Café Invest
Markets

Global Morning Routine - 26 ก.พ. 2568

Global Morning Routine - 26 ก.พ. 2568

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง หลังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์ ลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลทรัมป์

บทสรุป


กระแสเงินในวันที่ 24 ก.พ. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) มีแรงขายในตลาดหุ้นจีนมองเป็นการขายทำกำไรหลังดัชนีปรับตัวขึ้นแรงจากกลุ่มเทคโนโลยี 3) มีแรงซื้อในโลหะมีค่ามองเป็นผลจากความไม่ชัดเจนต่อการยุติสงครามในรัสเซีย 4) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีค่อนข้างผสม มีแรงซื้อในกลุ่ม Cloud และ AI มีเก็งกำไรใน Semiconductor หลังราคาปรับตัวลงแรง 5) มีแรงซื้อในกลุ่มสินค้าจำเป็น 6) มีแรงขายในหุ้นขนาดเล็กเป็นผลจากภาพเศรษฐกิจที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด 7) มีแรงขายในตลาด EM เป็นผลจากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้าและค่าเงินดอลลาร์ผันผวน


NVDA เผยความร่วมมือกับทั้ง Cisco และ DELL ซึ่งเรามองว่ามีส่วนช่วย 1) เสริม Ecosystem และทำให้มี Business Use case เพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยหนุนอุปสงค์การใช้งานและการเติบโตของ NVDA ได้ นอกเหนือจากการเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ 2) มอง AI ช่วยทำให้การเข้าถึงเทคฯและการใช้งานแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 3) เพิ่มความสามารถทางการแข่งขันและจุดยืนความเป็นผู้นำเทคฯของ NVDA
WDAY และ Intuit เผยงบดีในทิศทางเดียวกับกลุ่มซอฟต์แวร์โดยมีแรงหนุนจาก AI เป็นสำคัญทำให้เรามองว่ากลุ่มนี้ยังไปต่อได้ รวมถึงมองกลุ่มนี้มีผลกระทบที่จำกัดจากนโยบายจำกัดการส่งออกชิปที่ทรัมป์ขยายเวลาการบังคับใช้, สงครามเทคฯ และแนวโน้มการปรับ CAPEX ของกลุ่มเทคฯที่อาจเกิดขึ้นหลังประเด็น DeepSeek โดยในกลุ่มนี้เราชอบ MSFT PANW รวมถึงมอง CRM ORCL NOW
ภาพรวมงบ FSLR ออกมาในทิศทางผสม โดยราคาโมดูลที่ลดลงส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของมาร์จิ้น อย่างไรก็ดียอดขายยังเติบโตดี รวมถึงงานในมือยังคงเติบโตสะท้อนอุปสงค์ที่ยังฟื้นตัวในทิศทางเดียวกับอุตฯ นอกจากนี้มีการเปิดโรงงานใหม่ซึ่งคาดช่วยเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงมองยังได้ประโยชน์จาก IRA และ AI ทำให้เรายังคาดหวังการฟื้นตัวอยู่


รัฐบาลทรัมป์กำลังวางแผนขยายความพยายามในการจำกัดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนและกดดันพันธมิตรให้เพิ่มข้อจำกัดต่ออุตสาหกรรมชิปของจีน เรามองว่าการควบคุมชิปนี้จะส่งผลกระทบต่อบริษัทฯในจีนที่จำกัด แต่ผลกระทบจะไปอยู่ที่ทาง Nvidia ที่ถูกจำกัดการขาย ทำให้เรามองหุ้นจีนที่ปรับตัวลงจากประเด็นนี้ เป็นจังหวะในการเข้าสะสม Tencent, Alibaba, Xiaomi และ SMIC
ปริมาณยอดขายอสังหาริมทรัพย์ใหม่ทั่วประเทศจีนใน 23 วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 48%MoM ส่วนด้านราคาบ้านในจีนมีแนวโน้มลดลง 2.5% ในปี 2025 สร้างความกังวลต่อการฟื้นตัว ตลาดคาดว่าจะมีมาตรการสนับสนุนใหม่ในการประชุมกรมการเมืองในเดือนเมษายน เรามองว่าเราอาจเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนโดยรวมได้ระดับนึงในปีนี้ แต่มองเป็นการฟื้นตัวที่ช้า


DNB สนับสนุนให้เลื่อนการบังคับใช้กฎ Basel Trading Book ออกไป เพื่อให้สอดคล้องกับสหรัฐฯ เรามองประโยชน์การเลื่อนต่อกลุ่มธนาคาร ได้แก่ 1) สามารถชะลอการเพิ่มเงินสำรอง 2) มีโอกาสจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นและซื้อหุ้นคืน 3) ช่วยลดแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ ECB โดยเราแนะนำเน้นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ในยุโรปที่มีโครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่ง อย่าง SAN และ BNP
เราประเมินว่าระยะสั้นท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ต่อมาตรการภาษีที่ไม่ชัดเจนเป็นปัจจัยกำหนดความผันผวนของตลาด ขณะที่ทิศทางของผลประกอบการ NVDA อาจส่งผลต่อทิศทางการปรับตัวของหุ้นกลุ่มเทคฯในสัปดาห์นี้ ซึ่งภาพรวมเราเชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตยังคงดี แต่มองความคาดหวังสูงอาจทำให้หุ้นผันผวนได้ ทำให้เรายังคงแนะเก็งกำไรใน NVDA ($174.9) สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้สูง นอกจากนี้แนะ FSLR ($268.4) ที่มองแนวโน้มการฟื้นตัวยังดีในทิศทางเดียวกับอุตฯ แต่ระยะสั้นอาจผันผวนได้หลังกำไรต่ำกว่าคาด