ตลาดหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% โดยตลาดได้รับแรงหนุนได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของรัฐบาลจีนและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ ที่มองว่าเงินเฟ้อกำลังลดลงสู่เป้าหมายและเศรษฐกิจแข็งแกร่ง รวมถึงความชัดเจนต่อนโยบาย ปธน.ทรัมป์ หลังจากที่เห็นการเลือกผู้บริหารในกระทรวงต่างๆ ในขณะที่ยุโรปมีความเสี่ยงน้อยลงจากภาพการเมืองในฝรั่งเศสที่เริ่มจะเห็นทางออกในการแก้ไขปัญหาด้านงบประมาณเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์
Markets
Global Morning Routine - 9 ธ.ค. 2567

บทสรุปสำหรับสัปดาห์
- ในสัปดาห์ก่อน มีแรงซื้อกลับในตราสารหนี้หลังความคาดหวังการลดดอกเบี้ยช้าสะท้อนอยู่ในราคาแล้วระดับหนึ่งและแนวโน้มภาษีทรัมป์อาจจะน้อยกว่าที่ตลาดกังวล ขณะที่ความกังวลความไม่แน่นอนของนโยบาย ปธน.ทรัมป์ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและตลาด EM มีเงินไหลออก รวมถึงยุโรปมีแรงขาย ส่วนตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียมีแรงขาย ด้านหุ้นขนาดเล็กมีกระแสเงินไหลเข้าจากความคาดหวังต่อประโยชน์ที่จะได้จากรัฐบาลทรัมป์ ส่วนกระแสเงินในกลุ่มการเงินเริ่มเห็นแรงขายทำกำไร
- ในสัปดาห์นี้ติดตาม 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง CPI ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต 2) การประชุมนโยบายการเงินของ ECB ที่ตลาดคาดลดดอกเบี้ยลง 25bps 3) ตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซนอย่างผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนและ CPI ของเยอรมนี 4) ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนผ่านดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต 5) ผลประกอบการ Adobe, AutoZone, Broadcom, Costco Wholesale, Industria de Diseno Textil, Oracle
- ภาพรวม – ปัจจัยเชิงเศรษฐกิจมหภาคคาดว่าจะมีน้ำหนักมากกว่าเศรษฐกิจจุลภาคเนื่องจากในช่วงนี้ตลาดอยู่ในช่วงการดูท่าทีของธนาคารกลางต่อการลดดอกเบี้ย โดยเศรษฐกิจในภาพรวมดูค่อนข้างผสมและความแข็งแกร่งแตกต่างกัน ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาด ในขณะที่ผลประกอบการในสัปดาห์นี้เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มไม่แย่อย่างที่ตลาดกังวลแต่ความคาดหวังที่สูงจะทำให้ตลาดผันผวนได้ อย่างไรก็ดีมองว่าแนวโน้มการลดดอกเบี้ยยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก ทำให้ในภาพรวมตลาดยังมีแนวโน้มระยะกลางดีอยู่ นอกจากนั้นท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ก็ไม่ได้แย่อย่างที่ตลาดกังวลและปัจจัยระยะสั้นจากความขัดแย้งในตะวันออกลางที่ลดลง ทำให้เป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดในระยะสั้นได้
- กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (9-13 ธ.ค.) มองว่า 1) เงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่ในระดับสูงในเดือน พ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 0.2% MoM เท่ากับเดือน ต.ค. 2) ท่าทีของ ECB ที่จะลดดอกเบี้ย 3) การปล่อยสินเชื่อของจีนที่คาดว่าจะดีขึ้นในเดือน พ.ย. 4) เงินเฟ้อจีนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งยังเผชิญกับเงินฝืดและการส่งออกจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวจำกัด 5) ผลประกอบการของ Adobe, Broadcom, Costco, Inditex, Oracle ดังนั้นเงินเฟ้อสหรัฐจะเป็นตัวกดดันตลาดต่อการลดดอกเบี้ย ส่วนผลประกอบการมีแนวโน้มทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้
- หุ้นแนะนำ – เราแนะนำหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการดีใน 3Q24 และมีแนวโน้มดีใน 2025 อย่าง COST และ ORCL

