routine - 26 พ.ค. 2568

ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง -1.3% หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวในหลายประเทศพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากการประมูลพันธบัตรที่อ่อนแอและความกังวลเรื่องหนี้และขาดดุลในสหรัฐฯ รวมไปถึง ปธน.ทรัมป์ ขู่จะเรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าจากยุโรป โดยเลื่อนออกไปถึงวันที่ 9 กรกฎาคม หลังจากการเจรจากับยุโรปคืบหน้า นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดเก็บภาษี 25% สำหรับ Smartphone ที่ขายในสหรัฐฯ สร้างความกังวลให้กับตลาดในภาพรวมที่เริ่มคลายความกังวลจากท่าทีผ่อนคลายก่อนหน้านี้

บทสรุป

สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน มีแรงซื้อในตราสารหนี้คุณภาพดีและพันธบัตรรัฐบาลหลังเผชิญแรงเทขายจากความกังวลการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ ด้านตลาดจีนมีแรงขายทำกำไรเนื่องจากรัฐบาลจีนเน้นเสถียรภาพด้านนโยบายมากขึ้น ส่วน EM มีแรงขายจากแนวโน้มความเสี่ยงจากนโยบายภาษีของสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ผันผวน

ปัจจัยที่เราแนะติดตามในสัปดาห์นี้ 1) รายงานการประชุมนโยบายการเงินของ FOMC ในช่วง 6-7 พ.ค. 25 2) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างคำสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และตัวเลข PCE 3) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซนและญี่ปุ่น 4) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ธปท. และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย 4) ผลประกอบการ Costco Wholesales, Dell Technologies, HP, Kuaishou Technology, Li Auto, Marvell Technology, Meituan, Nvidia, PDD Holding, Salesforce, Synopsys, Xiaomi, Zscaler

ภาพรวม – ภาพปัจจัยมหภาคยังมีความไม่ชัดเจนสูงทำให้ตลาดผันผวนหลังจากที่ความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นรวมถึงท่าทีของทรัมป์ต่อประเด็น Tariff เริ่มกลับมาเป็นที่กังวลของตลาดอีกครั้งหลังจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาร่างกฎหมายงบประมาณที่มีการลดทนภาษี Salt และ No tax on Tips ช่วยดึงคะแนนเสียงทรัมป์กลับมาได้บ้าง ทำให้ภาพการลงทุนในระยะถัดไปมีความเสี่ยงมากขึ้น จึงแนะตั้งรับมากขึ้นและเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง

กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (26 พ.ค.- 30 พ.ค.) มองว่า 1) ท่าทีของ FOMC ยังคงตึงตัวต่อนโยบายการเงินต่อเนื่อง 2) คำสั่งซื้อสินค้าคงทนคาดออกมาหดตัว MoM ด้านตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคและ PCE มองมีทิศทางชะลอตัวลง ขณะที่ตัวเลข GDP อาจมีการปรับลดได้ 3) ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคยุโรปคาดชะลอตัวลงในทิศทางเดียวกับสหรัฐฯ 4) ผลประกอบการสหรัฐคาดงบออกมาดี แต่แนวโน้มยังไม่แน่นอนจากประเด็นภาษีใน 2Q25 ทำให้ในสัปดาห์นี้เรามองว่าตลาดจะยังคงมีความผันผวนต่อปัจจัยมหภาคที่มีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงผลประกอบการของ NVDA และแนวโน้มของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 2Q25 และ 2H25 จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาด ซึ่งมองว่ายังคงมีความเสี่ยงจาก Guidance ของบริษัทที่อาจจะปรับประมาณการลง โดยเฉพาะกลุ่ม Retailer

หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่างบ 4Q24 ดีและมีแนวโน้มดีใน FY25 อย่าง NVDA และ Xiaomi