การนำ AMD Helios มาใช้บน Azure ช่วยให้ Microsoft เพิ่มทางเลือกและกำลังประมวลผล AI พร้อมลดการพึ่งพา Nvidia ขณะที่เป็นหลักฐานสำคัญว่า AMD เริ่มยกระดับจากผู้ขายชิปสู่ผู้ให้บริการระบบ AI ครบวงจร แม้ยังต้องพิสูจน์ซอฟต์แวร์ การส่งมอบ และความคุ้มค่าของเงินลงทุน
Microsoft ขยาย Azure ด้วย AMD Helios เสริมทางเลือกโครงสร้างพื้นฐาน AI

Microsoft ขยาย Azure ด้วย AMD Helios เสริมทางเลือกโครงสร้างพื้นฐาน AI
1) Microsoft ปรับใช้ระบบ AI “AMD Helios” บน Azure
Microsoft ขยายความร่วมมือกับ AMD โดยเตรียมนำระบบ AMD Helios Rackscale Solution มาใช้งานบน Azure สำหรับรองรับการประมวลผล AI ขั้นใช้งานจริง โดยเฉพาะโมเดลขนาดใหญ่ งานให้เหตุผล การค้นหา และระบบตัวแทนอัจฉริยะ
Helios เป็นระบบประมวลผลระดับแร็กที่รวมองค์ประกอบหลักของ AMD ไว้ครบวงจร ได้แก่ ชิปเร่งประมวลผล Instinct MI455X, หน่วยประมวลผลกลาง EPYC รุ่น Venice, ระบบเครือข่าย Pensando DPU และซอฟต์แวร์ ROCm โดย AMD จะเริ่มส่งมอบ Helios ให้ Microsoft และลูกค้ารายอื่นในช่วงครึ่งหลังปี 2026
การนำ Helios มาใช้สะท้อนว่า Microsoft ต้องการกระจายโครงสร้างพื้นฐาน AI ออกจากการพึ่งพา Nvidia เพียงรายเดียว พร้อมเพิ่มทางเลือกด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน และพลังงานให้กับลูกค้า Azure
2) เปิดตัว Virtual Machine ใหม่ 3 รุ่นบน Azure
รุ่น | เทคโนโลยีหลัก | งานเป้าหมาย | จุดเด่นสำคัญ |
|---|---|---|---|
Azure HDv2 | AMD EPYC รุ่นที่ 6 “Venice” | การเตรียมข้อมูล การค้นหา การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง และการประสานงานของ AI Agent | เกือบ 500 แกนประมวลผลจริง, หน่วยความจำ 4 เทราไบต์, พื้นที่จัดเก็บ NVMe 32 เทราไบต์ และเครือข่าย Azure Boost 400 กิกะบิต |
Azure HXv2 | AMD EPYC “Venice” และ 3D V-Cache | การออกแบบชิป งานจำลองทางวิศวกรรม และการคำนวณสมรรถนะสูง | 176 แกนประมวลผล ความเร็วมากกว่า 5 กิกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำเกือบ 2–4 เทราไบต์ และ InfiniBand 800 กิกะบิต |
Azure ND MI455X v7 | AMD Helios และ Instinct MI455X | การให้บริการโมเดล AI ขนาดใหญ่ งานค้นหา งานให้เหตุผล และ AI Agent | ออกแบบสำหรับงาน AI ขั้นใช้งานจริงในระดับศูนย์ข้อมูล และรองรับการขยายระบบระดับแร็ก |
ทั้งสามรุ่นช่วยให้ Azure ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการข้อมูลต้นทาง การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงการให้บริการโมเดล AI ขนาดใหญ่ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะกับภาระงานแต่ละประเภทมากขึ้น
3) การแข่งขันในอุตสาหกรรม
ความร่วมมือครั้งนี้เพิ่มความเข้มข้นของการแข่งขันในตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI โดย AMD ขยับจากการขาย GPU หรือ CPU แยกส่วน ไปสู่การเสนอระบบครบวงจรระดับแร็ก ซึ่งใกล้เคียงกับแนวทางของ Nvidia มากขึ้น
สำหรับ Microsoft กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Azure ให้เป็นแพลตฟอร์มแบบผสมผสาน รองรับทั้งชิป Nvidia, AMD และชิปที่ Microsoft พัฒนาขึ้นเอง ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านอุปทานและเพิ่มอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตชิป
อย่างไรก็ตาม Nvidia ยังมีความได้เปรียบจากระบบซอฟต์แวร์ CUDA ฐานนักพัฒนาขนาดใหญ่ และผลิตภัณฑ์ระดับแร็กที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ขณะที่ AMD ยังต้องพิสูจน์ประสิทธิภาพของ ROCm ความพร้อมของซอฟต์แวร์ และความสามารถในการส่งมอบระบบ Helios ในระดับอุตสาหกรรม
ในฝั่งบริการคลาวด์ Microsoft ยังแข่งขันโดยตรงกับ Amazon Web Services และ Google Cloud ซึ่งต่างพัฒนาชิปเฉพาะของตนเอง ดังนั้นการแข่งขันในระยะถัดไปจะไม่ได้วัดเฉพาะความเร็วของ GPU แต่รวมถึงต้นทุนรวมของระบบ ความพร้อมของเครือข่าย ซอฟต์แวร์ และความสามารถในการรองรับภาระงานที่หลากหลาย
4) ผลกระทบต่อ Microsoft
ผลกระทบต่อ Microsoft เป็นบวกในเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากการเพิ่ม AMD Helios ช่วยขยายกำลังประมวลผล AI ของ Azure รองรับอุปสงค์ที่เติบโต และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพา Nvidia มากเกินไป
การมีทางเลือกชิปหลายประเภทช่วยให้ Microsoft สามารถจัดสรรภาระงานตามประสิทธิภาพและต้นทุน เช่น ใช้ Nvidia สำหรับงานที่ต้องการระบบ CUDA ใช้ AMD สำหรับงานที่ให้ความสำคัญกับต้นทุนหรือสถาปัตยกรรมแบบเปิด และใช้ชิปภายในสำหรับงานเฉพาะของ Microsoft
ในเชิงรายได้ ผลบวกจะมาจากการเพิ่มความจุของ Azure การเปิดให้ลูกค้าใช้งาน AI ขั้นใช้งานจริง และการขยายบริการคำนวณสมรรถนะสูง อย่างไรก็ตาม ผลต่ออัตรากำไรจะขึ้นอยู่กับอัตราการใช้งานระบบ ราคาที่คิดกับลูกค้า และต้นทุนค่าเสื่อมราคาของโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ความร่วมมือนี้ยังช่วยเสริมความน่าสนใจของ Azure สำหรับลูกค้าออกแบบชิปและงานวิศวกรรม โดยเฉพาะผ่าน HXv2 ซึ่งรองรับซอฟต์แวร์ออกแบบวงจรรวมและงานจำลองทางเทคนิค
5) ความเสี่ยงสำคัญ
- ความเสี่ยงด้านการนำไปใช้งาน: AMD ต้องพิสูจน์ว่า Helios สามารถส่งมอบประสิทธิภาพ ความเสถียร และความสามารถในการขยายระบบได้ตามเป้าหมายเมื่อใช้งานจริงบน Azure
- ความเสี่ยงด้านซอฟต์แวร์: ระบบ ROCm ยังมีฐานนักพัฒนาและความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ AI เป็นรอง CUDA อาจทำให้ลูกค้าบางส่วนยังไม่ย้ายภาระงานมายัง AMD
- ความเสี่ยงด้านอุปทาน: การผลิตชิปขั้นสูง หน่วยความจำความเร็วสูง อุปกรณ์เครือข่าย และชิ้นส่วนระดับแร็กอาจเป็นข้อจำกัดต่อการส่งมอบในวงกว้าง
- ความเสี่ยงด้านเงินลงทุน: Microsoft ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการขยายศูนย์ข้อมูล หากอัตราการใช้งานต่ำกว่าคาด อาจกดดันกระแสเงินสดอิสระและอัตรากำไรของธุรกิจ Cloud
- ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน: Nvidia อาจตอบโต้ด้วยการปรับราคา เพิ่มเงื่อนไขทางการค้า หรือเร่งพัฒนาระบบรุ่นใหม่ ขณะที่ AWS และ Google Cloud ยังคงขยายชิปภายในของตนเอง
- ความเสี่ยงจากลูกค้ารายใหญ่: AMD พึ่งพาลูกค้าศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หาก Microsoft ชะลอคำสั่งซื้อหรือปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม อาจกระทบต่อแนวโน้มรายได้ของ AMD
6) มุมมอง InnovestX
- InnovestX มองความร่วมมือระหว่าง Microsoft และ AMD เป็นบวกต่อ Microsoft ในเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากช่วยเพิ่มกำลังประมวลผล AI กระจายแหล่งจัดหาชิป และทำให้ Azure สามารถเสนอทางเลือกที่เหมาะกับภาระงานแต่ละประเภทได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันกับ AWS และ Google Cloud
- สำหรับ Microsoft ประโยชน์หลักอยู่ที่การเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน ลดความเสี่ยงจากอุปทาน Nvidia และรองรับการเติบโตของ AI inference ซึ่งมีแนวโน้มเป็นภาระงานหลักของศูนย์ข้อมูลในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ผลเชิงบวกต่อกำไรจะขึ้นอยู่กับอัตราการใช้งานจริงและความสามารถในการบริหารต้นทุนเงินลงทุน
- นอกจากนี้เรามองข่าวนี้เป็นบวกมากกว่าต่อ AMD เนื่องจากช่วยยืนยันว่า Instinct, EPYC, Pensando และ ROCm สามารถถูกนำมารวมเป็นระบบ AI ครบวงจรและได้รับการยอมรับจากลูกค้าระดับ Hyperscaler ขณะที่ผลบวกต่อ Microsoft เป็นลักษณะเสริมความสามารถในการแข่งขันของ Azure มากกว่าจะเปลี่ยนประมาณการกำไรระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ
- โดยรวม InnovestX มองว่า Microsoft ยังคงอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบจากการมีทั้ง Azure เครือข่ายลูกค้าองค์กร ความสัมพันธ์กับผู้พัฒนาโมเดล และทางเลือกชิปที่หลากหลาย แต่ควรติดตามกำหนดส่งมอบ Helios ในครึ่งหลังปี 2026 การใช้งาน ND MI455X v7 และความสามารถของ AMD ในการลดช่องว่างด้านซอฟต์แวร์กับ Nvidia
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

