ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง -0.4% หลังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย นอกจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและอัตราดอกเบี้ย หลังตลาดมีความระมัดระวังที่ Fed จะยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ ด้านดัชนียุโรปสะท้อนแรงขายจากภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวและความผันผวนจากราคาน้ำมันดิบ ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงหลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านการเมือง
Global Morning Routine - 23 มิ.ย. 2568

บทสรุป
สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน มีแรงขายตราสารหนี้ตัวยาว และแรงซื้อในตราสารหนี้รัฐบาล ด้านตลาด จีน และเอเชีย มีแรงซื้อจากความคาดหวังในประเด็นการค้ากับสหรัฐฯ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน
ภาพรวม – ปัจจัยมหภาคยังมีความไม่แน่นอนสูงทำให้ตลาดยังมีทิศทางผันผวน โดยความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ดำเนินต่อเนื่อง ประกอบกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐคงดอกเบี้ยแต่ปรับลดคาดการณ์การเติบโตและปรับเพิ่มแนวโน้มเงินเฟ้อ รวมถึงท่าทีของรัฐบาลจีนที่จะปรับลดมาตรการสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ
กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (23 มิ.ย.- 27 มิ.ย.) เราคาดว่าตลาดจะมีความผันผวนต่อปัจจัยมหภาคที่มีความไม่แน่นอนสูงหลัง 1) ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่รุนแรงขึ้นหลังอิหร่านปิดช่องแคบฮามุสเพื่อตอบโต้หลังสหรัฐฯที่ทำการโจมตีอิหร่าน 2) สัญญาณการลดดอกเบี้ยของ FED ผ่าน Powell Speech 3) ผล Stress Test ธนาคารสหรัฐฯ 4) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่โดยรวมคาดอ่อนแอลง เช่น GDP, คำสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค 5) ผลประกอบการ เช่น MU NKE
ด้วยภาพนี้ ทำให้เราประเมินได้ว่าภาพการลงทุนมีความเสี่ยงมากขี้น เราจึงแนะตั้งรับมากขึ้นและเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง โดยเราแนะอยู่ในกลุ่มหุ้นปลอดภัยอย่าง Coca-Cola (DR: KO80) Philip Morris International (PM.US) China Construction Bank (939.HK) และแนะเก็งกำไรบนหุ้นที่เรามองว่ามี Upside ในช่วงที่ราคาหุ้นย่อตัวลง Tesla (DR:TSLA80) Tencent (DR:TENCENT80)

