Café Invest
Markets

Google-Amazon เร่งล็อกไฟฟ้านิวเคลียร์กับ CEG รับความต้องการไฟจาก AI

Google-Amazon เร่งล็อกไฟฟ้านิวเคลียร์กับ CEG รับความต้องการไฟจาก AI

การที่ Google ใกล้ทำสัญญาซื้อไฟนิวเคลียร์จาก Constellation มากกว่า $1bn ต่อเนื่องจากดีล Amazon 20 ปี สะท้อนว่าความต้องการไฟจาก AI กำลังเปลี่ยนนิวเคลียร์ให้กลับมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของศูนย์ข้อมูล รอบการลงทุนระยะแรกจะเน้นเพิ่มกำลังผลิตและยืดอายุโรงไฟฟ้าเดิมซึ่งทำได้เร็วกว่าการสร้างโรงใหม่ INVX มองบวกต่อ Constellation และห่วงโซ่อุปกรณ์ระบบไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงข่ายและศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น

1. Google ใกล้ทำสัญญาซื้อไฟนิวเคลียร์จาก Constellation มากกว่า $1bn

Alphabet บริษัทแม่ของ Google อยู่ระหว่างเจรจาขั้นท้ายเพื่อทำสัญญาซื้อไฟฟ้านิวเคลียร์ระยะหลายปีกับ Constellation Energy มูลค่าอย่างน้อย $1bn และอาจประกาศได้ภายในสัปดาห์นี้ แม้ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องขนาดกำลังผลิตและโรงไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง แต่ดีลดังกล่าวสะท้อนว่า Google ต้องการเพิ่มแหล่งไฟฟ้าที่จ่ายได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลและการประมวลผล AI ที่ใช้ไฟสูง

จุดสำคัญคือบริษัทเทคโนโลยีเริ่มหันมาใช้กำลังผลิตจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิมมากขึ้น เพราะสามารถเพิ่มหรือฟื้นกำลังผลิตได้เร็วกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าสิบปี ทั้งยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

2. Amazon ทำดีล 20 ปีกับ Constellation เพิ่มกำลังผลิต Calvert Cliffs

Amazon เพิ่งทำสัญญาระยะ 20 ปี กับ Constellation โดยจะสนับสนุนการปรับปรุงโรงไฟฟ้า Calvert Cliffs ในรัฐแมริแลนด์ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอีก 190 เมกะวัตต์ ขณะที่ Constellation จะจัดหาไฟให้อเมซอนได้สูงสุด 690 เมกะวัตต์ จากเครือข่ายโรงไฟฟ้าของบริษัท

ดีลนี้จะสนับสนุนการลงทุนมากกว่า $3bn ทั้งการปรับปรุงโรงไฟฟ้า การเพิ่มกำลังผลิต และการยืดอายุการดำเนินงาน นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการติดตั้งเทคโนโลยีนิวเคลียร์รุ่นใหม่ รวมถึงเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กในพื้นที่เดียวกัน

3. Big Tech เปลี่ยนจาก ซื้อไฟ เป็น ช่วยสร้างกำลังผลิตใหม่

แนวโน้มล่าสุดไม่ได้จำกัดอยู่ที่การทำสัญญาซื้อไฟระยะยาว แต่บริษัทเทคโนโลยีเริ่มเข้ามาช่วยลงทุนเพื่อให้เกิดกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่โดยตรง เช่น การเพิ่มกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าเดิม การเปิดโรงไฟฟ้าที่ปิดไปแล้วกลับมาใช้งาน และการสนับสนุนเครื่องปฏิกรณ์รุ่นใหม่

Google มีข้อตกลงกับ NextEra Energy เพื่อสนับสนุนการเปิดโรงไฟฟ้า Duane Arnold ในรัฐไอโอวากลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง และยังสนับสนุนการเพิ่มกำลังผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของ Southern ขณะที่ Microsoft ทำสัญญา 20 ปีเพื่อรองรับการเปิดโรงไฟฟ้า Three Mile Island กลับมาใช้งาน ซึ่ง Constellation วางแผนเริ่มเดินเครื่องในปีหน้า

4. AI ทำให้ไฟฟ้ากลายเป็นข้อจำกัดสำคัญของการขยายศูนย์ข้อมูล

ศูนย์ข้อมูล AI สามารถใช้ไฟในระดับใกล้เคียงกับเมืองขนาดกลาง ทำให้การมีชิปเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการขยายกำลังประมวลผล บริษัทเทคโนโลยีจึงต้องเร่งล็อกแหล่งไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและมีปริมาณมากในระยะยาว

นิวเคลียร์มีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถผลิตไฟได้ต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน แตกต่างจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่มีความผันผวน จึงเหมาะกับศูนย์ข้อมูลที่ต้องทำงานตลอดเวลา ขณะที่พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานยังคงถูกใช้ควบคู่กันไป

5. การฟื้นตัวของนิวเคลียร์เริ่มเปลี่ยนเป็นวัฏจักรลงทุนระยะยาว

หลังอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ซบเซามานานจากความกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้นทุนก่อสร้าง และโครงการล่าช้า ความต้องการไฟจาก AI กำลังทำให้นิวเคลียร์กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ทั้งจากบริษัทเทคโนโลยีและภาครัฐ

ในระยะสั้น เราคาดว่าเงินลงทุนจะเน้นไปที่ การเพิ่มกำลังผลิตและยืดอายุโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม เพราะทำได้เร็วกว่า ขณะที่เครื่องปฏิกรณ์รุ่นใหม่และเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กมีโอกาสเป็นรอบการลงทุนถัดไป หากสามารถควบคุมต้นทุนและลดระยะเวลาก่อสร้างได้ตามเป้าหมาย

ประเด็น

รายละเอียดสำคัญ

มุมมองการลงทุน

Google–Constellation

ดีลหลายปี มูลค่าอย่างน้อย $1bn

บวกต่อ Constellation และยืนยันความต้องการไฟจาก AI

Amazon–Constellation

สัญญา 20 ปี, รับซื้อสูงสุด 690 MW

เพิ่มความชัดเจนรายได้ระยะยาว

Calvert Cliffs

เพิ่มกำลังผลิต 190 MW, หนุนลงทุนมากกว่า $3bn

บวกต่อการยืดอายุและเพิ่มผลผลิตสินทรัพย์เดิม

Microsoft

สนับสนุนการเปิด Three Mile Island กลับมาเดินเครื่อง

สะท้อนแนวโน้มฟื้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิม

Google–NextEra

สนับสนุนการเปิด Duane Arnold กลับมาใช้งาน

บวกต่อผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีสินทรัพย์นิวเคลียร์

หุ้นได้ประโยชน์

Constellation, GE Vernova, Eaton, Vertiv

ได้ประโยชน์จากทั้งกำลังผลิตไฟและการลงทุนระบบไฟฟ้า

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองประเด็นนี้เป็น บวกต่อ Constellation Energy โดยตรง เพราะบริษัทกำลังกลายเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์หลักจากการแข่งขันของ Big Tech ในการล็อกไฟฟ้าระยะยาว โดยดีลกับ Google ต่อเนื่องจาก Amazon และ Microsoft ช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทลงทุนเพิ่มกำลังผลิตจากสินทรัพย์เดิมที่มีอยู่แล้ว
  • นอกจากนี้ยังเป็นบวกต่อธีมหุ้นโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและอุปกรณ์ระบบไฟ เช่น GE Vernova, Eaton และ Vertiv เนื่องจากการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องลงทุนควบคู่กับระบบส่งไฟ หม้อแปลง และอุปกรณ์เชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล ขณะที่ฝั่ง Big Tech เรามองว่าดีลดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการขยาย AI ในระยะยาว แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยที่สร้างกำไรโดยตรงในระยะสั้น

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน