Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 27 พ.ค. 2568

Global Morning Routine - 27 พ.ค. 2568

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ หยุดทำการในวัน Memorial Day ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น หนุนโดยการชะลอขึ้นภาษี 50% จากฝั่งสหรัฐฯ จนถึงวันที่ 9 ก.ค. นี้

บทสรุป

กระแสเงินในวันที่ 23 พ.ค. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) มีแรงซื้อในตลาดหุ้นโลกทั้งนี้มองเป็นเรื่องกระจายความเสี่ยงและการฟื้นตัวจากภาพของนโยบายภาษีของสหรัฐที่ผ่อนคลายมากขึ้น 3) กระแสเงินไหลออกจากจีนแต่เทรนด์ไม่ชัดเจนหลังตลาดขายทำกำไรจากผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาด เช่นเดียวกับกลุ่ม EM 4) มีแรงขายในหุ้นขนาดเล็กจากความกังวลต่อผลประกอบการที่มีสัญญาณการชะลอตัวลง 5) มีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานหลังราคาพลังงานลดลงอย่างต่อเนื่อง 6) มีแรงขายในกลุ่มสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์


ราคาเนื้อเดือน เม.ย. ปรับตัวสูงสุดที่ระดับ 14% YoY โดยมีสาเหตุมาจากระงับการนำเข้าจากเม็กซิโก ภาพดังกล่าวสะท้อนความไม่สมดุลอุปสงค์และอุปทานของเนื้อวัว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Tyson ชะลอเป็นระยะแล้ว และมองว่าสะท้อนประเด็นอุปทานของเนื้อวัวไปแล้ว และสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง น่าจะเห็น Gross margin ที่ดีขึ้น แนะนำเก็งกำไร ที่ระดับ $54 และทำกำไรที่ระดับ $60


Trump ขู่เรียกเก็บภาษี 25% จากสมาร์ทโฟน รวมถึงของ Apple และ Samsung หากไม่ย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ ซึ่งเรามองว่ากลุ่มสมาร์ทโฟนในช่วงก่อนขึ้น Tariff มีภาพที่อ่อนแออยู่แล้วจากการแข่งขันและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งพอมี Tariff เกิดขึ้นยิ่งกดดันต่อรายได้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค กำไรซึ่งคาดกดดันไปอีกระยะนึง ด้วยภาพนี้ทำให้เรายังไม่ได้ชอบกลุ่มสมาร์ทโฟนและ AAPL ในตอนนี้


เราประเมินว่า NVDA อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ AI ที่เพิ่มขึ้นจาก 1) ราคาชิป NVDA ที่เผยเตรียมออกรุ่นถูกลงในจีนซึ่งมีส่วนช่วยหนุนความต้องการใช้ชิปได้ 2) โครงการ Data Center ที่ OpenAI ร่วมมือกับ G42 ของทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีการลงทุนมากกว่าสหรัฐฯ ทำให้ความต้องการชิปมีภาพที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเช่นกัน


Regulator จีนออกแนวทางใหม่ให้แพลตฟอร์มคิดค่าธรรมเนียมอย่างเป็นธรรม หนุนผู้ค้าท้องถิ่น อาจกระทบกำไรบริษัทใหญ่ในปี 2025 โดย Meituan เสี่ยงมากสุดจากรายได้คอมมิชชั่นส่งอาหาร แม้กำไร 1Q25 โต 46% แต่เผชิญแรงกดดันจากการลงทุนและการแข่งขันภายในประเทศ ทำให้แนวโน้มเติบโตชะลอ แนะหลีกเลี่ยง Meituan ชั่วคราวจากความไม่แน่นอนและ Downside ที่ยังสูง


BYD ประกาศลดราคารถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดสูงสุด 34% ครอบคลุม 22 รุ่น ถึงสิ้น มิ.ย. เพื่อกระตุ้นดีมานด์และระบายสต๊อก ส่งผลให้หุ้นร่วงแรงจากกังวลการแข่งขันด้านราคาจะกระทบกำไรทั้งกลุ่ม อย่างไรก็ดี เรามองว่าราคาหุ้น BYD ปรับลงเกินพื้นฐาน ขณะที่ยังมีจุดแข็งด้านยอดขาย โครงสร้างต้นทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ จึงมองว่าระดับราคาราว 400 HKD น่าสนใจสำหรับเก็งกำไร.


ภาพรวมรายได้บริษัท 76% ของ ดัชนี Stoxx 600 ณ วันที่ 20 พ.ค. ออกมาตามที่คาด ยกเว้นกลุ่ม Consumer Discretionary และ Consumer Staples ออกมาต่ำกว่าคาด ในขณะที่ Industrials และ Utilities สามารถทำรายได้ดีกว่าคาด เรามองหุ้นยุโรปได้รับอานิสงส์จากทรัมป์ชะลอภาษีตอบโต้ 50% ต่อยุโรป ไปถึง 9 ก.ค. ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มยานยนต์และสินค้าฟุ่มเฟือย ในขณะที่Pharmaceutical Tariff ของสหรัฐฯ ที่น่าจะส่งผลลบต่อกลุ่มยาของยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ


ภาพปัจจัยมหภาคยังมีความไม่ชัดเจนสูงทั้งความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลและท่าทีของทรัมป์ต่อประเด็น Tariff ที่ทำให้เรามองว่าตลาดยังคงมีทิศทางผันผวนและแนะระมัดระวังในภาพรวม ขณะที่เรายังคงแนะเก็งกำไรบน 1) NVDA บนงบที่เราคาดว่าโตดีหนุนจากอุปสงค์ AI และ CAPEX กลุ่มเทคฯใหญ่ที่เพิ่มขึ้น (*TP: 162 USD) 2) BYD (*TP:477 HKD) เก็งกำไรจากราคาที่ปรับลดลงมา ประเมินผลประทบจากการลดราคาจำกัด

Global Morning Routine - 27 พ.ค. 2568 | Café Invest