ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงผันผวนและปรับตัวลงในภาพรวมหลังแรงกดดันจาก Trade war โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯและจีนยังคงรุนแรงและดำเนินต่อเนื่อง โดยล่าสุดสหรัฐฯขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 104% โดยเริ่มมีผลเป็นทางการในวันนี้เป็นต้นไป ขณะที่ทางฝั่งจีนยืนยันจะสู้สหรัฐฯต่อเนื่องและมีการออกมาตรการสนับสนุนภายในประเทศเพื่อพยุงความเชื่อมั่นในตลาดจีน
Global Morning Routine - 9 เม.ย. 2568

บทสรุป
กระแสเงินในวันที่ 7 เม.ย. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน มีแรงซื้อเก็งกำไรแต่กระแสเงินลดลง 3) มีแรงซื้อในตลาด EM มองเป็นพัฒนาการที่หลายประเทศจะไปเจรจากับสหรัฐเพื่อลดภาษี 4) กระแสเงินในกลุ่มเทคโนโลยีผันผวน มีแรงในกลุ่ม Software ในขณะที่มีแรงขายใน Cloud และ AI 5) มีแรงขายในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐอย่าง Consumer Discretionary, พลังงานและสินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงสินค้าจำเป็น 6) มีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มการเงินและหุ้นขนาดเล็ก
- นโยบาย Tariff ของทรัมป์ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกลุ่มเทคฯ ทั้งในด้านธุรกิจและมูลค่าหุ้นที่เสียไป ซึ่งภาพนี้ทำให้กลุ่มเทคฯเริ่มมีแผนการรับมือในแบบที่ต่างกัน เช่น การออกสินค้าใหม่เพื่อลดผลกระทบจากธุรกิจหลัก, Share Buy Back เพื่อพยุงราคาตลาด, เก็บค่าธรรมเนียมสินค้าเพิ่มเพื่อผลักภาระต้นทุนให้ผู้บริโภค
- Walgreens Boots Alliance เผยกำไรสูงกว่าคาด หนุนจากรายได้ธุรกิจ Healthcare ที่เติบโตและการควบคุมต้นทุนที่ดีช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนจากยอดขายปลีกที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นได้ว่าธุรกิจบริการ Healthcare เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีผลกระทบจำกัดจาก Tariff และยังเติบโตได้
- TSMC อาจถูกปรับกว่า $1bn จากกรณีส่งชิปให้ Sophgo ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Huawei ที่ถูกสหรัฐฯ ควบคุม แต่ค่าปรับนี้คิดเป็นเพียง 1.5-2% ของกำไรขั้นต้นปี 2024-25 ในระยะสั้น Sentiment อาจลบจากความไม่แน่นอนด้านภาษีสหรัฐฯ และการลดลงทุน ของ MSFT อย่างไรก็ดี TSMC ยังคงแข็งแกร่งและเป็นผู้นำอุตสาหกรรม แนะจับตานโยบายการค้าสหรัฐฯ เป็นโอกาสเข้าซื้อในอนาคต
- BYD คาดกำไร 1Q25 โต 86-119%YoY สูงกว่าคาด จากยอดขายรถทะลุ 1 ล้านคัน และ BEV แซง Tesla ต่อเนื่อง ยอดขายต่างประเทศพุ่งเป็น 21% ของรวม กำไรต่อคันเพิ่ม 39%YoY เดินหน้าขยายตลาดสู่ยุโรป-อเมริกาใต้ พร้อมเปิดตัวรถใหม่ถึง 17 รุ่นในปี 2025 มองระยะยาวยังแข็งแกร่ง แนะซื้อสะสมช่วงราคาปรับลง
เราคาดตลาดยังผันผวนจากปัจจัย Macro อย่าง Trade war มากกว่า Micro ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่จะประเมินท่าทีทรัมป์ ทำให้เราแนะติดตามทิศทางและเน้นตั้งรับเป็นสำคัญโดยแนะ 1) CVS (TP: 73.2 USD) ที่เป็นธุรกิจ domestic ผลกระทบจำกัดจากภาษี 2) BYD (TP: 462 HKD) หลังงบ 1Q25 ทั้งรายได้และกำไรดีกว่าที่คาดการณ์ ขณะที่ยังได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ

