- หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการดีใน 3Q24 และมีแนวโน้มดีใน 2H24 อย่าง NVDA และ WMT
Markets
Global Morning Routine - 18 พ.ย. 2567

- ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลง 2.4% โดยมีแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหลัง ปธน.ทรัมป์เริ่มจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตลาดเริ่มมองถึงผลกระทบของนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ รวมไปถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐที่จะไม่ลดดอกเบี้ยเร็วอย่างที่ตลาดคาดจากภาพเศรษฐกิจที่แข็งแรง นอกจากนั้นผลประกอบการที่ออกมาก็ไม่สามารถทำให้ตลาดมีความหวังต่อการเติบโตที่สูงต่อเนื่องได้ ด้านตลาดจีนลงแรงหลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาในทิศทางผสมและฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอแม้จะมีการอุดหนุนจากทางการ
- ในสัปดาห์ก่อน มีแรงขายในตราสารหนี้หลังมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่จะทำให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยได้ช้าลง ส่วนตลาดหุ้นจีนและตลาด EM มีเงินไหลออกจากความกังวลที่ ปธน.ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น โดยในกลุ่มหุ้นขนาดเล็กและการเงินมีเงินไหลเข้าจากความคาดหวังเชิงบวกจากนโยบายของ ปธน.ทรัมป์
- ในสัปดาห์นี้ติดตาม 1) การประชุม G20 2) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง PMI ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและ Building permit 3) ตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซนทั้ง CPI ยอดค้าปลีก PMI และดุลการค้า 4) ตัวเลขเงินเฟ้อของอังกฤษ 5) ผลประกอบการหุ้นสหรัฐฯและจีน Baidu, Intuit, Kuaishou Technology, Lowe’s, NetApp, Nvidia, Palo Alto Network, Snowflake, Target, Trip Group, Walmart, Xiaomi
- ภาพรวม – ปัจจัยเชิงเศรษฐกิจมหภาคคาดว่าจะมีน้ำหนักในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะในยุโรปที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเยอะและมีแนวโน้มค่อนข้างอ่อนแอ ในขณะที่ภาพของผลประกอบการดีในไตรมาสนี้ แต่แนวโน้มไม่ค่อยดีตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและอยู่ในช่วงปรับลดคาดการณ์ นอกจากนี้ Sentiment ของนโยบายของ ปธน.ทรัมป์ อาจจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่งแต่จะเจอแรงขายทำกำไรมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก ทำให้ในภาพรวมมองตลาดมีความผันผวนจากความคาดหวังที่สูง ซึ่งมองมีแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรมากขึ้น แต่คาดกำไรที่ดีกว่าคาดของบริษัทจดทะเบียนจะสามารถสนับสนุนตลาดได้
- กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (18-22 พ.ย.) มองว่า 1) ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสหรัฐฯคาดขยายตัวเล็กน้อยที่ 48.8% YoY 2) ตัวเลขค้าปลีกสหราชอาณาจักรหดตัวลง -0.3% สวนทางเงินเฟ้อที่คาดเพิ่มขึ้น 2.2% 3) ตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนคาดขยายตัว 2% 4) ผลประกอบการในสหรัฐและจีน ดังนั้นมองว่าแนวโน้มนโยบายการเงินโลกไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ตลาดยังมีความคาดหวังที่สูงและมีความกังวลอยู่มาก ในขณะที่ตลาดสหรัฐอาจจะมีแรงขายทำกำไรหลังการเลือกตั้งออกมา แต่เชื่อว่าผลประกอบการที่ดีกว่าคาดจะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ตลาดมีการปรับตัวขึ้นได้

