หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการดีใน 3Q24 อย่าง CRWD และ มองหุ้นกลุ่มที่มี Sentiment บวกจาก Black Friday
Markets
Global Morning Routine - 25 พ.ย. 2567

บทสรุป
- ตลาดหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการสหรัฐที่ภาพรวมออกมาดีกว่าที่คาดและยังให้แนวโน้มที่ดีใน 4Q24 อีกทั้งกลุ่มฮิสบอลเลาะห์และเลบานอลพร้อมที่จะเจรจาหยุดยิงกับอิสราเอล อย่างไรก็ดีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนกดดันตลาดหลังมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นผลประกอบการในฝั่งจีนมีแนวโน้มเติบโตต่ำและแนวโน้มการเติบโตที่ไม่ชัดเจน และตลาดยังกังวลกับการออกมาตรการที่ช้ากว่าที่คาดการณ์
- ในสัปดาห์ก่อน มีแรงขายในตราสารหนี้หลังกังวลเงินเฟ้อที่จะทำให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยได้ช้าลง ขณะที่ความกังวลความไม่แน่นอนของนโยบาย ปธน.ทรัมป์ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและตลาด EM มีเงินไหลออก ส่วนตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียมีแรงขาย ด้านหุ้นขนาดเล็กมีแรงขายทำกำไรในสวนทางกลุ่มเทคฯที่มีแรงซื้อเก็งกำไรในงบที่ดีกว่าคาด
- ในสัปดาห์นี้ติดตาม 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค GDP PCE 2) Black Friday และภาคค้าปลีกสหรัฐฯ 3) เงินเฟ้อในยูโรโซนที่จะประกาศในช่วงวันศุกร์ 4) ผลกระทบจาก Trump Trade ต่อตลาด 5) ผลประกอบการ Agilent, Analog Device, Autodesk, CrowdStrike, Dell Technologies, HP, Malayan Banking, Workday
- ภาพรวม – ปัจจัยเชิงเศรษฐกิจมหภาคคาดว่าจะมีน้ำหนักจากภาพการฟื้นตัวอย่างช้าๆของเศรษฐกิจจีน ส่วนเศรษฐกิจในยุโรปค่อนข้างอ่อนแอ ในขณะที่ภาพของผลประกอบการออกมาใกล้เคียงคาดแต่แนวโน้มไม่ค่อยดีตามภพาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและอยู่ในช่วงปรับลดคาดการณ์ทำให้ตลาดอาจจะเล่นบน Sentiment ของนโยบายของ ปธน.ทรัมป์ ซึ่งมองว่าอาจจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่งแต่ก็จะเจอกับแรงขายทำกำไรเป็นระยะ อย่างไรก็ดีมองว่าแนวโน้มการลดดอกเบี้ยยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก ทำให้ในภาพรวมตลาดยังมีแนวโน้มดีอยู่แต่จะมีแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรมากขึ้น
- กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (25-29 พ.ย.) มองว่า 1) ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น MoM จากกำลังซื้อที่ดีอาจจะทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยได้ช้า 2) ผลการประชุม Fed ที่น่าจะบ่งชี้ว่าความเสี่ยงขาล่างลดลง 3) ตัวเลขเงินเฟ้อยุโรปมีแนวโน้มปรับขึ้นตามาคาพลังงานเป็น 2.2% YoY จาก 2% ในเดือน ต.ค. แต่ ECB จะยังปรับลดดอกเบี้ย 4) เงินเฟ้อในญี่ปุ่นมีแนวโน้มร้อนแรงขึ้นเป็น 2.2% YoY จาก 1.8% ในเดือน ต.ค. 5) ผลประกอบการในสหรัฐและจีน ดังนั้นมองว่าแนวโน้มเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นอาจจะส่งผลให้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยลดลงน่าจะเป็นแรงกดดันสำหรับตลาดในสัปดาห์นี้

